เป็นโปรแกรมเมอร์ สอบติดราชการ แต่เงินเดือนปัจจุบันมากกว่าเกือบเท่าตัว ควรไปไหม ในอายุ 25 ปี

ตอนนี้ผมอายุ 25 ทำงานเอกชนในกรุงเทพ เป็นโปรแกรมเมอร์ เงินเดือนประมาณเกือบสี่หมื่น ที่ทำงานปัจจุบันสามารถ WFH ได้สัปดาห์ละประมาณ 2–3 วัน และโดยรวมก็ยังรู้สึกดีกับที่ทำงานอยู่ตอนนี้ ทั้งลักษณะงานและสภาพแวดล้อม

แต่เพิ่งสอบติดตำแหน่ง นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ของหน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง เงินเดือนเริ่มต้นประมาณปลายหมื่น และมีเงินเพิ่มพิเศษอีกประมาณหลายพันบาท ซึ่งจะได้หลังผ่านช่วงทดลองงาน ถ้ารวม ๆ แล้วก็ยังน้อยกว่างานเอกชนที่ทำอยู่พอสมควร และตำแหน่งก็น่าจะอยู่ส่วนกลางเหมือนกัน
ผลสอบออกมาคือ ผมได้ลำดับประมาณช่วงต้น ๆ ของคนที่สอบติดทั้งหมด จากคนสมัครสอบประมาณหลายร้อยคน ทำให้ถูกเรียกตัวจริงรอบแรก

ที่บ้านค่อนข้างอยากให้ไปเป็นราชการ เพราะมองว่าอาชีพมั่นคงกว่า แต่ในมุมผมรู้สึกว่าอายุ 25 มันยังเร็วไปนิดสำหรับการเข้าเส้นทางราชการ ยังอยากทำเอกชน เก็บเงิน อีกสักพัก
อีกอย่างหนึ่งคือ ผมไม่ต้องกังวลเรื่องสวัสดิการรักษาพยาบาลของพ่อแม่เหมือนหลายคน เพราะพ่อเป็นข้าราชการอยู่แล้ว ตรงนี้เลยไม่ได้เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ

เรื่องที่ทำให้ลังเลคือ ตำแหน่งลักษณะนี้เหมือนจะไม่ได้เปิดสอบบ่อย และรอบนี้รับค่อนข้างเยอะ เลยไม่แน่ใจว่าอนาคตจะมีโอกาสแบบนี้อีกไหม
จริง ๆ ตอนแรกตั้งใจสอบแค่ลองดูเฉย ๆ คิดว่าถ้าผ่านก็ผ่าน แต่คงอยู่อันดับท้าย ๆ จะได้ไม่โดนเรียกรอบแรก แต่ดันได้อันดับค่อนข้างดีเกินคาด
ส่วนตัวตอนนี้ค่อนข้างเอนเอียงไปทางทำเอกชนก่อน เพราะรู้สึกว่าถ้าจะกลับมาสอบจริงจังในอนาคต ตั้งใจอ่านหนังสือจริง ๆ ก็น่าจะมีโอกาสติดได้อีก รอบนี้แทบไม่ได้เตรียมตัวเลยยังสอบติด

แต่ก็มีอีกมุมที่คิดว่า หรือรอบนี้แค่โชคดี แล้วถ้าปล่อยโอกาสไปจะไม่มีอีก
เลยอยากถามคนที่เคยอยู่ทั้งสองสาย หรือมีประสบการณ์คล้าย ๆ กันว่าจะเลือกทางไหนดีครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
อ่านแล้วผมปวดหัวแทนเลยครับ เข้าใจว่าทำไมถึงลังเล
เรื่องนี้สำคัญมากกกก ขออนุญาตแยกเป็น 2 กรณีให้เห็นภาพชัดๆ
พร้อมแผนสำรองถ้าเกิด "เลือกพลาด" นะครับ ซึ่งเนื้อหายาวววแน่นอน ทนอ่านหน่อยนะครับ ^_^
แต่ก่อนจะอ่านเม้นผม ดูรูปด้านล่างนี้ก่อนครับ
.

.
กรณีที่ 1 อยู่เอกชนต่อ (ตามใจตัวเอง)
ข้อดี
อายุ 25 ในสาย Tech คือช่วงทองของการอัปสกิลและก้าวกระโดดเรื่องรายได้
เงินเดือนปัจจุบันเกือบ 4 หมื่นเทียบกับราชการหมื่นปลายๆ  ปีนึงก็หลักแสนแล้วครับ
.
ถ้าเอาส่วนต่างตรงนี้ไปลงทุน โยนเข้ากองทุนดัชนี หรือเก็บออมดีๆ
พอร์ตตอนเกษียณเผลอๆ จะใหญ่กว่าเงินบำนาญซะอีก
แถมคุณพ่อเป็นข้าราชการอยู่แล้ว เรื่อง "สวัสดิการรักษาพยาบาลพ่อแม่" ที่หลายคนทิ้งเงินเดือนมาเอาก็ตกไป
แทบไม่มีความจำเป็นต้องรีบมารับเงินเดือนน้อยลงในตอนนี้ครับ
.
ข้อเสีย
เสี่ยงตามสภาพเศรษฐกิจ เช่น โดนเลย์ออฟ, บริษัทปิดตัว หรือ หมดไฟจัดๆ
.
สิ่งที่ต้องเตรียมรับมือล่วงหน้า...ถ้าเลือกเอกชน
.
ต้องคอยวิเคราะห์การแข่งขันในอุตสาหกรรมที่บริษัทคุณทำงานอยู่ด้วยเสมอครับ
ดูว่าเทรนด์ธุรกิจไปทางไหน คู่แข่งดุเดือดแค่ไหน ถ้าทรงเริ่มไม่ดีจะได้ไหวตัวทันก่อนบริษัทจะแย่
**มันจะมีกรอบความคิด หรือ Framework ที่ใช้วิเคราะห์เรื่องนี้ว่า Porter Five Force (ตามรูป)
   ถ้าคุณเจ้าของกระทู้ไม่ได้อยู่ในสายการลงทุนอาจอ่านยากในช่วงแรกๆ (ย้ำว่าแค่ช่วงแรกๆ)
   แต่ผมแนะนำอย่างยิ่งให้ศึกษาไว้ ถือซะว่าเป็นปูพื้นฐานการลงทุนไปในตัวครับ ^_^
.

.
กรณีที่ 2 ย้ายไปรับราชการ (ตามใจที่บ้าน)
.
ข้อดี
"ความมั่นคง" ตอบโจทย์ความสบายใจของที่บ้าน และได้ตำแหน่งที่กังวลว่านานๆ จะเปิดที
.
ข้อเสีย
รายได้ที่หายไปเกินครึ่ง และความเสี่ยงเรื่อง "สกิลตัน" ครับ
วงการโปรแกรมเมอร์ ผมเข้าใจว่าถ้าระบบงานไม่ได้ใช้ Tech Stack ที่อัปเดต
ถ้าทำราชการไปสักพักแล้วอยากโหนกลับมาเอกชนด้วยสกิลที่ไม่ได้อัปเดต จะเหนื่อยและหางานยากกว่าเดิม
.
สิ่งที่ต้องเตรียมรับมือล่วงหน้า...ถ้าเลือกราชการ
.
เรื่องเงินหด คือ ต้องซ้อมลดค่าใช้จ่ายลงครึ่งนึงทันที ทำบัญชีรายรับรายจ่ายล่วงหน้าเลยว่าไลฟ์สไตล์ปัจจุบันรอดไหม
และอาจจะหาลู่ทางรับงานฟรีแลนซ์เสริม (ข้อดีของราชการคือมักจะเลิกงานตรงเวลา ทำให้มีเวลาไปปั่นงานนอกได้)
.
เรื่องสกิลตัน คือ ห้ามปล่อยจอยเด็ดขาด ตั้งกฎเหล็กให้ตัวเองทำ "Side Project" ด้วยภาษาโปรแกรมมิ่งใหม่ๆ
อย่างน้อยปีละ 1-2 ชิ้น หรือตามอ่านอัปเดต Tech Stack ของฝั่งเอกชนอยู่เสมอ
ถ้าระบบราชการใช้แต่ของเก่า เราก็เอาเวลาว่างมาเขียนโค้ดอัปเดตลง GitHub ไว้เป็นพอร์ตเฟิร์มๆ
.
เรื่องวัฒนธรรมองค์กรเป็นพิษ --> ผมห่วงคุณเจ้าของกระทู้เรื่องนี้ที่สุด
เพราะระบบราชการจะมี ระบบอาวุโส และ การเมืองในที่ทำงาน เสมอ ย้ำนะครับ เสมอ !!!!
นั่นคือต้องฝึกแยกแยะระหว่างเนื้องานกับอารมณ์ของคนรอบข้าง
ถ้าเจอเรื่องท็อกซิก ให้รู้ทันอารมณ์และความคิดตัวเอง
ดึงตัวเองออกมามองสถานการณ์ตามความเป็นจริงอย่างเป็นเหตุเป็นผล
ไม่เอาคุณค่าของเราไปผูกกับคำพูดบั่นทอนของใคร ครับ
.
ระบบงานล้าหลัง
เผื่อใจไว้เลยครับว่าต้องเจอการทำงานที่เน้นเอกสาร หรือเทคโนโลยีที่ไม่อัปเดตเท่าเอกชน
เตรียม "ความใจเย็น" ไว้ให้พร้อมครับ อย่าหวังว่าจะไปเปลี่ยนระบบได้ตั้งแต่วันแรกๆ
ให้มองว่าเรากำลังเรียนรู้วิธีรับมือกับ Legacy System ไปก่อน
ถ้าอึดอัดที่ไม่ได้ปล่อยของ ก็เอาไฟที่มีไปลงกับ Side Project แทนครับ
.
ถ้าให้ผมฟันธง ผมลุยเอกชนต่อ
เพราะอายุยังน้อย พื้นฐานความรู้แน่น (ขนาดบอกว่าไม่ได้เตรียมตัวยังสอบติดอันดับต้นๆ)
การทิ้งเงินเดือนและโอกาสเติบโตในสาย Tech ไปตอนนี้ ถือเป็นค่าเสียโอกาส ที่แพงเกินไป
ส่วนความกังวลที่ว่า "รอบหน้าจะสอบไม่ติด หรือเป็นแค่ความโชคดี" อันนี้อย่าเพิ่งไปกลัวล่วงหน้าครับ
คนเราถ้าพื้นฐานดีและตั้งใจจริง วันหน้าก็ทำได้อีกแน่นอน
แต่คุณเจ้าของกระทู้อย่าเพิ่งลืมป้ายเตือนผมตอนแรกนะครับ --> ตัวคุณเท่านั้นที่เป็นคนตัดสิน
.
เนื้อหาส่วนต่อไปสำคัญมากครับ คือ....
.

.
เราคงต้องยอมรับความจริงว่า..........
.

.

.

.
สุดท้ายผมขอย้ำว่า.....
.

.
ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ก็ขอให้โชคดี มีความสุขกับทุกทางที่เลือกครับ ^_^
.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่