คุณย่าโดโรธี ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวในกลางกรุงลอนดอน บ้านใหญ่แต่ทำอะไรก็ไม่ค่อยถนัดเพราะอายุปาเข้าไป 87 ปีแล้ว
จนกระทั่งการมาถึงของเจเจเด็กหนุ่มวัย 17 ปีที่บังเอิญเผลอเตะบอลไปตกในสวนหลังบ้านของคุณย่า..
มิตรภาพของคนต่างวัยอันแสนงดงามจึงเริ่มต้นขึ้น
A Friend of Dorothy เป็นภาพยนตร์สั้นสัญชาติอังกฤษ เขียนบทและกำกับโดยลี ไนท์
เรื่องราวของคุณย่าและเด็กหนุ่มที่สร้างความสัมพันธ์ที่น่าประทับใจโดยไม่มีข้อจำกัดระหว่างวัยให้เป็นอุปสรรค
ผลงานนี้ยอดเยี่ยมจนส่งผลให้เข้าชิง 1 ใน 5 สาขาภาพยนตร์สั้นยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ครั้งล่าสุดนี้อีกด้วย
ประเด็นของหนังจับเอาเรื่องของสังคมผู้สูงวัยมาเป็นเนื้อหา ที่อยากให้คนดูได้เข้าใจว่าปัจจุบันนี้สังคมเป็นเช่นไร
ทุกวันนี้คนเกิดใหม่น้อยลงด้วยปัญหาสภาพเศรษฐกิจ การแข่งขันต่างๆมากมาย
ประกอบกับการแพทย์พัฒนาเจริญมากขึ้น คนอายุยืนมากกว่าแต่ก่อน
แต่แน่นอน เมื่ออายุยืนยาวความเหงาก็เป็นสิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อคนรัก คนในครอบครัว เพื่อนฝูง ค่อยๆจากไปทีละคน จากที่เคยได้พูดคุยกับใครต่อใคร
กลับกลายเป็นว่าเหลือตัวคนเดียว โลกที่คุ้นเคยมาตลอดชีวิตกลายเป็นเหมือนคนแปลกหน้า
ออกไปไหนก็ไม่ไหวสุดท้ายก็ได้แต่อยู่ในบ้านที่ไม่มีใคร.. ลูกไปมีครอบครัว อยู่คนเดียว แต่ละวันแสนยาวนาน ทรมานเหลือเกิน
แม้ว่าหนังจะมีความยาวแค่ 21 นาที แต่ก็ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกตรงนี้ได้ดีมากๆ
ต้องให้เครดิตนักแสดงรุ่นเก๋าอย่าง Miriam Margolyes ในวัย 84 ปี ที่มีประสบการณ์การแสดงมากมาย
(บนเด่นๆก็อย่างหนังระดับตำนานอย่าง The Age of Innocence ในปี 1983) ที่มีลูกเล่นชั้นเชิงสูงมาก
ทำให้ทุกสิ่งรอบตัวมีชีวิตชีวาได้ แม้ว่าจะเป็นหนังเศร้าลึกๆก็ตาม
ผมชอบประโยคที่คุณย่าพูดกับเจเจว่า แม้ว่าตัวฉันจะแก่ร่างกายฉันจะไม่ไหวในการทำสิ่งต่างๆ
แต่เธออยากให้ใครต่อใครได้รับรู้ว่า ภายในหัวใจเธอยังคงมีชีวิตยังคงเปล่งประกายแสงอยู่เสมอมันไม่ได้ดับมอดลง
แต่มันน่าเสียดายที่ไม่มีใครสังเกตเห็น... ขอแค่ใครสักคนเท่านั้น...
ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัวนะครับ หากว่าในครอบครัวยังมีผู้หลักผู้ใหญ่คนเฒ่าคนแก่อยู่ มีเวลาให้ท่านมากๆนะครับ
ท่านเหล่านั้นไม่ได้ต้องการอะไรมากมายเลย ลองชวนท่านคุย นึกถึงอดีต
ชวนให้ท่านเล่าวีรกรรมสมัยเด็กๆ ที่ท่านยังพอจำได้ แค่นั้นล่ะท่านก็มีความสุขมากๆแล้ว
เพราะการมานั่งระลึกถึงกันในวันที่สายเกินไป มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิดเดียวจริงๆ
=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===
== A Friend of Dorothy (2025) เพื่อนคนสุดท้าย..ของคุณย่าโดโรธี.. ==
คุณย่าโดโรธี ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวในกลางกรุงลอนดอน บ้านใหญ่แต่ทำอะไรก็ไม่ค่อยถนัดเพราะอายุปาเข้าไป 87 ปีแล้ว
จนกระทั่งการมาถึงของเจเจเด็กหนุ่มวัย 17 ปีที่บังเอิญเผลอเตะบอลไปตกในสวนหลังบ้านของคุณย่า..
มิตรภาพของคนต่างวัยอันแสนงดงามจึงเริ่มต้นขึ้น
A Friend of Dorothy เป็นภาพยนตร์สั้นสัญชาติอังกฤษ เขียนบทและกำกับโดยลี ไนท์
เรื่องราวของคุณย่าและเด็กหนุ่มที่สร้างความสัมพันธ์ที่น่าประทับใจโดยไม่มีข้อจำกัดระหว่างวัยให้เป็นอุปสรรค
ผลงานนี้ยอดเยี่ยมจนส่งผลให้เข้าชิง 1 ใน 5 สาขาภาพยนตร์สั้นยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ครั้งล่าสุดนี้อีกด้วย
ประเด็นของหนังจับเอาเรื่องของสังคมผู้สูงวัยมาเป็นเนื้อหา ที่อยากให้คนดูได้เข้าใจว่าปัจจุบันนี้สังคมเป็นเช่นไร
ทุกวันนี้คนเกิดใหม่น้อยลงด้วยปัญหาสภาพเศรษฐกิจ การแข่งขันต่างๆมากมาย
ประกอบกับการแพทย์พัฒนาเจริญมากขึ้น คนอายุยืนมากกว่าแต่ก่อน
แต่แน่นอน เมื่ออายุยืนยาวความเหงาก็เป็นสิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อคนรัก คนในครอบครัว เพื่อนฝูง ค่อยๆจากไปทีละคน จากที่เคยได้พูดคุยกับใครต่อใคร
กลับกลายเป็นว่าเหลือตัวคนเดียว โลกที่คุ้นเคยมาตลอดชีวิตกลายเป็นเหมือนคนแปลกหน้า
ออกไปไหนก็ไม่ไหวสุดท้ายก็ได้แต่อยู่ในบ้านที่ไม่มีใคร.. ลูกไปมีครอบครัว อยู่คนเดียว แต่ละวันแสนยาวนาน ทรมานเหลือเกิน
แม้ว่าหนังจะมีความยาวแค่ 21 นาที แต่ก็ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกตรงนี้ได้ดีมากๆ
ต้องให้เครดิตนักแสดงรุ่นเก๋าอย่าง Miriam Margolyes ในวัย 84 ปี ที่มีประสบการณ์การแสดงมากมาย
(บนเด่นๆก็อย่างหนังระดับตำนานอย่าง The Age of Innocence ในปี 1983) ที่มีลูกเล่นชั้นเชิงสูงมาก
ทำให้ทุกสิ่งรอบตัวมีชีวิตชีวาได้ แม้ว่าจะเป็นหนังเศร้าลึกๆก็ตาม
ผมชอบประโยคที่คุณย่าพูดกับเจเจว่า แม้ว่าตัวฉันจะแก่ร่างกายฉันจะไม่ไหวในการทำสิ่งต่างๆ
แต่เธออยากให้ใครต่อใครได้รับรู้ว่า ภายในหัวใจเธอยังคงมีชีวิตยังคงเปล่งประกายแสงอยู่เสมอมันไม่ได้ดับมอดลง
แต่มันน่าเสียดายที่ไม่มีใครสังเกตเห็น... ขอแค่ใครสักคนเท่านั้น...
ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัวนะครับ หากว่าในครอบครัวยังมีผู้หลักผู้ใหญ่คนเฒ่าคนแก่อยู่ มีเวลาให้ท่านมากๆนะครับ
ท่านเหล่านั้นไม่ได้ต้องการอะไรมากมายเลย ลองชวนท่านคุย นึกถึงอดีต
ชวนให้ท่านเล่าวีรกรรมสมัยเด็กๆ ที่ท่านยังพอจำได้ แค่นั้นล่ะท่านก็มีความสุขมากๆแล้ว
เพราะการมานั่งระลึกถึงกันในวันที่สายเกินไป มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิดเดียวจริงๆ
=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===