ทำไมพ่อแม่รักพี่สาวมากกว่า ?

สวัสดีค่ะ เรามีพี่สาวอายุห่างกันเกือบ 10 ปี ตอนนี้เรายังเรียนอยู่ ส่วนพี่สาวเราเรียนจบแล้ว แต่ยังไม่ทำงาน เรียกว่าไม่ทำอะไรเลยก็ได้ ก่อนหน้านี้ทุกคนพยายามหาอาชีพให้พี่สาว ขายของบ้าง สอบก.พ.บ้าง ตอนแรกพี่เราก็ดูเหมือนจะเอาอยู่ คือทำตามที่ทุก ๆ คนบอก ฝึกทำขนมขาย อ่านหนังสือเตรียมสอบ แต่พักหลังมานี้เขาไม่เอาอะไรเลย เราถามว่าจะทำขนมอีกมั้ย เขาก็บอกว่าไม่ เราถามอีกได้อ่านหนังสือบ้างอีกมั้ย เขาก็บอกว่าไม่ ตอนนี้ใช้ชีวิตไปวัน ๆ ใช้เงินพ่อแม่

  ส่วนประเด็น topic เรื่องมีอยู่ว่า เวลาแม่เราเห็นพี่สาวเราทำอะไร เค้าจะพูดดี ๆ ด้วยเสมอ ให้กำลังใจตลอด ถึงแม้ว่าสิ่งที่พี่ทำมันจะไม่สำเร็จอยู่แล้วก็เถอะ แต่แม่เราไม่เคยพูดบั่นทอนจิตใจเลย ตัดมาที่เรา เราจะทำนู่นทำนี่ แม่ก็เอาแต่ตั้งคำถามว่า มันจะดีหรอ ? จะสำเร็จหรอ ? จะทำได้มั้ย ความสามารถเราน่าจะไม่ถึง ? เราโดนมาตลอด เราเข้าใจว่า เรายังเรียนอยู่ ในสายตาของเขา เขาก็คงคิดว่าเรายังไม่โตพอจะมีวุฒิภาวะที่จะตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ เองได้ ก่อนหน้านี้เราพยายามทนมาตลอด บางครั้งเราทนไม่ไหว เราก็พูดตอบกลับสวนไปบ้าง แต่พอพูดเสร็จเราก็มารู้สึกผิดกับตัวเองตลอด

  เรื่องเพิ่มเติมคือ พี่สาวสเราอารมณ์ไม่คงที่เลย เขาโกรธง่ายมาก บางทีเราพูดอะไรไปแล้วมันไม่ถูกใจเขา เขาก็งอนเราได้เป็นเดือน ๆ เลย ไม่ใช่แค่กับเราแต่เป็นกับทุกคน ใครพูดไม่ถูกใจพี่เราก็เขาก็โกรธหมด ถึงจะพูดความจริงก็เถอะ แล้วก็พี่สาวเราเคยเป็นซึมเศร้า ป่วยบ่อย ไม่ค่อยออกกำลังกาย เราเข้าใจว่าพ่อแม่พยายามจะรักษาสุขภาพจิตของพี่สาว พยายามพูดให้กำลังใจ อันนี้เราพอเข้าใจ แต่สิ่งที่เราโดน มันทำให้เรารู้สึกแย่ เราเลยเปรียบเทียบตัวเองกับพี่สาว เราเลยรู้สึกน้อยใจตรงที่ เขาพยายามอย่างมากที่จะรักษาความรู้สึกของพี่ แล้วเราล่ะ ? ความรู้สึกเรามันไม่มีค่าพอที่เขาจะแคร์มั่งหรอ คือเรารู้ว่าเราก็ไม่ได้เก่งหรอก ทำอะไรไม่ได้ดีสักอย่าง ไม่ได้มีความชอบอะไรเป็นพิเศษ แต่เราก็แค่รู้สึกว่ามันไม่ควรมีใครโดนตั้งคำถามหรือคำพูดที่ทำร้ายจิตใจแบบนี้

  เรารู้สึกเหนื่อยมาก เวลาคุยกับพี่สาวเราก็ต้องพูด ทำตัวให้ถูกใจเขา ไม่งั้นเราก็โดนโกรธ แล้วเวลาคุยกับพ่อแม่ เราก็ต้องพยายามทนฟังคำพูดของเขา ไม่อยากเถียงออกไป หรือโมโหใส่ แล้วบางทีที่เราพูดจริงจัง เขาก็ขำ มองว่ามันเป็นเรื่องตลก เอาเรื่องเราไปพูดกับญาติ แล้วทำว่ามันเป็นเรื่องตลก เราโคตรเสียความรู้สึก

  ตอนนี้เราเลยเป็นคนที่ถ้าจะทำอะไรหรือมีความฝันอะไร เราไม่บอกใครเลยสักคน ที่เรามาเล่าวันนี้ เราแค่อยากแชร์เรื่องราวเฉย ๆ ค่ะ เอาไว้เป็น study case ยิ้ม
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่