เมื่อนายกสั่ง ขรก ก็ต้องทำทันทีครับ
เปิดค่าใช้จ่ายแฝง WFH ที่คนทำงานต้องจ่ายเอง
เมื่อโลกเผชิญความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด สงครามหรือวิกฤตพลังงาน
สิ่งที่กระทบเราไวที่สุดคือ “ค่าครองชีพ”
กระแส Work From Home (WFH) กลับมาอีกครั้ง สำหรับหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ
เพราะถูกยกมาเป็นมาตรการรับมือวิกฤตพลังงานในภาวะสงครามตะวันออกกลาง หลัง ครม.ไฟเขียว
สั่งทุกหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ WFH ทันที ในส่วนงานที่ไม่กระทบการให้บริการ
แต่เดี๋ยวก่อน! การทำงานที่บ้านอาจจะช่วยประหยัดน้ำมันรถในการเดินทางมาทำงานได้จริง
แต่อย่าลืมเช็ก "ค่าใช้จ่ายใหม่" ที่แอบย้ายตามเราเข้าบ้านมาด้วย
อย่าลืม! วางแผนการเงินเผื่อค่าใช้จ่ายที่ยังมองไม่เห็น
สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลต่อประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่อง “พลังงาน”
เป็นที่มาให้รัฐบาล ประกาศนโยบายให้ข้าราชการ Work From Home (WFH) เพื่อเป็นการ
ประหยัดพลังงาน
(ประกาศเมื่อ 10 มี.ค. 69) ทำให้กระแสการทำงานจากที่บ้านได้รับการพูดถึงในสังคมอีกครั้ง
ถ้ายังจำกันได้ การทำงานจากที่บ้าน หรือ Work From Home เป็นวิถีใหม่ในช่วงการระบาดของโรคโควิด – 19
เมื่อปี 2020 ก่อนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในโลกการทำงานมาจนถึงปัจจุบัน
Thai PBS ชวนดูสถิติและข้อมูลน่าสนใจของการ
Work From Home ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา วิถีใหม่นี้มีเรื่องราวใดที่เป็นทั้งข้อดีและข้อเสียกันบ้าง
Work From Home (WFH) จากทางเลือกใหม่ สู่เส้นทางหลักการทำงาน
ย้อนกลับไปราวปี 2020 การระบาดของโรคโควิด – 19 ส่งผลให้ผู้คนต้องมีระยะห่างต่อกัน และเกิดวิถีใหม่ใน
โลกการทำงาน นั่นคือ การทำงานจากที่บ้าน หรือ Work From Home เมื่อสถานการณ์การระบาดที่คลี่คลายลง
ผู้คนปรับตัวกับวิถีการทำงานแบบใหม่นี้ กระทั่งทำให้การทำงานแบบ Work From Home กลายเป็นวิถีปกติของ
คนทำงานไปโดยปริยาย
ที่ผ่านมา INTUITION ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับโลกคนทำงาน เคยเผยสถิติของการทำงานแบบ WFH ว่า
ก่อนการระบาดของโควิด – 19 มีจำนวนพนักงานที่ทำงานแบบ Work From Home อยู่ที่ราว 30% กระทั่งหลัง
การระบาดใหญ่ผ่านไป กลุ่มการทำงานแบบ WFH กลับเติบโตขึ้นที่ราว 48%
นอกจากนี้ พนักงานยุคใหม่เลือกที่จะใช้เวลากว่า 40% ของเวลาทำงานในการทำงานจากที่บ้าน
และอีกกว่า 62% มีความมุ่งหวังให้นายจ้างอนุญาตให้ทำงานจากที่บ้านต่อไป
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ในอีกมุมหนึ่ง เว็บไซต์สถาบันเศรษฐกิจการวิจัยนโยบาย ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
(Stanford Institute for Economic Policy Research (SIEPR)) ได้เผยแพร่ผลการสำรวจจากบัณฑิต
วิทยาลัยใน 40 ประเทศ พบว่า ระดับการทำงานจากที่บ้าน เริ่มมีแนวโน้มลดลง จากเฉลี่ย 1.6 วันในปี 2022
เหลือ 1.33 วันในปี 2023 และเหลือเพียง 1.27 วันในปี 2024/2025 รายงานยังระบุด้วยว่า
ตั้งแต่ปี 2023 (หรือหลังผ่านเหตุการณ์โควิด - 19 ระบาดมาได้ 3 ปี ) อัตราการทำงานจากที่บ้าน เริ่มมีค่าเฉลี่ยที่คงตัวมากขึ้น
อีกเรื่องที่น่าสนใจ นั่นคือ เมื่อสำรวจเข้าไปยังกลุ่มคนทำงานในทวีปต่าง ๆ ของโลก พบว่า
ประเทศแถบทวีปอเมริกา มีระดับการทำงานจากที่บ้านโดยเฉลี่ยสูงที่สุด ราว 1.6 – 2 วันต่อสัปดาห์
ส่วนประเทศแถบยุโรป มีค่าเฉลี่ยการทำงานจากที่บ้านราว 1 – 1.5 วันต่อสัปดาห์ ด้านประเทศแถบละตินอเมริกา
และแอฟริกา มีค่าเฉลี่ยที่ 1 วันต่อสัปดาห์ ส่วนประเทศในแถบเอเชีย มีค่าเฉลี่ยการทำงานจากที่บ้านน้อยที่สุด
คืออยู่ที่ราว 0.5 – 1 วันต่อสัปดาห์
Work From Home (WFH) กับความพึงพอใจ
- กว่า 6 ปีนับจากการระบาดของโควิด - 19 วิถี Work From Home กลายเป็น “ทางเลือก”
ให้กับการทำงานในยุคปัจจุบัน ทั้งนี้มีสถิติที่สะท้อนความพึงพอใจที่มีต่อการ Work From Home
หรือการทำงานจากที่บ้านในหลากหลายมิติ เช่น
พนักงานกว่า 83% บอกว่า พวกเขามีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้นเมื่อทำงานจากที่บ้าน
พนักงานที่ทำงานจากบ้านกว่า 78% รู้สึกเห็นด้วยว่าพวกเขาต้องการทำงานจากที่บ้านเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งรบกวน
พนักงาน 77% กล่าวว่า การทำงานจากที่บ้านจะช่วยให้บริษัทลดต้นทุนการดำเนินงานลงได้
พนักงาน 79% ระบุว่า การไม่ต้องเดินทางไปทำงานถือเป็นสิทธิประโยชน์อย่างหนึ่งในการทำงาน
พนักงาน 30% รายงานว่า สุขภาพจิตดีขึ้น ความวิตกกังวลลดลง หลังจากได้ทำงานอยู่ที่บ้าน
แต่บางคนอาจรู้สึกเหงา เนื่องจากขาดปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน
ในมุมของเจ้าของบริษัท กว่า 47% อนุญาตให้พนักงานทำงานจากที่บ้านได้หลังจากการระบาดของโควิด – 19 สิ้นสุดลง
นอกจากนี้ ยังพบว่า กว่า 27% ของนายจ้าง รายงานว่า ผลผลิตของบริษัทเพิ่มขึ้นจากการออกกฎ Work From Home
ซีอีโอ 78% (จากการสำรวจทั้งหมด 669 คน) เชื่อว่า การทำงานร่วมกันจากระยะทางไกลนั้น
ถือเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจระยะยาว และกว่า 43% ของซีอีโอ ยังอนุญาตให้พนักงานมีวันหยุดแบบยืดหยุ่นได้
Did You Know เคล็ดลับการทำงาน WFH ให้มีประสิทธิภาพ
- จัดพื้นที่ทำงานไว้โดยเฉพาะ เพื่อแยกชีวิตการทำงานออกจากชีวิตที่บ้าน
- จัดเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสม โต๊ะและเก้าอี้ควรมีความสะดวกสบายและช่วยรักษาสรีระที่ดี
- ลดสิ่งรบกวนให้น้อยที่สุด การใช้หูฟังเพื่อตัดเสียงรบกวน ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกเพื่อให้มีสมาธิกับงานมากขึ้น
- ควรติดต่อสื่อสารกับทีมงาน เพื่อนร่วมงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความรู้สึกโดดเดี่ยว
- กำหนดขอบเขตเวลาทำงานกับเวลาส่วนตัว เมื่อสิ้นสุดวันทำงาน ลองทำกิจกรรมอื่น ๆ
ที่ไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ทำงาน เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย
- ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีให้เต็มที่ อาทิ แอปพลิเคชันบริหารเวลา แพลตฟอร์มบริหารโครงการ

และเครื่องมือสื่อสาร ช่วยให้การทำงานจากที่บ้านมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ออกกำลังกาย ยิ่งถ้าต้องนั่งทำงานที่โต๊ะเป็นเวลานาน ควรหาเวลาเดินระยะสั้น
การออกกำลังกายบนโต๊ะทำงาน หรือการออกกำลังกายอย่างเป็นระบบ ให้ ประโยชน์มากมาย
ทั้งทางด้านจิตใจและร่างกาย
- การทำงาน WFH มักเกิดความรู้สึกโดดเดี่ยวและเบื่อหน่ายขึ้นได้ ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต
และอย่าลืมพักผ่อน สื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน และฝึกสติเมื่อมีโอกาส
https://www.thaipbs.or.th/now/content/3758
สิ่งที่จะต้องเผชิญ เมื่อต้อง WFH ระวังค่าใช้จ่ายจะพุ่งปรี๊ด เผยเคล็ดลับ WFH
เมื่อนายกสั่ง ขรก ก็ต้องทำทันทีครับ
สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลต่อประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่อง “พลังงาน”
เป็นที่มาให้รัฐบาล ประกาศนโยบายให้ข้าราชการ Work From Home (WFH) เพื่อเป็นการ
ประหยัดพลังงาน (ประกาศเมื่อ 10 มี.ค. 69) ทำให้กระแสการทำงานจากที่บ้านได้รับการพูดถึงในสังคมอีกครั้ง
ถ้ายังจำกันได้ การทำงานจากที่บ้าน หรือ Work From Home เป็นวิถีใหม่ในช่วงการระบาดของโรคโควิด – 19
เมื่อปี 2020 ก่อนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในโลกการทำงานมาจนถึงปัจจุบัน Thai PBS ชวนดูสถิติและข้อมูลน่าสนใจของการ
Work From Home ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา วิถีใหม่นี้มีเรื่องราวใดที่เป็นทั้งข้อดีและข้อเสียกันบ้าง
Work From Home (WFH) จากทางเลือกใหม่ สู่เส้นทางหลักการทำงาน
ย้อนกลับไปราวปี 2020 การระบาดของโรคโควิด – 19 ส่งผลให้ผู้คนต้องมีระยะห่างต่อกัน และเกิดวิถีใหม่ใน
โลกการทำงาน นั่นคือ การทำงานจากที่บ้าน หรือ Work From Home เมื่อสถานการณ์การระบาดที่คลี่คลายลง
ผู้คนปรับตัวกับวิถีการทำงานแบบใหม่นี้ กระทั่งทำให้การทำงานแบบ Work From Home กลายเป็นวิถีปกติของ
คนทำงานไปโดยปริยาย
ที่ผ่านมา INTUITION ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับโลกคนทำงาน เคยเผยสถิติของการทำงานแบบ WFH ว่า
ก่อนการระบาดของโควิด – 19 มีจำนวนพนักงานที่ทำงานแบบ Work From Home อยู่ที่ราว 30% กระทั่งหลัง
การระบาดใหญ่ผ่านไป กลุ่มการทำงานแบบ WFH กลับเติบโตขึ้นที่ราว 48%
นอกจากนี้ พนักงานยุคใหม่เลือกที่จะใช้เวลากว่า 40% ของเวลาทำงานในการทำงานจากที่บ้าน
และอีกกว่า 62% มีความมุ่งหวังให้นายจ้างอนุญาตให้ทำงานจากที่บ้านต่อไป
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
Did You Know เคล็ดลับการทำงาน WFH ให้มีประสิทธิภาพ
- จัดพื้นที่ทำงานไว้โดยเฉพาะ เพื่อแยกชีวิตการทำงานออกจากชีวิตที่บ้าน
- จัดเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสม โต๊ะและเก้าอี้ควรมีความสะดวกสบายและช่วยรักษาสรีระที่ดี
- ลดสิ่งรบกวนให้น้อยที่สุด การใช้หูฟังเพื่อตัดเสียงรบกวน ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกเพื่อให้มีสมาธิกับงานมากขึ้น
- ควรติดต่อสื่อสารกับทีมงาน เพื่อนร่วมงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความรู้สึกโดดเดี่ยว
- กำหนดขอบเขตเวลาทำงานกับเวลาส่วนตัว เมื่อสิ้นสุดวันทำงาน ลองทำกิจกรรมอื่น ๆ
ที่ไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ทำงาน เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย
- ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีให้เต็มที่ อาทิ แอปพลิเคชันบริหารเวลา แพลตฟอร์มบริหารโครงการ
และเครื่องมือสื่อสาร ช่วยให้การทำงานจากที่บ้านมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ออกกำลังกาย ยิ่งถ้าต้องนั่งทำงานที่โต๊ะเป็นเวลานาน ควรหาเวลาเดินระยะสั้น
การออกกำลังกายบนโต๊ะทำงาน หรือการออกกำลังกายอย่างเป็นระบบ ให้ ประโยชน์มากมาย
ทั้งทางด้านจิตใจและร่างกาย
- การทำงาน WFH มักเกิดความรู้สึกโดดเดี่ยวและเบื่อหน่ายขึ้นได้ ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต
และอย่าลืมพักผ่อน สื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน และฝึกสติเมื่อมีโอกาส
https://www.thaipbs.or.th/now/content/3758