จาก "จดหมาย" สู่ "อีเมล" การอัปเกรดครั้งใหญ่ของโลกการเงินที่คนมองแค่ราคาเหรียญจะไม่มีวันเข้าใจ



ลองนึกภาพว่า "เงิน" ในกระเป๋าเราเหมือน "รถยนต์" ครับ
ที่ผ่านมาเราขับรถบนถนนลูกรัง (ระบบธนาคารเก่า) ที่ทั้งช้า ทั้งฝุ่นตลบ จะโอนเงินไปต่างประเทศทีไร ต้องรอหลายวัน แถมโดนหักค่าธรรมเนียมเหมือนโดนปล้น
ในขณะที่คนทั่วไปมักจะด่าว่า "คริปโตคือแชร์ลูกโซ่" แต่พวกบริษัทยักษ์ระดับโลกอย่าง Mastercard เขากลับมองต่างออกไปครับ เขาไม่ได้มองว่ามันเป็นแค่ "เหรียญ" เอาไว้เก็งกำไร แต่เขามองว่ามันคือ "เทคโนโลยีถนนลาดยาง" (Blockchain) ที่จะมาแทนถนนลูกรังเดิม

Mastercard ไม่รอให้ใครมาแย่งเค้ก
แทนที่จะนั่งรอให้ระบบคริปโตมาทำลายธุรกิจบัตรเครดิตของตัวเอง Mastercard ตัดสินใจ "เป็นเจ้าของถนนเองซะเลย" * เขาไปจับมือกับพวกค่ายคริปโตดังๆ (Solana, Ripple)
เป้าหมายคือ ทำให้การโอนเงินข้ามโลกทำได้ง่ายเหมือนส่งสติกเกอร์ไลน์ในเสี้ยววินาที

ต่อไปนี้ "เงินในธนาคาร" กับ "คริปโต" จะเป็นเรื่องเดียวกัน
เมื่อก่อนเราอาจจะมองว่าคริปโตคือเงินในเกม หรือเงินเสี่ยงโชค แต่ตอนนี้กำแพงนั้นกำลังพังลงครับ
1. ยักษ์ใหญ่กำลังทำให้คุณรูดบัตรซื้อกาแฟด้วย "สินทรัพย์ดิจิทัล" ได้ทันที
2. เงินจะวิ่งไปมาได้ทุกที่ในโลก 200 ประเทศ โดยที่คุณไม่ต้องสนใจด้วยซ้ำว่าเบื้องหลังมันทำงานยังไง

ศูนย์กลางโลกกำลังย้ายที่
ถ้าคิดว่าอเมริกา (นิวยอร์ก) คือเจ้าโลกการเงินตลอดไป อาจจะต้องคิดใหม่ครับ เพราะตอนนี้ "ลอนดอน" และฝั่งยุโรปกำลังเร่งสปีดแซงหน้า ด้วยกฎหมายที่ชัดเจนกว่าและการสนับสนุนที่จริงจัง ทำให้เงินทุนเริ่มไหลไปกองที่นั่นแทน

บทสรุป
โลกการเงินไม่ได้กำลังจะเจ๊ง แต่มันกำลัง "อัปเกรด" เหมือนตอนเราเปลี่ยนจาก "จดหมาย" มาเป็น "อีเมล" ครับ
1. คนที่มองแต่ "ราคาเหรียญ" คือคนที่ลุ้นว่าวันนี้หวยจะออกเลขอะไร (รวยเร็ว หรือ เจ๊งเร็ว)
2. คนที่มอง "โครงสร้างพื้นฐาน" คือคนที่รู้ว่า ต่อไปนี้โลกจะใช้ระบบนี้ทำงาน และใครที่ปรับตัวได้ก่อน คือคนที่จะคุมเกมในอีก 10 ปีข้างหน้า

จงจำไว้ว่า เมื่อยักษ์ใหญ่ระดับโลกวางหมากเสร็จแล้ว เขาไม่ถอยครับ เขาแค่รอเวลาที่จะกดปุ่ม "Start" เพื่อให้ทุกคนต้องมาใช้ถนนที่เขาเพิ่งสร้างเสร็จเท่านั้นเอง

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่