.... จีบคนสวย ....
.
“ หากดวงใจฉัน นึกได้สม สมดังหทัย
อยากจะนึกให้ คู่ใจของเรา ได้มาเคล้าคลอ
ฝากใจนึกถึง คนึงให้เขา รักเราดั่งปอง
อย่ามีสำรอง อย่ามีสองใจ อย่าไกลรักห่าง
.. ฝากวาจาไว้ ฤทัยจดจำ ทุกคำอย่าจาง
อย่าให้อ้างว้าง อย่าจางห่างหัน ให้ฝันอาลัย
เทพไทบนฟ้า จงมาเกื้อกูล ผลบุญช่วยใจ
ให้ตัวฉันได้ ดั่งใจนึกปอง อยู่กันสองคน “
...
“หมั่นไส้ !” แม่ค้อนเสียงเพลง ‘ขอให้ได้ดังใจนึก’ ของวงสุนทราภรณ์และเลยมาค้อนผม
“เป็นอะไรครับแม่ ฮะ ๆ “ ผมนึกขำอาการของแม่
“เพลงนี้คุณชวลี ช่วงวิทย์ร้องแท้ ๆ ไอ้หนุ่มคนหนึ่งเอามาร้องเฉยเลย”
“ไม่เกี่ยวกับผมสักหน่อยทำไมถึงค้อน?” ผมอมยิ้ม
“ไม่ต้องทำมายิ้ม..ก็เธอนั่นแหละ” แม่กวาดสายตาค้อนอีกรอบ
“ฮะ ๆๆ” แม่และผมหัวเราะประสานเสียงกัน
เรื่องมีอยู่ว่า..
แม่อายุสี่สิบกว่ายังแข็งแรงและสวยมาก ผมได้ความสวย เอ๊ย ! หล่อของแม่มาเต็ม ๆ เราทำงานอยู่ที่เดียวกัน..งานของเราคือการจัดทำบิลของบริษัทต่าง ๆ .. บิลเป็นปึ้ง ๆ กองอยู่บนโต๊ะรอให้จัดการทุกวัน ในห้องมีพนักงานเกือบสิบคน งานยากตรงที่เราต้องพิมพ์บิลเหล่านั้นให้ยอดตรงกันสองครั้ง แม่พิมพ์สองครั้งตรงกันเป๊ะผมต้องพิมพ์ถึงสามสี่ครั้งถึงจะตรงกัน บางทีแม่ต้องมาช่วยพิมพ์ให้
ดีไปอย่างเมื่อแต่ละคนเสร็จงานที่ได้รับมอบหมายแล้วทุกคนมีอิสระที่จะพูดคุยหรือมีกิจกรรมส่วนตัว หรือร่วมกิจกรรมกันได้ แต่ก็เกือบจะหมดวันนั่นแหละ ฉะนั้นเวลางานทุกคนจึงก้มหน้าก้มตาทำเพื่อจะได้มีเวลาเหลือ นับว่าเป็นนโยบายที่ดีเพื่อผลงานอันมีประสิทธิภาพ
แม่เป็นคนอ่อนหวาน หวานไปทั่ว และเพราะเป็นแม่หม้ายจึงมีคนหมายปองไม่ใช่แค่คนวัยเดียวกัน หนุ่มวัยคะนองก็เข้ามาหยั่งเชิง แต่หัวหน้าแผนกหัวหน้าฝ่ายดูจะมีคะแนนเหนือกว่า
เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว..
“วันนี้ช่วยแม่แต่งตัวหน่อยนะ” แม่ปลุกผมแต่เช้ามืด
“วันนี้ทำไมหรือแม่?” ผมงัวเงียถาม
“เธอลืมไปแล้วหรือ..” แม่ชอบเรียกผมว่าเธอจนถูกเพื่อนที่ทำงานล้อบ่อย ๆ “วันนี้คือวันศุกร์สิ้นเดือน ตอนเย็นหลังเลิกงานมีปาร์ตี้ที่สโมสรไง”
“จะเริ่มที่อะไรก่อนดีล่ะแม่?” เราสองคนแม่ลูกพูดกันง่าย ๆ เหมือนไม่มีสัมมาคารวะ แต่มีความรักระหว่างเราซ่อนอยู่
“ล้างหน้าแปรงฟันกินกาแฟก่อน”
“งั้นเดี๋ยวผมค่อยตื่น” เอนตัวลงนอนต่อ
“ตื่น..” แม่ดึงผมจากที่นอน “แม่เรียบร้อยแล้วเธอนั่นแหละกินกาแฟก่อน แปรงฟันหลังกินกาแฟด้วยเดี๋ยวฟันเหลืองไม่สวยนะเออ” แม่นะแม่ สวยไปคนเดียวเถอะจะให้ผมสวยไปถึงไหน
.....
“ช่วยดึงถุงน่องให้แม่หน่อย” แม่อ้อนมาจากหน้ากระจก
“แม่ใส่ชุดยาวถึงข้อเท้าแล้วจะใส่ถุงน่องทำไม.. ๆ “ ผมช่วยดึงถุงน่อง..แม่ซื้อมาผิดเบอร์จึงดึงยาก
“ตอนเย็นเวลาไปปาร์ตี้แม่จะรั้งกระโปรงขึ้นข้างหนึ่งกลัดเข็มกลัดไว้ ทีนี้ก็อวดขาสวยได้แล้ว ยิ่งเวลาเต้นรำจะน่าชมมาก”
“โอ๊ย ผมเต้นรำไม่เป็น..” ผมบรรจงจงติดขนตาปลอมให้แม่ “วันนี้ผมจะเขียนตาให้นะ แม่เขียนเองเดี๋ยวเลอะเทอะอายหนุ่ม ๆ”
“วันนี้เธอจะขายแม่แล้วเหรอ อิ ๆ”
“ใช่..แม่จะได้ขายออกเสียที ฮ่า ๆ ..ติดจอนด้วยไหมแม่?”
“ก็ดี..” แม่เอียงซ้ายเอียงขวาดูหน้าตัวเอง “สวยจัง”
...............
เย็นนั้นหลังเลิกงานพนักงานมี่มีเวลาว่างไปรวมตัวกันที่สโมสร..บริษัทนี้ใช้งานพนักงานเต็มที่แต่ใจกว้างมอบการสันทนาการที่ดีให้ อาหารเครื่องดื่มและวงดนตรี
“เธอจับมือแม่ไว้..” เราสองคนแม่ลูกยืนอยู่ข้างฟลอร์เตรียมเต้นรำ
“แม่..” ผมกระซิบ “ยังไม่มีใครลงมาเลย ผมเขินนะ”
“เดี๋ยวก็ลงมา..” แม่ยิ้มให้คนที่ยังนั่งอยู่ “เรานำทางก่อน”
“นักร้องมองเราสองคน ถ้าขาขวิดกันจะทำอย่างไร”
เพลง ‘ขอให้ได้ดังใจนึก’ เริ่มขึ้นอินโทรจังหวะบีกิน
“เพลงนี้จังหวะบีกินเต้นง่าย ๆ” แม่ไม่สนใจผมที่สั่นเป็นลูกนกในอ้อมกอดแม่
“นักร้องอมยิ้มแล้วนะแม่”
“ผู้หญิงก้าวเท้าขวาก่อน ผู้ชายก้าวซ้ายรับจังหวะผู้หญิง..” แม่ก้มมองเท้า เตะเท้าผมให้เต้นตาม “ทั้งหมดมีสี่จังหวะ ก้าวเท้าสลับกันสามจังหวะแล้วแตะพักเท้าเป็นจังหวะที่สี่ แล้วเริ่มต้นใหม่”
“ครับ ๆ “ แม่นำผมเข้ากลางฟลอร์ คนอื่น ๆ เริ่มทยอยจับคู่เต้น
พอผมก้าวคล่องแม่เริ่มออกสเต็บ พาเต้นไปข้างหน้าบ้าง ถอยหลังบ้าง..แม่ผมนี่ไม่ใช่เล่นเลย
“ไปหน้าเวทีกัน..” แม่เหวี่ยงตัวพาไปหน้าเวที..คนเริ่มแน่นขึ้นแต่เราก็เบียดไปจนถึง
“เพลงนี้ผู้หญิงร้องนี่แม่” ผมจับมือแม่ชูขึ้น แม่หมุนตัวอย่างสวยงาม
“ดูนักร้องสิ ส่งตาหวานให้แม่..” แม่ส่งตาหวานให้นักร้องบ้าง “อายุเท่าเธอกระมังริจะมาจีบคนแก่”
“แก่ที่ไหนกัน..” ผมหันไปมองนักร้องหนุ่มหล่อ “แม่ออกจะสวย”
“แม่จะยั่วให้ดู” แม่ชูแขนผมให้หมุนตัวบ้าง
“แม๊ )) ) ...” ผมร้องเสียงหลง ตัวหมุนคว้าง หงายหลัง..ใครคนหนึ่งประคองผมไว้ทันก่อนถึงพื้น
.....
รุ่งขึ้นเช้าวันเสาร์..ผมกำลังซักผ้า..แม่ล้างผักอยู่ใกล้ ๆ
“เอ๊ะ..อะไรนี่..” ผมหยิบกระดาษชิ้นเล็กออกมาจากกระเป๋ากางเกง..นามบัตรที่มีรูปนักร้องหนุ่มพร้อมเบอร์โทรศัพท์ “มาได้ไง?”
“สำหรับคนสวย..” แม่คว้านามบัตรจากมือผมไปอ่าน “อ้าว !” แม่มองมาที่ผม และอ่านนามบัตรอีกครั้งช้า ๆ “สำ หรับ หนุ่ม คน สวย ครับ”
.
เรื่องสั้นอ่านเล่น ครับ
.
“ หากดวงใจฉัน นึกได้สม สมดังหทัย
อยากจะนึกให้ คู่ใจของเรา ได้มาเคล้าคลอ
ฝากใจนึกถึง คนึงให้เขา รักเราดั่งปอง
อย่ามีสำรอง อย่ามีสองใจ อย่าไกลรักห่าง
.. ฝากวาจาไว้ ฤทัยจดจำ ทุกคำอย่าจาง
อย่าให้อ้างว้าง อย่าจางห่างหัน ให้ฝันอาลัย
เทพไทบนฟ้า จงมาเกื้อกูล ผลบุญช่วยใจ
ให้ตัวฉันได้ ดั่งใจนึกปอง อยู่กันสองคน “
...
“หมั่นไส้ !” แม่ค้อนเสียงเพลง ‘ขอให้ได้ดังใจนึก’ ของวงสุนทราภรณ์และเลยมาค้อนผม
“เป็นอะไรครับแม่ ฮะ ๆ “ ผมนึกขำอาการของแม่
“เพลงนี้คุณชวลี ช่วงวิทย์ร้องแท้ ๆ ไอ้หนุ่มคนหนึ่งเอามาร้องเฉยเลย”
“ไม่เกี่ยวกับผมสักหน่อยทำไมถึงค้อน?” ผมอมยิ้ม
“ไม่ต้องทำมายิ้ม..ก็เธอนั่นแหละ” แม่กวาดสายตาค้อนอีกรอบ
“ฮะ ๆๆ” แม่และผมหัวเราะประสานเสียงกัน
เรื่องมีอยู่ว่า..
แม่อายุสี่สิบกว่ายังแข็งแรงและสวยมาก ผมได้ความสวย เอ๊ย ! หล่อของแม่มาเต็ม ๆ เราทำงานอยู่ที่เดียวกัน..งานของเราคือการจัดทำบิลของบริษัทต่าง ๆ .. บิลเป็นปึ้ง ๆ กองอยู่บนโต๊ะรอให้จัดการทุกวัน ในห้องมีพนักงานเกือบสิบคน งานยากตรงที่เราต้องพิมพ์บิลเหล่านั้นให้ยอดตรงกันสองครั้ง แม่พิมพ์สองครั้งตรงกันเป๊ะผมต้องพิมพ์ถึงสามสี่ครั้งถึงจะตรงกัน บางทีแม่ต้องมาช่วยพิมพ์ให้
ดีไปอย่างเมื่อแต่ละคนเสร็จงานที่ได้รับมอบหมายแล้วทุกคนมีอิสระที่จะพูดคุยหรือมีกิจกรรมส่วนตัว หรือร่วมกิจกรรมกันได้ แต่ก็เกือบจะหมดวันนั่นแหละ ฉะนั้นเวลางานทุกคนจึงก้มหน้าก้มตาทำเพื่อจะได้มีเวลาเหลือ นับว่าเป็นนโยบายที่ดีเพื่อผลงานอันมีประสิทธิภาพ
แม่เป็นคนอ่อนหวาน หวานไปทั่ว และเพราะเป็นแม่หม้ายจึงมีคนหมายปองไม่ใช่แค่คนวัยเดียวกัน หนุ่มวัยคะนองก็เข้ามาหยั่งเชิง แต่หัวหน้าแผนกหัวหน้าฝ่ายดูจะมีคะแนนเหนือกว่า
เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว..
“วันนี้ช่วยแม่แต่งตัวหน่อยนะ” แม่ปลุกผมแต่เช้ามืด
“วันนี้ทำไมหรือแม่?” ผมงัวเงียถาม
“เธอลืมไปแล้วหรือ..” แม่ชอบเรียกผมว่าเธอจนถูกเพื่อนที่ทำงานล้อบ่อย ๆ “วันนี้คือวันศุกร์สิ้นเดือน ตอนเย็นหลังเลิกงานมีปาร์ตี้ที่สโมสรไง”
“จะเริ่มที่อะไรก่อนดีล่ะแม่?” เราสองคนแม่ลูกพูดกันง่าย ๆ เหมือนไม่มีสัมมาคารวะ แต่มีความรักระหว่างเราซ่อนอยู่
“ล้างหน้าแปรงฟันกินกาแฟก่อน”
“งั้นเดี๋ยวผมค่อยตื่น” เอนตัวลงนอนต่อ
“ตื่น..” แม่ดึงผมจากที่นอน “แม่เรียบร้อยแล้วเธอนั่นแหละกินกาแฟก่อน แปรงฟันหลังกินกาแฟด้วยเดี๋ยวฟันเหลืองไม่สวยนะเออ” แม่นะแม่ สวยไปคนเดียวเถอะจะให้ผมสวยไปถึงไหน
.....
“ช่วยดึงถุงน่องให้แม่หน่อย” แม่อ้อนมาจากหน้ากระจก
“แม่ใส่ชุดยาวถึงข้อเท้าแล้วจะใส่ถุงน่องทำไม.. ๆ “ ผมช่วยดึงถุงน่อง..แม่ซื้อมาผิดเบอร์จึงดึงยาก
“ตอนเย็นเวลาไปปาร์ตี้แม่จะรั้งกระโปรงขึ้นข้างหนึ่งกลัดเข็มกลัดไว้ ทีนี้ก็อวดขาสวยได้แล้ว ยิ่งเวลาเต้นรำจะน่าชมมาก”
“โอ๊ย ผมเต้นรำไม่เป็น..” ผมบรรจงจงติดขนตาปลอมให้แม่ “วันนี้ผมจะเขียนตาให้นะ แม่เขียนเองเดี๋ยวเลอะเทอะอายหนุ่ม ๆ”
“วันนี้เธอจะขายแม่แล้วเหรอ อิ ๆ”
“ใช่..แม่จะได้ขายออกเสียที ฮ่า ๆ ..ติดจอนด้วยไหมแม่?”
“ก็ดี..” แม่เอียงซ้ายเอียงขวาดูหน้าตัวเอง “สวยจัง”
...............
เย็นนั้นหลังเลิกงานพนักงานมี่มีเวลาว่างไปรวมตัวกันที่สโมสร..บริษัทนี้ใช้งานพนักงานเต็มที่แต่ใจกว้างมอบการสันทนาการที่ดีให้ อาหารเครื่องดื่มและวงดนตรี
“เธอจับมือแม่ไว้..” เราสองคนแม่ลูกยืนอยู่ข้างฟลอร์เตรียมเต้นรำ
“แม่..” ผมกระซิบ “ยังไม่มีใครลงมาเลย ผมเขินนะ”
“เดี๋ยวก็ลงมา..” แม่ยิ้มให้คนที่ยังนั่งอยู่ “เรานำทางก่อน”
“นักร้องมองเราสองคน ถ้าขาขวิดกันจะทำอย่างไร”
เพลง ‘ขอให้ได้ดังใจนึก’ เริ่มขึ้นอินโทรจังหวะบีกิน
“เพลงนี้จังหวะบีกินเต้นง่าย ๆ” แม่ไม่สนใจผมที่สั่นเป็นลูกนกในอ้อมกอดแม่
“นักร้องอมยิ้มแล้วนะแม่”
“ผู้หญิงก้าวเท้าขวาก่อน ผู้ชายก้าวซ้ายรับจังหวะผู้หญิง..” แม่ก้มมองเท้า เตะเท้าผมให้เต้นตาม “ทั้งหมดมีสี่จังหวะ ก้าวเท้าสลับกันสามจังหวะแล้วแตะพักเท้าเป็นจังหวะที่สี่ แล้วเริ่มต้นใหม่”
“ครับ ๆ “ แม่นำผมเข้ากลางฟลอร์ คนอื่น ๆ เริ่มทยอยจับคู่เต้น
พอผมก้าวคล่องแม่เริ่มออกสเต็บ พาเต้นไปข้างหน้าบ้าง ถอยหลังบ้าง..แม่ผมนี่ไม่ใช่เล่นเลย
“ไปหน้าเวทีกัน..” แม่เหวี่ยงตัวพาไปหน้าเวที..คนเริ่มแน่นขึ้นแต่เราก็เบียดไปจนถึง
“เพลงนี้ผู้หญิงร้องนี่แม่” ผมจับมือแม่ชูขึ้น แม่หมุนตัวอย่างสวยงาม
“ดูนักร้องสิ ส่งตาหวานให้แม่..” แม่ส่งตาหวานให้นักร้องบ้าง “อายุเท่าเธอกระมังริจะมาจีบคนแก่”
“แก่ที่ไหนกัน..” ผมหันไปมองนักร้องหนุ่มหล่อ “แม่ออกจะสวย”
“แม่จะยั่วให้ดู” แม่ชูแขนผมให้หมุนตัวบ้าง
“แม๊ )) ) ...” ผมร้องเสียงหลง ตัวหมุนคว้าง หงายหลัง..ใครคนหนึ่งประคองผมไว้ทันก่อนถึงพื้น
.....
รุ่งขึ้นเช้าวันเสาร์..ผมกำลังซักผ้า..แม่ล้างผักอยู่ใกล้ ๆ
“เอ๊ะ..อะไรนี่..” ผมหยิบกระดาษชิ้นเล็กออกมาจากกระเป๋ากางเกง..นามบัตรที่มีรูปนักร้องหนุ่มพร้อมเบอร์โทรศัพท์ “มาได้ไง?”
“สำหรับคนสวย..” แม่คว้านามบัตรจากมือผมไปอ่าน “อ้าว !” แม่มองมาที่ผม และอ่านนามบัตรอีกครั้งช้า ๆ “สำ หรับ หนุ่ม คน สวย ครับ”
.