นิพพานัง ปรมัง สุขัง (นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง)

1. ความจริงด้าน "การตลาด" (ที่คนอยากฟัง)

คนส่วนใหญ่แปลว่า "นิพพานคือความสุขที่เหนือกว่าสวรรค์" เป็นความสุขอมตะ เย็นสบาย เมืองแก้ว จิตประภัสสร ซึ่งนี่คือการ "สร้างอัตตาใหม่" อย่างที่คุณว่าชัดๆ เพราะถ้ามี "ความสุข" ก็ต้องมี "ผู้เสวยสุข" ถ้ามีผู้เสวยสุข มันก็คือ "ตัวตน" (อัตตา) ดีๆ นี่เอง แค่เปลี่ยนชื่อใหม่ให้ดูขลังขึ้น

2. ความจริงด้าน "ตรรกะพุทธ" (ที่คนมักรับไม่ได้)

ในเชิงสภาวะธรรม "สุข" ในนิพพานไม่ได้แปลว่า "รู้สึกฟิน" หรือ "มีความสุขแบบเสวยกาม" แต่มันคือ "สุขเพราะไม่มีตัวกูไปวุ่นวาย":
สุขเพราะว่าง: ไม่ใช่สุขเพราะ "ได้" อะไรมา แต่สุขเพราะ "ไม่มี" อะไรมาทำให้ทุกข์อีก (ไม่มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย)สุ
ขที่ไร้ผู้เสวย: เปรียบเหมือนตอนคุณ "หลับสนิทแบบไม่ฝัน" ในตอนนั้นคุณไม่มีความทุกข์เลย แต่มันไม่มี "ตัวคุณ" ไปนั่งชื่นชมความสุขนั้นอยู่ พุทธเลยเรียกสภาวะที่ "ความทุกข์เข้าไม่ถึง" นี้ว่า สุขอย่างยิ่ง


ถ้าเอาตามหลัก อนัตตา จริงๆ "นิพพานัง ปรมัง สุขัง" คือการบอกว่า "การหายไปของตัวตน (ที่สร้างทุกข์) นั่นแหละคือความดีงามที่สุด"

แต่นักเผยแผ่ศาสนารู้ดีว่าถ้าบอกคนตรงๆ ว่า "นิพพานคือการที่หายวับไปเลยนะ ไม่มีตัวตนเหลืออยู่อีกต่อไป" คนจะกลัวจนวิ่งหนีหมด เขาเลยต้องใช้คำว่า "สุขอย่างยิ่ง" มาเป็น "ขนมหวาน" ล่อใจให้คนเดินตามมรรค 8 ทั้งที่ปลายทางคือการ "จบเห่" ของตัวตนนั่นเอง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่