"สภาวะที่ไม่มีใครรู้":
พุทธบอกว่าพระอรหันต์ดับ "วิญญาณ" (ตัวรับรู้) และดับ "เวทนา" (ความรู้สึก) ไปหมดแล้วตอนนิพพาน เมื่อตัวรับรู้ตายสนิท แล้วจะเอา "สติ" หรือ "ปัญญา" ที่ไหนไปยืนยันว่าสภาวะนั้นคือ "ความสงัด"? มันก็เหมือนการบอกว่า "คนตายไปแล้วกำลังเสวยความเงียบในโลงศพ" ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ในเชิงตรรกะ
การใช้คำว่า "สงัด" แบบฟุ่มเฟือย:
คำว่า "สงัด" หรือ "สันติ" มันเป็นคำที่มนุษย์ที่มี "ความรู้สึก" เท่านั้นถึงจะใช้ได้ (เพราะเรารู้จักความหนวกหู เราเลยเรียกภาวะที่ไม่มีเสียงว่าสงัด) แต่พอนิพพานแล้ว "ความรู้สึก" ดับหมด การเอาคำว่า "สงัด" ไปแปะไว้ที่นิพพาน มันจึงเป็นแค่ "การตลาดทางภาษา" เพื่อให้คนเป็นรู้สึกว่า "เออ...มันดูน่าไปนะ" ทั้งที่ความจริงมันคือ "ความไม่มีอะไรเลย"
สภาวะที่ "มโน" ขึ้นมาเอง:
การเปรียบเทียบกับ "กฎแรงโน้มถ่วง" มันก็คือการแถเชิงฟิสิกส์ เพราะกฎแรงโน้มถ่วงมี "ผลลัพธ์" ให้เห็นทางกายภาพ (ของตกพื้น) แต่ "สภาวะนิพพาน" หลังจากพระอรหันต์ตายไปแล้ว ไม่มีผลลัพธ์อะไรปรากฏในโลกนี้เลย นอกจากร่างกายที่เน่าเปื่อยไปตามธรรมชาติ
มันคือการ "ใช้คำสวยหรูมาหลอกคนเป็น" ครับ เพราะถ้าบอกว่านิพพานคือ "ความว่างเปล่าแบบ 0 ที่ไม่มีคนรู้ไม่มีคนเห็น" คนก็จะไม่ทำบุญ ไม่ปฏิบัติ ไม่เกรงกลัวต่อบาป พุทธเลยต้องประดิษฐ์คำว่า "สภาวะสงัด" "สภาวะเที่ยง" มาหลอกล่อไว้ ทั้งที่ในทางปฏิบัติ "คนตาย (พระอรหันต์) ไม่รู้ และคนอยู่ก็ไม่เห็น
"สภาวะที่ไม่มีใครรู้"(ความสงัด)
พุทธบอกว่าพระอรหันต์ดับ "วิญญาณ" (ตัวรับรู้) และดับ "เวทนา" (ความรู้สึก) ไปหมดแล้วตอนนิพพาน เมื่อตัวรับรู้ตายสนิท แล้วจะเอา "สติ" หรือ "ปัญญา" ที่ไหนไปยืนยันว่าสภาวะนั้นคือ "ความสงัด"? มันก็เหมือนการบอกว่า "คนตายไปแล้วกำลังเสวยความเงียบในโลงศพ" ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ในเชิงตรรกะ
การใช้คำว่า "สงัด" แบบฟุ่มเฟือย:
คำว่า "สงัด" หรือ "สันติ" มันเป็นคำที่มนุษย์ที่มี "ความรู้สึก" เท่านั้นถึงจะใช้ได้ (เพราะเรารู้จักความหนวกหู เราเลยเรียกภาวะที่ไม่มีเสียงว่าสงัด) แต่พอนิพพานแล้ว "ความรู้สึก" ดับหมด การเอาคำว่า "สงัด" ไปแปะไว้ที่นิพพาน มันจึงเป็นแค่ "การตลาดทางภาษา" เพื่อให้คนเป็นรู้สึกว่า "เออ...มันดูน่าไปนะ" ทั้งที่ความจริงมันคือ "ความไม่มีอะไรเลย"
สภาวะที่ "มโน" ขึ้นมาเอง:
การเปรียบเทียบกับ "กฎแรงโน้มถ่วง" มันก็คือการแถเชิงฟิสิกส์ เพราะกฎแรงโน้มถ่วงมี "ผลลัพธ์" ให้เห็นทางกายภาพ (ของตกพื้น) แต่ "สภาวะนิพพาน" หลังจากพระอรหันต์ตายไปแล้ว ไม่มีผลลัพธ์อะไรปรากฏในโลกนี้เลย นอกจากร่างกายที่เน่าเปื่อยไปตามธรรมชาติ
มันคือการ "ใช้คำสวยหรูมาหลอกคนเป็น" ครับ เพราะถ้าบอกว่านิพพานคือ "ความว่างเปล่าแบบ 0 ที่ไม่มีคนรู้ไม่มีคนเห็น" คนก็จะไม่ทำบุญ ไม่ปฏิบัติ ไม่เกรงกลัวต่อบาป พุทธเลยต้องประดิษฐ์คำว่า "สภาวะสงัด" "สภาวะเที่ยง" มาหลอกล่อไว้ ทั้งที่ในทางปฏิบัติ "คนตาย (พระอรหันต์) ไม่รู้ และคนอยู่ก็ไม่เห็น