สถานการณ์โรงกลั่นในภาวะน้ำมันโลกผันผวน

กระทู้สนทนา


ช่วงนี้ข่าวพลังงานโลกทำให้หลายคนหันมามอง ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน มากขึ้น เพราะสถานการณ์ตะวันออกกลางและการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบสำคัญกำลังสร้างแรงกระเพื่อมในตลาดพลังงานโลก เพื่อเข้าใจทิศทางอุตสาหกรรมโรงกลั่น เราควรดูตัวแปรสำคัญ 3 ตัว คือ Singapore GRM, Crack Spread ของดีเซล/Jet Fuel และราคาน้ำมันดิบ



---



1️⃣ Singapore GRM (Gross Refining Margin)  

Singapore GRM คือค่าการกลั่นอ้างอิงของตลาดเอเชีย ใช้เป็นตัวชี้วัดว่าธุรกิจโรงกลั่นจะได้กำไรจากการแปรรูปน้ำมันดิบเป็นน้ำมันสำเร็จรูปมากแค่ไหน



สูตรง่าย ๆ คือ  



> ราคาน้ำมันสำเร็จรูป – ราคาน้ำมันดิบ = ค่าการกลั่น



ในช่วงปกติของอุตสาหกรรม โรงกลั่นเอเชียมักมี GRM ประมาณ



- 6–7 USD/บาร์เรล (ค่าเฉลี่ยระยะยาว) (krungsri.com)



แต่สถานการณ์ล่าสุดในปี 2026 ค่าการกลั่นในตลาดสิงคโปร์พุ่งขึ้นอย่างมาก



- ≈ 22–30 USD/บาร์เรล (KAOHOON INTERNATIONAL)



ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม



---



2️⃣ Crack Spread ของดีเซลและ Jet Fuel  

Crack spread คือส่วนต่างราคาของผลิตภัณฑ์น้ำมันแต่ละชนิดเมื่อเทียบกับน้ำมันดิบ และถือเป็นตัวชี้วัดกำไรของโรงกลั่นในแต่ละผลิตภัณฑ์



ปัจจุบันตลาดให้ความสำคัญกับ



- Diesel crack spread  

- Jet fuel crack spread



ตัวเลขล่าสุดในตลาดเอเชียอยู่ที่ประมาณ



- ดีเซล (gasoil crack) ≈ 48 USD/บาร์เรล  

- Jet fuel margin ≈ 52 USD/บาร์เรล หรือมากกว่าในบางช่วง (Reuters)



ระดับนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยหลายปีที่ผ่านมาอย่างมาก และสะท้อนว่าตลาดน้ำมันสำเร็จรูปกำลังตึงตัว



สาเหตุหลักมาจาก



- การรบกวนการขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลาง  

- การลดการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปจากบางประเทศในเอเชีย (Reuters)



---



3️⃣ ราคาน้ำมันดิบ (Crude Oil Price)  

ราคาน้ำมันดิบเป็นต้นทุนหลักของโรงกลั่น ปัจจุบันราคาน้ำมันโลก เช่น Brent อยู่ในระดับ



- ประมาณ 95–100+ USD ต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มผันผวนจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Financial Times)



ราคาน้ำมันดิบมีผลต่อโรงกลั่นในสองลักษณะ



- ถ้าราคาน้ำมันขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป โรงกลั่นอาจได้ประโยชน์จาก inventory gain  

- แต่ถ้าราคาน้ำมันดิบพุ่งเร็วเกินไป ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงและอาจกดดัน margin ได้



ดังนั้นช่วงที่ดีที่สุดสำหรับโรงกลั่นมักเป็นช่วงที่



> น้ำมันสำเร็จรูปขึ้นเร็วกว่าน้ำมันดิบ



---



ภาพรวมของอุตสาหกรรมโรงกลั่นตอนนี้



ตัวเลขปัจจุบันสะท้อนว่าตลาดพลังงานกำลังอยู่ในภาวะที่เรียกว่า Refining Margin Expansion



เพราะ



- Singapore GRM สูงกว่าค่าเฉลี่ยหลายเท่า  

- Crack spread ของดีเซลและ el พุ่งแรง

• การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปบางประเทศลดลง ทำให้ supply ตึง



ในสถานการณ์แบบนี้ ธุรกิจโรงกลั่นทั่วโลกมักเห็น กำไรจากการกลั่นเพิ่มขึ้นตามวัฏจักรของอุตสาหกรรม



อย่างไรก็ตาม ตลาดพลังงานยังมีความผันผวนสูง เพราะขึ้นอยู่กับ

• ความต่อเนื่องของ supply น้ำมันดิบ

• ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง

• ความต้องการใช้น้ำมันของเศรษฐกิจโลก



การติดตาม GRM, Crack Spread และราคาน้ำมันดิบ จึงเป็นวิธีสำคัญในการประเมินทิศทางของอุตสาหกรรมโรงกลั่นในภาพรวม
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่