ที่มาของ เจ้าพ่อเขาใหญ่ (อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่)

“เจ้าพ่อเขาใหญ่” ที่ปกป้องผืนป่ามาชั่วชีวิต เปิดตำนาน “ปลัดจ่าง” แม้ร่างจะสิ้น แต่วิญญาณยังคงอยู่


ย้อนไปในอดีต เมื่อราษฎรบ้านท่าชัย และบ้านท่าด่าน จังหวัดนครนายก ได้พากันขึ้นไปถากถางป่าปลูกข้าว ปลูกพริก ไม้ผล และปลูกบ้านเรือนอยู่บนยอดเขา ประมาณ ๓๐ หลังคาเรือน จนเกิดเป็นชุมชนเล็ก ๆ ขึ้นมา และต่อมาทางการได้ยกฐานะขึ้นเป็นตำบลเขาใหญ่ ขึ้นกับอำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก นั้น

ในสมัยนั้น ปลัดจ่าง นิสัยสัตย์ ชาวอำเภอเขานางบวช จังหวัดนครนายก มาดำรงตำแหน่งเป็นปลัดกองทัพ
เมื่อท่านเกษียณอายุราชการ ทางการจึงขอความร่วมมือ ให้ท่านช่วยเหลือราชการบ้านเมืองอีกครั้งในการทลายซ่องโจรบนเขาใหญ่ ซึ่งมีอยู่ ๕ ก๊กสำคัญด้วยกัน ได้แก่ เสือจัน เสือไทร เสือบุญมี เสือสำอาง และเสือสองพี่น้อง คือเสือเย็น กับเสือหล้า แต่ก็มีกลุ่มโจรกลุ่มหนึ่งไม่ยอมเชื่อ ท่านจึงนัดกลุ่มโจรเพื่อเจรจา ณ ป่าหญ้าคา ใกล้หนองขิง
แต่ตกลงกันไม่ได้ จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น ปรากฏว่าหัวหน้าโจรกลุ่มนั้นถูกจับตาย และท่านได้ชักชวนชาวบ้านที่บุกรุกพื้นที่ลงจากเขาใหญ่

ท่านปลัดจ่าง เป็นผู้มีวิธีการที่แยบยล จนทำให้เสือก๊กต่างๆยอมรับนับถือและปฏิบัติตาม เลิกราเป็นโจรกลับลงมายังพื้นราบ มีอยู่ครั้งหนึ่ง โจรสองพี่น้อง
เพียงพบหน้าท่านครั้งแรกเท่านั้น ก็ลงจากหลังม้ามากราบแล้วพูดคุยกับท่าน ถึงกับยอมบวชเรียน และต่อมามีอาชีพเป็นครู

นับว่าท่านปลัดจ่าง เป็นบุคคลที่มีคุณค่า ต่อสังคมเป็นอย่างยิ่ง ในช่วง กรุงรัตนโกสินทร์ ท่านได้รับแต่งตั้ง จากทางราชการให้เป็นผู้เก็บค่ารัชชูปกรณ์(ภาษี) ในพื้นที่นครนายก

ต่อมา ท่านได้สิ้นชีวิตลงด้วยพิษไข้ป่า ด้วยวัย ๗๕ ปี ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันตั้งศาลเพียงตาไว้ที่ใต้ต้นกระบกใหญ่บนเขา ใกล้โรงเรียนวัดหนองเคี่ยม
จังหวัดนครนายก โดยเรียกศาลนั้นว่า (ศาลเจ้าพ่อปลัดจ่าง)

ต่อมา หลังรัฐบาลจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มีการจัดตั้งป่าเขาใหญ่เป็นอุทยานแห่งชาติ ได้เกิดนิมิต ถึงเจ้าผู้คุ้มครองสรรพสัตว์ และผืนป่า จึงได้มีการจัดตั้งศาลเจ้าพ่อขึ้นบริเวณกิโลเมตรที่ ๒๓ ถนนธนะรัชต์ และได้อัญเชิญดวงวิญญาณของท่านมาสิงสถิตไว้ ขนานนามว่า "ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่"
ถือว่าท่านเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ทุกปี ในวันที่ ๒๖ มกราคม จะมีการบวงสรวง ระลึกถึงพระคุณท่าน โดยเลือกเอาวันที่อัญเชิญดวงวิญญาณท่าน มาอยู่ที่ศาลใหม่

นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวบนเขาใหญ่ มักจะแวะกราบไหว้อธิษฐาน ขอให้เดินทางโดยปลอดภัย และขอโชคลาภจากท่านอยู่เสมอ และมักจะสมความปรารถนา
หรือใครเดินทางผ่านศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ก็มักจะบีบแตร ทำความเคารพท่านทุกครั้ง ถิ่นสถิตของเจ้าพ่อเขาใหญ่
ก็มีอยู่ทั่วไปในบริเวณป่าเขาใหญ่ทั้งหมด และเจ้าหน้าที่รักษาป่า ตลอดจนผู้ที่ปฏิบัติงานในบริเวณนั้น ก็มักจะมากราบบูชา บนบานศาลกล่าวต่อเจ้าพ่อเขาใหญ่องค์นี้เสมอ

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่