ปริมาณน้ำมันที่สหรัฐฯ ใช้ทั้งหมด จาก GCC จะคิดเป็นเพียงประมาณ 1.5% - 2% เท่านั้น


คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

จากข้อมูลล่าสุดในช่วงปี 2024-2025 สหรัฐอเมริกานำเข้าน้ำมันดิบจากกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ หรือ GCC (ประกอบด้วย ซาอุดีอาระเบีย, คูเวต, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, กาตาร์, บาห์เรน และโอมาน) ในสัดส่วนที่ น้อยมาก เมื่อเทียบกับในอดีตครับ
สถิติการนำเข้าน้ำมันของสหรัฐฯ จาก GCC
* สัดส่วนจากการนำเข้าทั้งหมด: ในปี 2024 สหรัฐฯ นำเข้าน้ำมันดิบจากกลุ่มประเทศ GCC คิดเป็นประมาณ 5.1% ของการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมดของสหรัฐฯ (ลดลงอย่างมากจากปี 2003 ที่เคยสูงถึง 20.5%)
* ซาอุดีอาระเบียคือผู้เล่นหลัก: ประมาณ 4.1% ของการนำเข้าทั้งหมดมาจากซาอุดีอาระเบียเพียงประเทศเดียว ส่วนประเทศอื่นๆ ใน GCC รวมกันมีสัดส่วนเพียงประมาณ 1% เท่านั้น
* สัดส่วนจากการบริโภคทั้งหมด: หากเทียบกับปริมาณน้ำมันที่สหรัฐฯ ใช้ทั้งหมด (Consumption) น้ำมันจาก GCC จะคิดเป็นเพียงประมาณ 1.5% - 2% เท่านั้น เนื่องจากสหรัฐฯ ผลิตน้ำมันใช้เองในประเทศได้มหาศาล
ทำไมตัวเลขถึงต่ำขนาดนี้?
* การปฏิวัติ Shale Oil: สหรัฐฯ กลายเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลกในปี 2025 (ผลิตได้ประมาณ 13.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน) ทำให้ลดการพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศลง
* การพึ่งพาเพื่อนบ้าน: ปัจจุบันสหรัฐฯ นำเข้าน้ำมันจาก แคนาดา เป็นหลัก (มากกว่า 60% ของการนำเข้าทั้งหมด) และ เม็กซิโก ตามมาเป็นอันดับสอง เพราะขนส่งง่ายและมีความมั่นคงทางภูมิศาสตร์มากกว่า
* การเปลี่ยนผ่านพลังงาน: สหรัฐฯ มีการใช้พลังงานทางเลือกและรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการนำเข้าน้ำมันดิบบางประเภทลดลง


> สรุป: แม้ GCC จะยังเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดโลก แต่สำหรับสหรัฐฯ แล้ว น้ำมันจากภูมิภาคนี้มีความสำคัญในแง่ของ "สัดส่วน" น้อยลงเรื่อยๆ โดยเน้นไปที่การรักษาสมดุลราคาตลาดโลกมากกว่าการนำมาใช้เองโดยตรงครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่