ดูซีรี่ส์ไต้หวันเรื่องนึงคือ Oh No! Here Comes Trouble (2023) ชื่อไทย : ผีแซดกับแบดบอย แล้วรู้สึกว่าแนวคิดเข้าท่าดีครับ ผู้แต่งและผู้กำกับคือ หลินกวนฮุ่ย (Lin Kuan-Hui) น่าจะได้แนวคิดมาจากศาสนาพุทธและแฝงปรัชญามหายานไว้โดยตรง
คือผีในเรื่องดูแล้วก็ตลกแต่ลึกซื้งดี ไม่ได้เป็นผีตรงๆของคนตายแบบหนังทั่วไป แต่เป็นรูปผีที่เกิดจากความคิดหมกมุ่น ซึ่งในเรื่องใช้คำว่า Zhi Nian - 執念 ซึ่งหมายถึงความหมกมุ่นทางอารมณ์อย่างแรงกล้า ดังนั้นผีหลายตัวในเรื่องจึงมีที่มาแบบประหลาดๆ เช่น จากรูปปั้นปี่เซียะโบราณที่ทำให้ร่างคนตายใกล้ๆฟื้นคืน จากรอยสักที่คนก่อนตายฝังใจ จากก้อนหินที่คนกราบไหว้จนกลายเป็นพระภูมิเจ้าที่ จากสัมผัสบนแผ่นหลังที่เด็กคู่แฝดสัมผัสกันก่อนตาย ฯลฯ
แนวคิดนี้น่าจะสอดคล้องกับเรื่องโอปปาติกะกำเนิดหรือจิตตชรูปในพุทธศาสนาโดยตรง เห็นได้จากผู้แต่งใช้คำว่า 執念 ในบทละครซึ่งใกล้เคียงกับคำที่ใช้ในคัมภีร์มหายานเช่น 執取 (zhíqǔ) หรือ 執著 (zhízhuó) แปลว่า อุปาทาน หรือความยึดมั่นถือมั่นนั่นเอง เมื่ออุปาทานเกิดแล้วปฎิจจสมุปบาทก็เกิดเป็นภพชาติได้มาทั้งมโนมยกายและโอปปาติกะ
มีหลายปรากฏการณ์ที่ทั้งเถรวาทและมหายานกล่าวถึงคล้ายกัน คือมโนมยกายเกิดได้จากจิตตชรูปทั้งอุปาทานในบางสิ่งอย่างแรงกล้าและฉันทสมาธิซึ่งเป็นอุปาทานฝ่ายกุศลของผู้ได้ฌานอภิญญา เคยได้ยินพระรูปนึงเล่าให้ฟังด้วยตัวเองว่าท่านเดินจงกรมโดยเพ่งหลักแท่งไม้เป็นเครื่องหมาย เพ่งไปเพ่งมาแท่งไม้นั้นก็งอกใบหน้างอกแขนขาออกมาทักทาย พระอีกรูปนึงเพ่งดวงไฟเป็นกสิณจนในที่สุดก็มีนางรำออกจากดวงไฟมาร่ายรำให้ดู
ซึ่งมันบอกได้ยากว่ารูปที่เห็นเป็นผีจริงหรือเป็นรูปที่คิดไปเอง แล้วยิ่งถ้าเป็นระดับเทพเจ้าล่ะ ถ้าเป็นกำลังจิตของผู้มีฌานหรือจิตของปุถุชนหมู่มากที่อธิษฐานพร้อมกัน เทพเจ้าก็โดนแต่งขึ้นมาเองได้ใช่ไหม เห็นได้จากเทพเจ้าหลายองค์ที่มาเข้าทรงได้ ทั้งๆที่บางองค์ไม่น่าจะมาจากสุคติภูมิ หรือบางองค์ออกมาจากนิยาย
____________________________
Oh No! Here Comes Trouble (2023)
ผีสางเทวดา เกิดขึ้นเพราะจิตมนุษย์ปรุงแต่งเองด้วยใช่หรือเปล่า
คือผีในเรื่องดูแล้วก็ตลกแต่ลึกซื้งดี ไม่ได้เป็นผีตรงๆของคนตายแบบหนังทั่วไป แต่เป็นรูปผีที่เกิดจากความคิดหมกมุ่น ซึ่งในเรื่องใช้คำว่า Zhi Nian - 執念 ซึ่งหมายถึงความหมกมุ่นทางอารมณ์อย่างแรงกล้า ดังนั้นผีหลายตัวในเรื่องจึงมีที่มาแบบประหลาดๆ เช่น จากรูปปั้นปี่เซียะโบราณที่ทำให้ร่างคนตายใกล้ๆฟื้นคืน จากรอยสักที่คนก่อนตายฝังใจ จากก้อนหินที่คนกราบไหว้จนกลายเป็นพระภูมิเจ้าที่ จากสัมผัสบนแผ่นหลังที่เด็กคู่แฝดสัมผัสกันก่อนตาย ฯลฯ
แนวคิดนี้น่าจะสอดคล้องกับเรื่องโอปปาติกะกำเนิดหรือจิตตชรูปในพุทธศาสนาโดยตรง เห็นได้จากผู้แต่งใช้คำว่า 執念 ในบทละครซึ่งใกล้เคียงกับคำที่ใช้ในคัมภีร์มหายานเช่น 執取 (zhíqǔ) หรือ 執著 (zhízhuó) แปลว่า อุปาทาน หรือความยึดมั่นถือมั่นนั่นเอง เมื่ออุปาทานเกิดแล้วปฎิจจสมุปบาทก็เกิดเป็นภพชาติได้มาทั้งมโนมยกายและโอปปาติกะ
มีหลายปรากฏการณ์ที่ทั้งเถรวาทและมหายานกล่าวถึงคล้ายกัน คือมโนมยกายเกิดได้จากจิตตชรูปทั้งอุปาทานในบางสิ่งอย่างแรงกล้าและฉันทสมาธิซึ่งเป็นอุปาทานฝ่ายกุศลของผู้ได้ฌานอภิญญา เคยได้ยินพระรูปนึงเล่าให้ฟังด้วยตัวเองว่าท่านเดินจงกรมโดยเพ่งหลักแท่งไม้เป็นเครื่องหมาย เพ่งไปเพ่งมาแท่งไม้นั้นก็งอกใบหน้างอกแขนขาออกมาทักทาย พระอีกรูปนึงเพ่งดวงไฟเป็นกสิณจนในที่สุดก็มีนางรำออกจากดวงไฟมาร่ายรำให้ดู
ซึ่งมันบอกได้ยากว่ารูปที่เห็นเป็นผีจริงหรือเป็นรูปที่คิดไปเอง แล้วยิ่งถ้าเป็นระดับเทพเจ้าล่ะ ถ้าเป็นกำลังจิตของผู้มีฌานหรือจิตของปุถุชนหมู่มากที่อธิษฐานพร้อมกัน เทพเจ้าก็โดนแต่งขึ้นมาเองได้ใช่ไหม เห็นได้จากเทพเจ้าหลายองค์ที่มาเข้าทรงได้ ทั้งๆที่บางองค์ไม่น่าจะมาจากสุคติภูมิ หรือบางองค์ออกมาจากนิยาย
____________________________
Oh No! Here Comes Trouble (2023)