จว.สุดท้าย ท้าทายระบบโลจีสติกสุด ๆ เพราะมี 1864 โค้ง ที่ต้องพาน้องไก่สดไปทอดขาย .. แม่ฮ่องสอน ไง
KFC ปักหมุดทั่วไทยตั้งการ์ดสู้ศึกไก่ทอด .. หลังจากเปิดตัวในไทย มา 41 ปี
เจาะลึกกับ สมรภูมิไก่ทอดเดือด
สงครามไก่ทอด 6 สัญชาติ รุมสกรัม ช่วงชิงพื้นที่ ใครดีใครได้ 
.
ถ้าพูดถึงธุรกิจอาหารที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดที่สุดในประเทศไทย
หนึ่งในนั้นก็คือ “ตลาดไก่ทอด” ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 30,000 ล้านบาท มีอัตราการ
เติบโตเฉลี่ยราว 8% ต่อปี จึงทำให้ไก่ทอดไม่ได้เป็นเพียงอาหารจานด่วนอีกต่อไป
แต่กลายเป็นสมรภูมิทางธุรกิจที่แบรนด์ระดับโลกพร้อมทุ่มทุกกลยุทธ์ เพื่อแย่ง
ชิงส่วนแบ่งตลาด และ ครองใจผู้บริโภคชาวไทย
.
ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ QSR มองว่าไก่ทอดเป็นเมนูที่สามารถควบคุมต้นทุนได้
ทำเมนูซ้ำได้ ขยายสาขาได้เร็ว และเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม ตั้งแต่นักเรียนไปจนถึง
คนทำงาน นี่คือเหตุผลว่าทำไมแบรนด์ไก่ทอดต่างๆ ถึงอยากครองส่วนแบ่งตลาดนี้
.
ในปี 2569 ตลาดไก่ทอดในไทย (เฉพาะกลุ่ม QSR) คาดว่ามีมูลค่ากว่า 30,000
ล้านบาทไม่ต่างจากปี 2568 จากมูลค่าตลาด QSR โดยรวมประมาณ 45,000 ล้านบาท
นับว่าเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรม QSR ไทย
.
โครงสร้างตลาดปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ KFC ครองส่วนแบ่งประมาณ 52%
อีก 48% เป็นของแบรนด์ไก่ทอดอื่นๆ ทั้งแบรนด์ไทยและต่างชาติ
.
แม้ KFC จะยังเป็นเบอร์หนึ่งของตลาด มีสาขามากกว่า 1,157 สาขาทั่วประเทศ
แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าส่วนแบ่งตลาด 52% ไม่ได้แปลว่าจะได้เปรียบ เพราะอีก 48% คือ
สนามรบที่ยังเปิดกว้าง โดยมีผู้เล่นหน้าใหม่ๆ ที่กำลังเดินเกมรุกและใช้กลยุทธ์ที่โดดเด่น
เฉพาะตัวเปิดศึกแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด
.
ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไก่ทอดเกาหลีใต้ที่เน้นรสชาติและประสบการณ์, แบรนด์จีน -ไต้หวัน
ที่ใช้โมเดลราคาถูก+ขยายแฟรนไชส์ รวมถึงแบรนด์ไก่ทอดของไทยที่เข้าใจรสนิยมของผู้บริโภคท้องถิ่น
.
ดังนั้น การแข่งขันของตลาดไก่ทอดในไทยปี 2569 จึงไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติความอร่อย
แต่คือเกม โหด – กิน – รวบ ทั้งในด้านการแข่งขันด้านราคา โปรโมชั่น การขยายสาขา
การครองส่วนแบ่งตลาด ยึดทำเลพื้นที่ ดึงดูดผู้บริโภค ตลอดจนการขยายแฟรนไชส์
สร้างระบบซัพพลายเชน เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจและความภักดีของลูกค้าไว้ให้ได้มากที่สุด
.
ตลาดไก่ทอดไทย ใครอยู่ตรงไหน เติบโตจากอะไร 
.
ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ตลาดไก่ทอดในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง
จนกลายเป็นหนึ่งในหมวดอาหารบริการด่วน (QSR) ที่มีการแข่งขันสูงที่สุด ผู้เชี่ยวชาญมองว่า
ความน่าสนใจของตลาดนี้ไม่ได้อยู่แค่จำนวนแบรนด์ที่เพิ่มขึ้น
.
แต่คือ การที่ไก่ทอดกลายเป็น “อาหารประจำไลฟ์สไตล์” ของคนไทย โดยเฉพาะในเขตตัวเมืองและหัวเมืองใหญ่
.
ปัจจัยแรกที่ขับเคลื่อนการเติบโต คือ พฤติกรรมผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับฟาสต์ฟู้ด
ไก่ทอดเป็นอาหารที่กินง่าย ราคาเข้าถึงได้ง่าย
.
และสามารถตอบโจทย์ได้หลายโอกาส ทั้งมื้อเร่งด่วน มื้อแชร์กับเพื่อน หรือการสั่งเดลิเวอรี
อีกทั้งผู้บริโภคชาวไทยมีความคุ้นเคยกับรูปแบบเชนร้านอาหาร ทำให้เกิดการยอมรับแบรนด์ใหม่
ในตลาดไก่ทอดได้ง่ายกว่าหมวดอาหารอื่นๆ
.
อีกหนึ่งแรงผลักสำคัญ คือ อิทธิพลของวัฒนธรรมต่างชาติ ที่เข้ามาพร้อมกับสื่อบันเทิงและกระแสไลฟ์สไตล์
โดยเฉพาะเกาหลีใต้ อเมริกา และจีน ไก่ทอดเกาหลีเข้ามาพร้อมวัฒนธรรมการกินแบบแชร์ ความกรอบ
เคลือบซอส และภาพจำจากซีรีส์
.
ขณะที่ไก่ทอดอเมริกันยืนระยะด้วยความคุ้นเคย คุณภาพมาตรฐาน และพลังของแบรนด์ ส่วนไก่ทอดจากจีน
และไต้หวัน ใช้จุดแข็งด้านราคาถูก ความคุ้มค่า และความรวดเร็วในการขยายสาขาแบบแฟรนไชส์
เจาะตลาดแมสได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.
ที่สำคัญคนรุ่นใหม่และเมืองใหญ่ของไทย เป็นตัวเร่งการผลักดันสำคัญของตลาดไก่ทอด
โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y–Z เปิดรับแบรนด์ใหม่ ทดลองรสชาติใหม่ และตัดสินใจเร็วผ่านโซเชียลมีเดีย
ขณะเดียวกัน การขยายตัวของเมือง ผู้คนมีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ และการแข่งขันแพลตฟอร์มเดลิเวอรี
ก็ยิ่งทำให้ไก่ทอดกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกหลักของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน
.
ประเทศไทยยังถูกมองว่าเป็นตลาดทดลองที่สำคัญของแบรนด์ไก่ทอดในภูมิภาค
ด้วยขนาดตลาดที่เหมาะสม กำลังซื้อหลากหลาย ผู้บริโภคที่เปิดรับของใหม่
.
หากแบรนด์ใดสามารถสร้างฐานลูกค้าและโมเดลธุรกิจที่แข็งแรงในไทยได้
ก็มีโอกาสต่อยอดไปยังประเทศอื่นในอาเซียนได้ทันที นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้
ตลาดไก่ทอดไทยยังคงดึงดูดแบรนด์จากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
.
แบรนด์ไก่ทอดหลักๆ ที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย
KFC จำนวน 1,157 สาขา
Wingstop 1 สาขา
.
Zhengxin Chicken Steak จำนวน 7 สาขา
Wallace จำนวน 9 สาขา
.
Bonchon จำนวน 122 สาขา
BHC จำนวน 12 สาขา
SeoulChon จำนวน 11 สาขา
กอลจักต๊อกป๊กกีชิกเก้น (Guljak Topokki Chicken) จำนวน 5 สาขา
Puradak จำนวน 4 สาขา
Pelicana จำนวน 4 สาขา
.
Hot Star Large Fried Chicken จำนวน 2 สาขา
.
ZHENGDA จำนวน 3 สาขา
.
เชสเตอร์ จำนวน 200 สาขา
ไก่ย่าง 5 ดาว จำนวน 5,000 สาขา
Joe Wings จำนวน 5 สาขา
Chicky Chic จำนวน 237 สาขา

.
กลยุทธ์แบรนด์ดัง “ไก่ทอด” ในไทย
.
KFC (เคเอฟซี) - สหรัฐอเมริกา 
.
ตลาดไก่ทอดในไทย KFC ยังคงเป็นเจ้าตลาดอันดับหนึ่งที่แทบไม่มีใครโค่นลงได้
ปัจจุบัน KFC ในไทยอยู่ภายใต้การบริหารจัดการแฟรนไชส์ของ บริษัท Yum Restaurants
International (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Yum Brands, Inc.
และถือเป็นแบรนด์อาหารบริการด่วน (Quick Service Restaurant : QSR) ที่เติบโต
อย่างโดดเด่นที่สุดรายหนึ่งในประเทศ
.
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหารมองว่า KFC คือแบรนด์ไก่ทอดเชิงพาณิชย์รายแรกๆ
และเป็นแบรนด์เดียวที่สามารถขยายสาขาได้มากที่สุดในไทย ผ่านโมเดลการบริหาร
แฟรนไชส์ 3 รายหลัก ได้แก่
.
1.บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย (QSA) ในเครือไทยเบฟ
2.บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป
3.บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (RD)
.
ปัจจุบัน KFC มีสาขาในประเทศไทยมากถึง 1,157 สาขา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง
ของแบรนด์อย่างชัดเจน แม้ตลาดไก่ทอดในไทยจะมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้เล่นรายใหญ่ที่ครองตลาด
อยู่เดิม และแบรนด์หน้าใหม่ที่เข้ามาชิงส่วนแบ่งอย่างดุเดือด
.
แต่ KFC ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า จุดแข็งสำคัญ คือ
“การไม่หยุดนิ่ง” ของแบรนด์ ที่จะเดินหน้าปรับกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
.
หนึ่งในหัวใจของความสำเร็จ คือ การให้ความสำคัญกับผู้บริโภคอย่างจริงจัง ซึ่ง KFC มีทีมวิจัยและ
พัฒนา (R&D) ที่ทำหน้าที่ปรับรสชาติ ราคา และโปรโมชันให้สอดคล้องกับรสนิยมของผู้บริโภค
ในแต่ละประเทศรวมถึงประเทศไทยโดยเฉพาะ นอกจากนี้ การทำการตลาดที่เกาะกระแสเทรนด์
และเชื่อมโยงกับเทศกาลหรือวัฒนธรรมท้องถิ่น ก็ช่วยให้แบรนด์ดูสดใหม่อยู่เสมอ
เคเอฟซี ท้าสู้ในสงครามไก่ทอด .. เปิดครบ 77 จว. รายแรก
KFC ปักหมุดทั่วไทยตั้งการ์ดสู้ศึกไก่ทอด .. หลังจากเปิดตัวในไทย มา 41 ปี
เจาะลึกกับ สมรภูมิไก่ทอดเดือด