ทาร์แกเรียนฉบับเมากาว : เมื่อ Aegon V The Unlikely มีมังกร ตอนที่ 1 และตอนที่ 2

***จุดประสงค์ของกระทู้นี้คือการถ่ายทอดการมโนของตนเองว่า “หาก Aegon V The Unlikely” หรือที่เรารู้กันกันในนามของ “Egg” นั้นมีมังกรแบบ Aegon ผู้พิชิตจะเป็นอย่างไร? และมังกรที่ว่านั้น ดันไม่ใช่มังกรธรรมดา เป็น “โคตรมังกร” ที่มาจากจักรวาลอื่นอย่างเจ้า “สม็อกมังกรทอง”

เขาจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคทางการเมือง ปัญหาอาณาจักรที่เขาต้องแบกรับ และเป็นผู้ปกครองที่ดีกว่าเอกอนผู้พิชิตอย่างที่เขาเคยโม้เอาไว้หรือไม่?

การเขียนในครั้งนี้เกิดจากการมโนล้วนๆ อุปมาดั่งเมากาวไปเขียนไป มิได้มีเจตนาลอกเลียนแบบ ล้อเลียน ปีนเกลียว คิดเทียบชั้น หรือกดดันให้คนเขียนอย่างลุงมาร์ตินรีบเขียนภาคหลักเล่มที่ 6 กับ 7 ให้จบแต่อย่างใด เป็นความชอบส่วนบุคคลโดยเล่าเรื่องผ่านการมโนเองของผู้เขียน หากข้อมูลผิดพลาดประการใดต้องของอภัย ณ ที่นี้***

ตอนที่ 1: เงาทองแดงที่บดบังตะวัน
ภายในหอคอยเมเกอร์ (Maegor’s Holdfast) บรรยากาศในห้องทรงงานหนักอึ้งด้วยกลิ่นหมึกและกองฎีกาภาษีที่สะสมมานานหลายเดือน กษัตริย์เอกอนที่ 5 (Egg) กำลังกุมขมับจดจ้องตัวเลขและตัวหนังสือในแผ่นกระดาษที่บอกเล่าถึงความฉ้อฉลของเหล่าลอร์ดผู้มั่งคั่งที่พยายามซุกซ่อนทรัพย์สินจากท้องพระคลัง เขาถอนหายใจยาวพลางรำพึงออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ—คำพูดเดิมๆ ที่เขามักใช้ปลอบประโลมความไร้อำนาจของตนเองราวกับบทสวดมนต์

Egg: "ถ้าข้ามีมังกร... แค่เพียงตัวเดียวแบบที่ท่านผู้พิชิตเคยมี ข้าจะสยบอาณาจักรและจัดการบ้านเมืองได้ดีกว่าที่ใครจะคาดคิด ข้าจะเผาทำลายรังของพวกสุนัขจิ้งจอกหน้าเลือดพวกนี้ให้เป็นจุณ แล้วสร้างอาณาจักรที่ยุติธรรมขึ้นมาใหม่จากเถ้าถ่าน!"

ทันใดนั้น เสียงคำรามที่ทึ่มต่ำแต่สั่นสะเทือนไปถึงรากฐานหินของปราสาทก็ดังกัมปนาท กระจกหน้าต่างสั่นไหวราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ มันไม่ใช่เสียงคำรามของเดรัจฉานที่หิวโหย แต่เป็นเสียงที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและความเยือกเย็นที่สะกดทุกวิญญาณให้หยุดนิ่ง เงาขนาดมหึมาบดบังแสงอาทิตย์ยามบ่ายจนห้องทรงงานมืดมิดลงในพริบตา แรงกระพือปีกอันมหาศาลสร้างกระแสลมพายุจนทำให้ธงทาร์แกเรียนบนยอดหอคอยสะบัดอย่างบ้าคลั่ง โครงสร้างหินของ Red Keep สั่นไหวจนฝุ่นผงร่วงหล่นลงมาจากเพดาน
Egg ลุกพรวดขึ้นด้วยสัญชาตญาณนักรบ เขาพุ่งตัวไปยังระเบียงและเงยหน้าขึ้นมองภาพที่ทำให้โลหิตพุ่งพล่านดั่งเพลิงจนแทบหยุดหายใจ

เหนือท้องฟ้าคิงส์แลนดิ้ง มังกรขนาดมหึมาอย่างที่ไม่เคยมีบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ใดของเวสเทอรอสกำลังร่อนผ่านไป มันตัวใหญ่กว่า บาแลเรียน (Balerion the Black Dread) ในยุคที่รุ่งเรืองที่สุดเสียอีก เกล็ดของมันเป็นสีทองแดงเข้มสะท้อนแสงตะวันเปล่งประกายราวกับกองไฟเคลื่อนที่บนฟากฟ้า มันไม่ได้พ่นไฟเผาผลาญ ไม่ได้คำรามข่มขวัญเมืองหลวง และไม่ได้แม้แต่จะชายตาอันคมกริบมองลงมายังนครหลวงที่สิ่งปลูกสร้างสูงใหญ่ แต่กลับดูมัวหมอง สกปรก และเหม็นคลุ้งไปด้วยโคลนตมเบื้องล่าง สำหรับมัน... เมืองแห่งนี้ช่างยากจนและไร้ค่า

มันเพียงบินผ่านไปอย่างเยือกเย็นและทรงอำนาจ มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ—ทิศทางที่อากาศบริสุทธิ์กว่าและอาจมีกลิ่นแวววาวของสิ่งที่มันถวิลหามากกว่าโคลนตมในเมืองมนุษย์
สำหรับ Egg ภาพนี้ไม่ใช่แค่ความบังเอิญ แต่มันคือ "คำท้าทายจากสวรรค์" ที่ส่งมาหยั่งเชิงเขาว่า... หากพลังอำนาจระดับนี้อยู่ตรงหน้า เขาจะมีความสามารถพอที่จะควบคุมมันให้สมราคาคุยหรือไม่?


ทันทีที่เงาทองแดงลับหายไปขอบฟ้า ความกระหายไคร่รู้ก็เข้าแทนที่ความตกตะลึง Egg นึกถึงกษัตริย์แอริสที่ 1 (Aerys I) ท่านลุงผู้จมปลักอยู่กับตำราลี้ลับจนละทิ้งราชกิจเขารีบวิ่งตรงไปยังห้องสมุดส่วนตัวที่มืดสลัวและเต็มไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่า รื้อค้นม้วนบันทึกจากดินแดนลี้ลับทางตะวันตกที่ซึ่งไม่เคยมีเท้าของนักผจญภัยจากเวสเทอรอสหรือเอสซอสคนใดเคยเหยียบย่างไปถึง
จนกระทั่งเขาพบอักษรโบราณในกระดาษหนังที่ผุพัง:

"...มังกรทองในตำนาน นามว่า 'Smaug The Golden' (สม็อกมังกรทอง) หรือที่พวกภูติแคระเรียกว่า The Worm of Erebor (หนอนยักษ์แห่งเอเรบอร์) บางครั้งมันขานนามตัวเองว่า Smaug The Magnificent (สม็อกผู้ยิ่งใหญ่)... มังกรสีทองแดงเปล่งประกายผู้มีขนาดมหึมาจนสามารถนอนทับกองสมบัติที่สุมท่วมท้นเป็นภูเขาได้ มันมีชีวิตอยู่มาเนิ่นนานก่อนที่อิฐก้อนแรกของวาร์แลเรียจะถูกวางลง... มันรักทองคำยิ่งกว่าชีวิต และเย่อหยิ่งยิ่งกว่าราชาองค์ใดในใต้หล้า... หาได้มีมนุษย์ผู้ใดบงการมันได้ไม่ มีเพียงตำนานเล่าขานว่ามันถูกสังหารโดยนักเกาทัณฑ์ผู้เก่งกาจ ยิงศรทมิฬปักอกซ้าย ที่เกล็ดของมันหลุดออกไป และจมหายลงไปในห้วงน้ำลึก แต่หาได้มีใครได้พบซากที่แท้จริงของมันไม่..."

ดวงตาของ Egg เปล่งประกายด้วยไฟแห่งความหวังที่อันตราย ปริศนาชิ้นแรกถูกวางลงในใจเขาอย่างแม่นยำ
Egg: "สม็อก... มังกรที่รักทองคำยิ่งกว่าชีวิต และมีความเย่อหยิ่งสูงเสียดฟ้าอย่างนั้นรึ? หึ... งั้นข้าก็รู้แล้วว่าต้องใช้ 'เหยื่อ' ชนิดไหนไปล่อเจ้าออกมาจากรัง"
เขาไม่ได้มองเห็นแค่หายนะที่เพิ่งบินผ่านไป แต่เขามองเห็น "อาวุธ" ที่จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์เวสเทอรอสไปตลอดกาล
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่