อยากให้เรื่องนี้ไปถึง
หน่วยงานที่ดูแลสนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี
เรื่องมีอยู่ว่า...
วันที่
10 มีนาคม 2569 เป็นอีกวันที่ทำให้ผมรู้สึกแย่มากวันหนึ่ง
วันนั้นผมพาแม่ไปหาหมอที่
โรงพยาบาลราชบุรี โดยมีแฟนและหลานไปด้วย ใบนัดพบแพทย์ระบุเวลา
17.30 น. แต่เพราะเลิกงานค่อนข้างเย็น ผมจึงพาแม่ไปถึงโรงพยาบาลประมาณ
18.00 น. เมื่อไปถึงก็พบว่า
ที่จอดรถในโรงพยาบาลเต็ม ด้วยความรีบ และไม่อยากให้แม่ต้องเดินไกล ผมจึงขับรถไปจอดที่
สนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาล เพราะเข้าใจว่าหลายคนที่มาโรงพยาบาลก็มาจอดกันตรงนี้
วันนั้นผมได้คิวที่
37 ซึ่งเกือบจะเป็นคิวสุดท้าย กว่าจะตรวจเสร็จก็ประมาณ
21.30 น.
หลังจากพาแม่เดินออกมาจากโรงพยาบาล ด้วยความเหนื่อยทั้งวัน ผมก็หวังแค่ว่าจะได้พาแม่กลับบ้านไปพักผ่อน
แต่พอเดินมาถึงสนามกีฬา สิ่งที่เจอคือ
ประตูถูกปิดแล้ว รถยังจอดอยู่ข้างใน แต่เอาออกมาไม่ได้
ตอนนั้นผมยอมรับเลยว่า ผมเองก็มีส่วนผิดที่ไม่ได้สังเกตว่าประตูมีเวลาปิด เพราะตอนมาถึงรีบจอดรถแล้วพาแม่เข้าโรงพยาบาลทันที
แต่พอมาดูทีหลังถึงรู้ว่า
มีป้ายแจ้งเวลาปิดอยู่จริง เพียงแต่ป้ายติดอยู่ด้านขวาของทางเข้า ขณะที่เวลาขับรถเข้าไปต้องเลี้ยวซ้ายเข้าที่จอดรถ และต้องระวังทั้งรถและคน ทำให้ไม่ทันสังเกตเห็น
ผมจึงขอให้ รปภ.ของโรงพยาบาลช่วยประสานกับคนที่ดูแลประตูสนามกีฬาให้หน่อย ครั้งแรกเขารับสายและรับทราบเรื่องแล้ว
แต่สุดท้าย
ก็ไม่มีใครมาเปิดให้ พอติดต่ออีกครั้ง กลับ
กดตัดสาย และปิดเครื่องไป
สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกแย่ที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องรถออกไม่ได้ แต่คือ
ท่าทีของคนที่มีหน้าที่ดูแลสถานที่สาธารณะ หลังทราบเรื่องว่ามีคนเดือดร้อนอยู่แต่กลับเพิกเฉย จากการสอบถาม รปภ.ของโรงพยาบาล ทำให้ทราบว่า
เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดกับผมคนเดียว แต่เคยเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว
ผมเข้าใจดีว่าผมเองก็มีส่วนผิดที่ไม่ทันสังเกตเวลาปิด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเหนื่อยเพิ่ม แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกเสียความรู้สึกมาก คือการที่คนที่มีหน้าที่ดูแลสถานที่กลับไม่สนใจความเดือดร้อนของคนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ คนไทยด้วยกันแท้ๆ
คนที่มาโรงพยาบาล ส่วนใหญ่ไม่ได้มาด้วยความสบายใจอยู่แล้ว พ่อป่วย แม่ป่วย ญาติป่วย ทุกคนต่างมาด้วยความจำเป็น
วันนั้นผมยังคิดเลยว่า ถ้าเขายอมมาเปิดประตูให้ ผมก็พร้อมจะให้
ค่าเสียเวลา 200 บาท หรือมากกว่านั้นก็ได้ เพราะผมต้องพาแม่และครอบครัวกลับบ้าน และบ้านผมอยู่
บ้านโป่ง (ประมาณ 50 km)
แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครมาเปิดให้
ถ้าวันนั้น ผมไม่มีใครมารับ ผมและครอบครัวจะต้อง
นอนข้างถนนหรืออย่างไร
ผมจึงอยากฝากถึง
หน่วยงานที่ดูแลสนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี ให้ช่วยพิจารณาปรับปรุง
ด้านบุคลากร: ขอให้เรียกเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวมาปรับทัศนคติและอบรมเรื่องจิตสาธารณะ แม้สนามกีฬาและโรงพยาบาลจะสังกัดคนละหน่วยงาน แต่ต่างก็เป็นหน่วยงานของรัฐที่ตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนเหมือนกัน ในสภาวะที่ที่จอดรถโรงพยาบาลไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่ควรมีความเห็นอกเห็นใจประชาชนที่มาด้วยความเจ็บป่วย ไม่ควรใช้วิธีปิดเครื่องหนีปัญหาเช่นนี้
ด้านการประชาสัมพันธ์: ขอให้ปรับปรุงการติดตั้งป้ายเวลาปิดประตูให้ชัดเจนในจุดที่คนขับรถเลี้ยวซ้ายมองเห็นได้ง่าย และติดตั้งเพิ่มบริเวณทางออกคนเดินที่มุ่งหน้าไปโรงพยาบาล
ด้านการบริหารจัดการ: หากเจ้าหน้าที่ไม่สะดวกมาปฏิบัติงานนอกเวลา ขอเสนอให้มีการฝากกุญแจสำรองไว้ที่ป้อม รปภ. ของโรงพยาบาลสำหรับกรณีฉุกเฉิน หรือกำหนดค่าปรับ/ค่าดำเนินการให้ชัดเจน เพื่อเป็นค่าตอบแทนแก่เจ้าหน้าที่หากต้องสละเวลามาเปิดประตู มากกว่าการปล่อยให้คนป่วยต้องเดือดร้อนอยู่ข้างถนน
ผมไม่ได้เขียนเรื่องนี้เพื่อจะตำหนิใคร
แต่อยากให้เรื่องนี้
ไปถึงผู้ที่ดูแลสนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี
เพื่อให้มีการพิจารณาปรับปรุง และไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้ต้องเกิดกับครอบครัวอื่นอีก อย่าให้เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้
ไปซ้ำเติมคนที่กำลังลำบากอยู่เลย เพราะสำหรับหลายคน
การมาโรงพยาบาลไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นของชีวิต
ประสบการณ์ยอดแย่พาแม่ไป รพ.ราชบุรี แต่รถติดอยู่ในสนามกีฬาฝั่งตรงข้าม เพราะประตูปิด
เรื่องมีอยู่ว่า...
วันที่ 10 มีนาคม 2569 เป็นอีกวันที่ทำให้ผมรู้สึกแย่มากวันหนึ่ง
วันนั้นผมพาแม่ไปหาหมอที่ โรงพยาบาลราชบุรี โดยมีแฟนและหลานไปด้วย ใบนัดพบแพทย์ระบุเวลา 17.30 น. แต่เพราะเลิกงานค่อนข้างเย็น ผมจึงพาแม่ไปถึงโรงพยาบาลประมาณ 18.00 น. เมื่อไปถึงก็พบว่า ที่จอดรถในโรงพยาบาลเต็ม ด้วยความรีบ และไม่อยากให้แม่ต้องเดินไกล ผมจึงขับรถไปจอดที่ สนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาล เพราะเข้าใจว่าหลายคนที่มาโรงพยาบาลก็มาจอดกันตรงนี้
วันนั้นผมได้คิวที่ 37 ซึ่งเกือบจะเป็นคิวสุดท้าย กว่าจะตรวจเสร็จก็ประมาณ 21.30 น.
หลังจากพาแม่เดินออกมาจากโรงพยาบาล ด้วยความเหนื่อยทั้งวัน ผมก็หวังแค่ว่าจะได้พาแม่กลับบ้านไปพักผ่อน
แต่พอเดินมาถึงสนามกีฬา สิ่งที่เจอคือ ประตูถูกปิดแล้ว รถยังจอดอยู่ข้างใน แต่เอาออกมาไม่ได้
ตอนนั้นผมยอมรับเลยว่า ผมเองก็มีส่วนผิดที่ไม่ได้สังเกตว่าประตูมีเวลาปิด เพราะตอนมาถึงรีบจอดรถแล้วพาแม่เข้าโรงพยาบาลทันที
แต่พอมาดูทีหลังถึงรู้ว่า มีป้ายแจ้งเวลาปิดอยู่จริง เพียงแต่ป้ายติดอยู่ด้านขวาของทางเข้า ขณะที่เวลาขับรถเข้าไปต้องเลี้ยวซ้ายเข้าที่จอดรถ และต้องระวังทั้งรถและคน ทำให้ไม่ทันสังเกตเห็น
ผมจึงขอให้ รปภ.ของโรงพยาบาลช่วยประสานกับคนที่ดูแลประตูสนามกีฬาให้หน่อย ครั้งแรกเขารับสายและรับทราบเรื่องแล้ว
แต่สุดท้าย ก็ไม่มีใครมาเปิดให้ พอติดต่ออีกครั้ง กลับ กดตัดสาย และปิดเครื่องไป
สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกแย่ที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องรถออกไม่ได้ แต่คือ ท่าทีของคนที่มีหน้าที่ดูแลสถานที่สาธารณะ หลังทราบเรื่องว่ามีคนเดือดร้อนอยู่แต่กลับเพิกเฉย จากการสอบถาม รปภ.ของโรงพยาบาล ทำให้ทราบว่า เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดกับผมคนเดียว แต่เคยเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว
ผมเข้าใจดีว่าผมเองก็มีส่วนผิดที่ไม่ทันสังเกตเวลาปิด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเหนื่อยเพิ่ม แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกเสียความรู้สึกมาก คือการที่คนที่มีหน้าที่ดูแลสถานที่กลับไม่สนใจความเดือดร้อนของคนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ คนไทยด้วยกันแท้ๆ
คนที่มาโรงพยาบาล ส่วนใหญ่ไม่ได้มาด้วยความสบายใจอยู่แล้ว พ่อป่วย แม่ป่วย ญาติป่วย ทุกคนต่างมาด้วยความจำเป็น
วันนั้นผมยังคิดเลยว่า ถ้าเขายอมมาเปิดประตูให้ ผมก็พร้อมจะให้ ค่าเสียเวลา 200 บาท หรือมากกว่านั้นก็ได้ เพราะผมต้องพาแม่และครอบครัวกลับบ้าน และบ้านผมอยู่ บ้านโป่ง (ประมาณ 50 km)
แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครมาเปิดให้
ถ้าวันนั้น ผมไม่มีใครมารับ ผมและครอบครัวจะต้องนอนข้างถนนหรืออย่างไร
ผมจึงอยากฝากถึง หน่วยงานที่ดูแลสนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี ให้ช่วยพิจารณาปรับปรุง
ด้านบุคลากร: ขอให้เรียกเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวมาปรับทัศนคติและอบรมเรื่องจิตสาธารณะ แม้สนามกีฬาและโรงพยาบาลจะสังกัดคนละหน่วยงาน แต่ต่างก็เป็นหน่วยงานของรัฐที่ตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนเหมือนกัน ในสภาวะที่ที่จอดรถโรงพยาบาลไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่ควรมีความเห็นอกเห็นใจประชาชนที่มาด้วยความเจ็บป่วย ไม่ควรใช้วิธีปิดเครื่องหนีปัญหาเช่นนี้
ด้านการประชาสัมพันธ์: ขอให้ปรับปรุงการติดตั้งป้ายเวลาปิดประตูให้ชัดเจนในจุดที่คนขับรถเลี้ยวซ้ายมองเห็นได้ง่าย และติดตั้งเพิ่มบริเวณทางออกคนเดินที่มุ่งหน้าไปโรงพยาบาล
ด้านการบริหารจัดการ: หากเจ้าหน้าที่ไม่สะดวกมาปฏิบัติงานนอกเวลา ขอเสนอให้มีการฝากกุญแจสำรองไว้ที่ป้อม รปภ. ของโรงพยาบาลสำหรับกรณีฉุกเฉิน หรือกำหนดค่าปรับ/ค่าดำเนินการให้ชัดเจน เพื่อเป็นค่าตอบแทนแก่เจ้าหน้าที่หากต้องสละเวลามาเปิดประตู มากกว่าการปล่อยให้คนป่วยต้องเดือดร้อนอยู่ข้างถนน
ผมไม่ได้เขียนเรื่องนี้เพื่อจะตำหนิใคร
แต่อยากให้เรื่องนี้ ไปถึงผู้ที่ดูแลสนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี
เพื่อให้มีการพิจารณาปรับปรุง และไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้ต้องเกิดกับครอบครัวอื่นอีก อย่าให้เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้
ไปซ้ำเติมคนที่กำลังลำบากอยู่เลย เพราะสำหรับหลายคน การมาโรงพยาบาลไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นของชีวิต