จิตหลวงปู่ชอบ รวมลงสู่ความสงบได้โดยง่ายมาก
และเกิดความรู้พิสดารต่างๆ
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ได้เล่าถึงการปฏิบัติด้านจิตภาวนาว่า
จิตของท่านรวมลงสู่ความสงบได้โดยง่ายมาก
และเกิดความรู้พิสดารต่าง ๆ อีกด้วย
ประสบการณ์เช่นนี้
เริ่มปรากฏแก่ท่านตั้งแต่ขณะที่ยังเป็น สามเณร
คือท่านสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่แปลกลึกลับ
ได้ดียิ่งกว่าสายตามนุษย์ธรรมดาสามัญจะมองเห็นได้
รวมทั้งสามารถล่วงรู้ไปถึง
ความคิดความนึกในจิตใจของผู้อื่นได้อีกด้วย
ท่านบอกว่า
“ไม่ได้คิดอยากเห็น ก็เห็นขึ้นมาเอง
ไม่ได้คิดอยากรู้ ก็รู้ขึ้นมาเอง”
หลวงปู่ยังได้เล่าอีกว่า
ท่านสามารถรู้เห็นสิ่งแปลก ๆ เช่น
พวกกายทิพย์ เทวบุตร เทวดา อินทร์ พรหม ยม ยักษ์ นาค ครุฑ เป็นต้น
รวมไปถึง การรู้วาระจิตของคนอื่น
รู้ในสิ่งที่เขาคิดเขานึกอยู่ในใจ
ก็สามารถได้ยิน ได้รู้อย่างชัดเจน
ในตอนแรก ๆ ที่สิ่งเหล่านี้ปรากฏขึ้น
ท่านก็ทั้งตกใจ ทั้งประหลาดใจ
แต่ต่อมาภายหลัง
เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง
ท่านก็รู้ว่า
อะไรคือความจริง
และอะไรคือภาพนิมิต
จึงสามารถ ระงับสติของตนไว้ได้
หลวงปู่กล่าวว่า
แม้สิ่งเหล่านั้นจะเป็นเรื่องอัศจรรย์เพียงใด
ก็ต้องมี สติรู้เท่าทัน
ว่าสิ่งเหล่านี้… แม้จะมีอยู่จริง
แต่ไม่ควรไปหลงสนใจมันมากนัก
การเห็นสิ่งแปลก ๆ พิสดาร
ที่เกินกว่าความสามารถของมนุษย์ธรรมดา
กลับกลายเป็นแรงบันดาลใจ
ให้ท่านมีกำลังใจ
บากบั่นมุ่งมั่น
เดินต่อไปในทางธรรม
อย่างไม่ย่อท้อ
และไม่เหน็ดเหนื่อยเลย
จิตหลวงปู่ชอบ รวมลงสู่ความสงบได้โดยง่ายมาก และเกิดความรู้พิสดารต่างๆ
และเกิดความรู้พิสดารต่างๆ
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ได้เล่าถึงการปฏิบัติด้านจิตภาวนาว่า
จิตของท่านรวมลงสู่ความสงบได้โดยง่ายมาก
และเกิดความรู้พิสดารต่าง ๆ อีกด้วย
ประสบการณ์เช่นนี้
เริ่มปรากฏแก่ท่านตั้งแต่ขณะที่ยังเป็น สามเณร
คือท่านสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่แปลกลึกลับ
ได้ดียิ่งกว่าสายตามนุษย์ธรรมดาสามัญจะมองเห็นได้
รวมทั้งสามารถล่วงรู้ไปถึง
ความคิดความนึกในจิตใจของผู้อื่นได้อีกด้วย
ท่านบอกว่า
“ไม่ได้คิดอยากเห็น ก็เห็นขึ้นมาเอง
ไม่ได้คิดอยากรู้ ก็รู้ขึ้นมาเอง”
หลวงปู่ยังได้เล่าอีกว่า
ท่านสามารถรู้เห็นสิ่งแปลก ๆ เช่น
พวกกายทิพย์ เทวบุตร เทวดา อินทร์ พรหม ยม ยักษ์ นาค ครุฑ เป็นต้น
รวมไปถึง การรู้วาระจิตของคนอื่น
รู้ในสิ่งที่เขาคิดเขานึกอยู่ในใจ
ก็สามารถได้ยิน ได้รู้อย่างชัดเจน
ในตอนแรก ๆ ที่สิ่งเหล่านี้ปรากฏขึ้น
ท่านก็ทั้งตกใจ ทั้งประหลาดใจ
แต่ต่อมาภายหลัง
เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง
ท่านก็รู้ว่า
อะไรคือความจริง
และอะไรคือภาพนิมิต
จึงสามารถ ระงับสติของตนไว้ได้
หลวงปู่กล่าวว่า
แม้สิ่งเหล่านั้นจะเป็นเรื่องอัศจรรย์เพียงใด
ก็ต้องมี สติรู้เท่าทัน
ว่าสิ่งเหล่านี้… แม้จะมีอยู่จริง
แต่ไม่ควรไปหลงสนใจมันมากนัก
การเห็นสิ่งแปลก ๆ พิสดาร
ที่เกินกว่าความสามารถของมนุษย์ธรรมดา
กลับกลายเป็นแรงบันดาลใจ
ให้ท่านมีกำลังใจ
บากบั่นมุ่งมั่น
เดินต่อไปในทางธรรม
อย่างไม่ย่อท้อ
และไม่เหน็ดเหนื่อยเลย