เมื่อตอนผมอยู่ ม 4 (ปี 2553) มีเพื่อนจาก รร เก่า สร้างข่าวใส่ร้ายผมให้เพื่อนของเขาที่อยู่ รร เดียวกับผมฟังแล้วมันเผยแพร่ไปทั่ว รร บวกกับครอบครัว Toxic พึ่งไม่ได้จนผมมีอาการทางจิต พอปิดเทอมใหญ่ช่วง ม 4 ขึ้น ม 5 ได้ไปบวชที่วัดแห่งหนึ่งที่ แพร่ จากนั้นผมมีอาการประสาทหลอนอย่างชัดเจน
หลวงพ่อจึงส่งไปรับยาที่ รพ แพร่ แต่แพทย์ที่ รพ ดังกล่าวไม่ได้บอกว่าเป็นโรคอะไร
พอกลับมา กทม ได้ไปเข้ารักษาที่ รพ ด้านจิตเวชของเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม ซึ่งบ้านผมอยู่บางนา แต่ผมจะไม่บอกว่า รพ แห่งนี้อยู่บางนาหรือไม่ จิตแพทย์บอกว่าผมเป็นแอสเพอร์เกอร์และที่เป็นเพราะเล่นเกมมาก พ่อผมได้ยินอย่างนั้นเลยไม่ให้ผมจับคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมรักตั้งแต่นั้นมา จนตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ผมสอบเข้าได้ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ด้านคอมพิวเตอร์ แต่พ่อผมไม่ให้เรียนเพราะกลัวผมจะไปจับคอมพิวเตอร์
ซึ่งผมเสียใจอย่างมากจนทุกวันนี้ พอไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือ ผมได้เกิด Episode ประสาทหลอนอีกครั้ง
เพราะพ่อคิดว่าผมหายแล้วไม่ต้องทานยาก็ได้ (ซึ่งยาก็ผิดโรค ทานไปก็เท่านั้น) จึงถูกจับส่ง รพ สวนปรุง ซึ่งจิตแพทย์ที่นี่ได้บอกว่าผมเป็น Schizophrenia ต้องทานยาไปหลายปีและไม่ได้เกิดจากการเล่นเกมมาก ผมเข้าวอร์ดอยู่ 3 สัปดาห์จากนั้น ย้ายมาเรียนใน กทม ได้เข้ารับการรักษาต่อเนื่องที่สถาบันกัลยาซึ่งหมอที่นี่ก็ยืนยันว่าเป็นโรคเดียวกับที่ รพ สวนปรุง วินิจฉัยและไม่ได้เกิดจากการเล่นเกมมาก และผมรับการรักษาจากที่นี่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ผมเสียใจที่ไม่ได้เรียนคณะเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หากผมได้เรียน ชีวิตผมคงไปได้ไกลกว่านี้
ซึ่งผมจะฟ้องคนที่สร้างข่าวใส่ร้ายผมก็ไม่ได้ เพราะมีแต่ลมปาก ไม่มีหลักฐานอะไร แต่หากมาอีกรอบ ผมไม่ลังเลที่จะเก็บหลักฐานไปฟ้อง
แล้วผมสามารถฟ้องแพทย์ที่วินิจฉัยโรคผิดย้อนหลังได้มั้ยครับ ต้องเตรียมหลักฐานอะไรบ้าง
ตอนนี้อาการผมทุเลามากแล้ว ไม่มีอาการประสาทหลอนหรือหลงผิดแล้ว ด้าน Cognitive Function ก็ดีขึ้นมากจากการฝึกฝนภาษาต่างประเทศเป็นประจำ
แก้ไข: ใน รพ เอกชนที่เคยรักษา (โรงพยาบาลเดียวกัน) จิตแพทย์ที่รับช่วงต่อจากจิตแพทย์คนนั้นก็ยืนยันตามจิตแพทย์คนนั้น แบบนี้ผิดที่ รพ ด้วยหรือเปล่าครับ เพราะผมคิดว่า รพ น่าจะอับอายที่รับแพทย์ปลอมๆมา
ตอนรักษาที่ รพ เอกชนนั้น ไม่ได้เข้าวอร์ด
แต่จิตแพทย์ที่รับช่วงต่อ ผมคิดว่าน่าจะเป็นแพทย์จริง เพราะรักษาที่ รพ พระมงกุฎด้วย
ประสบการณ์แพทย์วินิจฉัยโรคผิดจนชีวิตพัง (ยืมล็อกอินญาติมาโพสต์)
หลวงพ่อจึงส่งไปรับยาที่ รพ แพร่ แต่แพทย์ที่ รพ ดังกล่าวไม่ได้บอกว่าเป็นโรคอะไร
พอกลับมา กทม ได้ไปเข้ารักษาที่ รพ ด้านจิตเวชของเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม ซึ่งบ้านผมอยู่บางนา แต่ผมจะไม่บอกว่า รพ แห่งนี้อยู่บางนาหรือไม่ จิตแพทย์บอกว่าผมเป็นแอสเพอร์เกอร์และที่เป็นเพราะเล่นเกมมาก พ่อผมได้ยินอย่างนั้นเลยไม่ให้ผมจับคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมรักตั้งแต่นั้นมา จนตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ผมสอบเข้าได้ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ด้านคอมพิวเตอร์ แต่พ่อผมไม่ให้เรียนเพราะกลัวผมจะไปจับคอมพิวเตอร์
ซึ่งผมเสียใจอย่างมากจนทุกวันนี้ พอไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือ ผมได้เกิด Episode ประสาทหลอนอีกครั้ง
เพราะพ่อคิดว่าผมหายแล้วไม่ต้องทานยาก็ได้ (ซึ่งยาก็ผิดโรค ทานไปก็เท่านั้น) จึงถูกจับส่ง รพ สวนปรุง ซึ่งจิตแพทย์ที่นี่ได้บอกว่าผมเป็น Schizophrenia ต้องทานยาไปหลายปีและไม่ได้เกิดจากการเล่นเกมมาก ผมเข้าวอร์ดอยู่ 3 สัปดาห์จากนั้น ย้ายมาเรียนใน กทม ได้เข้ารับการรักษาต่อเนื่องที่สถาบันกัลยาซึ่งหมอที่นี่ก็ยืนยันว่าเป็นโรคเดียวกับที่ รพ สวนปรุง วินิจฉัยและไม่ได้เกิดจากการเล่นเกมมาก และผมรับการรักษาจากที่นี่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ผมเสียใจที่ไม่ได้เรียนคณะเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หากผมได้เรียน ชีวิตผมคงไปได้ไกลกว่านี้
ซึ่งผมจะฟ้องคนที่สร้างข่าวใส่ร้ายผมก็ไม่ได้ เพราะมีแต่ลมปาก ไม่มีหลักฐานอะไร แต่หากมาอีกรอบ ผมไม่ลังเลที่จะเก็บหลักฐานไปฟ้อง
แล้วผมสามารถฟ้องแพทย์ที่วินิจฉัยโรคผิดย้อนหลังได้มั้ยครับ ต้องเตรียมหลักฐานอะไรบ้าง
ตอนนี้อาการผมทุเลามากแล้ว ไม่มีอาการประสาทหลอนหรือหลงผิดแล้ว ด้าน Cognitive Function ก็ดีขึ้นมากจากการฝึกฝนภาษาต่างประเทศเป็นประจำ
แก้ไข: ใน รพ เอกชนที่เคยรักษา (โรงพยาบาลเดียวกัน) จิตแพทย์ที่รับช่วงต่อจากจิตแพทย์คนนั้นก็ยืนยันตามจิตแพทย์คนนั้น แบบนี้ผิดที่ รพ ด้วยหรือเปล่าครับ เพราะผมคิดว่า รพ น่าจะอับอายที่รับแพทย์ปลอมๆมา
ตอนรักษาที่ รพ เอกชนนั้น ไม่ได้เข้าวอร์ด
แต่จิตแพทย์ที่รับช่วงต่อ ผมคิดว่าน่าจะเป็นแพทย์จริง เพราะรักษาที่ รพ พระมงกุฎด้วย