แม่ค้าขายอาหาร อ.พิมาย จ.นครราชสีมา โอด หนังยางจ่อขึ้นราคาตามถุงแกง รวมถึงวัตถุดิบที่ขยับราคาขึ้น ต้นทุนพุ่ง อาจต้องปรับราคาอาหาร หวังรัฐตรึงราคาน้ำมัน
วันนี้ (12 มีนาคม 2569) ผู้สื่อข่าวสำรวจราคาสินค้าร้านขายของชำในพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา หลังจากเกิดวิกฤติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติเกิดการหยุดชะงัก เกิดความผันผวนของตลาดพลังงาน ทำให้น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ราคาสินค้า รวมถึงภาคการขนส่งมีการปรับราคาพุ่งสูงขึ้น ซึ่งตอนนี้มีร้านจำหน่ายอาหารเริ่มได้รับผลกระทบจากการปรับราคาสินค้าบางตัวกันแล้ว
แม่ค้าร้านขายข้าวแกงและไก่ย่าง อายุ 45 ปี ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 4 ต.นิคม อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังเกิดวิกฤติการสู้รบในตะวันออกกลาง หลายพื้นที่เริ่มปรับราคาถุงพลาสติก และยางวงรัดถุงขึ้นแล้ว โดยอ้างว่าขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตถุง และมีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นจากราคาน้ำมันแพง ส่วนหนังยางรัดถุงแกงที่ตนซื้อมาจากร้านค้าส่งในพื้นที่ ทางร้านก็จ่อขึ้นราคาเช่นกัน โดยแจ้งว่าจะขอปรับขึ้นราคาในสัปดาห์หน้า โดยหนังยางปรับขึ้นอีกราคากิโลกรัมละ 10 บาท จากเดิมขายกิโลกรัมละ 95 บาท จะปรับราคาขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 105 บาท
ซึ่งหากถุงพลาสติกปรับเพิ่มสูงมาก ตนก็จำเป็นต้องปรับราคาขายอาหารเพิ่มขึ้นด้วย เพราะตอนนี้วัตถุดิบต่างๆ ที่นำมาทำข้าวแกง อย่างเช่น ผักต่างๆ ก็ราคาแพงขึ้น ส่วนไก่สด และเครื่องในที่ซื้อมาย่างขาย ก็แพงขึ้นเช่นกัน ยิ่งช่วงนี้เข้าสู้หน้าแล้ง วัตถุดิบหลัก อย่างเช่น มะนาว ราคาอยู่ที่ลูกละ 5 บาทแล้ว ผักหลายตัวก็เริ่มแพง ถ้าทางร้านไม่ปรับราคาขึ้นตาม ก็จะต้องลดปริมาณลง
โดยข้าวแกงอาจจะตักใส่ถุงน้อยลง ส่วนไก่ย่าง ตับย่าง ก็จะทำไม้เล็กลง อันไหนยังพอประคองได้ก็ขายราคาเดิม และถ้าถึงขั้นวิกฤติจริงๆ ทุกอย่างแพงขึ้นหมด ทางร้านก็จำเป็นต้องปรับราคาขึ้นตาม เพราะจะแบกรับภาระไม่ไหว อยากให้ภาครัฐช่วยตรึงราคาน้ำมัน และสินค้าต่างๆ ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันเอาไว้ก่อน เพื่อช่วยเหลือประชาชน ร้านค้ารายย่อย และผู้มีรายได้น้อย
หนังยางจ่อขึ้นราคาตามถุงแกง
วันนี้ (12 มีนาคม 2569) ผู้สื่อข่าวสำรวจราคาสินค้าร้านขายของชำในพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา หลังจากเกิดวิกฤติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติเกิดการหยุดชะงัก เกิดความผันผวนของตลาดพลังงาน ทำให้น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ราคาสินค้า รวมถึงภาคการขนส่งมีการปรับราคาพุ่งสูงขึ้น ซึ่งตอนนี้มีร้านจำหน่ายอาหารเริ่มได้รับผลกระทบจากการปรับราคาสินค้าบางตัวกันแล้ว
แม่ค้าร้านขายข้าวแกงและไก่ย่าง อายุ 45 ปี ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 4 ต.นิคม อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังเกิดวิกฤติการสู้รบในตะวันออกกลาง หลายพื้นที่เริ่มปรับราคาถุงพลาสติก และยางวงรัดถุงขึ้นแล้ว โดยอ้างว่าขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตถุง และมีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นจากราคาน้ำมันแพง ส่วนหนังยางรัดถุงแกงที่ตนซื้อมาจากร้านค้าส่งในพื้นที่ ทางร้านก็จ่อขึ้นราคาเช่นกัน โดยแจ้งว่าจะขอปรับขึ้นราคาในสัปดาห์หน้า โดยหนังยางปรับขึ้นอีกราคากิโลกรัมละ 10 บาท จากเดิมขายกิโลกรัมละ 95 บาท จะปรับราคาขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 105 บาท
ซึ่งหากถุงพลาสติกปรับเพิ่มสูงมาก ตนก็จำเป็นต้องปรับราคาขายอาหารเพิ่มขึ้นด้วย เพราะตอนนี้วัตถุดิบต่างๆ ที่นำมาทำข้าวแกง อย่างเช่น ผักต่างๆ ก็ราคาแพงขึ้น ส่วนไก่สด และเครื่องในที่ซื้อมาย่างขาย ก็แพงขึ้นเช่นกัน ยิ่งช่วงนี้เข้าสู้หน้าแล้ง วัตถุดิบหลัก อย่างเช่น มะนาว ราคาอยู่ที่ลูกละ 5 บาทแล้ว ผักหลายตัวก็เริ่มแพง ถ้าทางร้านไม่ปรับราคาขึ้นตาม ก็จะต้องลดปริมาณลง
โดยข้าวแกงอาจจะตักใส่ถุงน้อยลง ส่วนไก่ย่าง ตับย่าง ก็จะทำไม้เล็กลง อันไหนยังพอประคองได้ก็ขายราคาเดิม และถ้าถึงขั้นวิกฤติจริงๆ ทุกอย่างแพงขึ้นหมด ทางร้านก็จำเป็นต้องปรับราคาขึ้นตาม เพราะจะแบกรับภาระไม่ไหว อยากให้ภาครัฐช่วยตรึงราคาน้ำมัน และสินค้าต่างๆ ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันเอาไว้ก่อน เพื่อช่วยเหลือประชาชน ร้านค้ารายย่อย และผู้มีรายได้น้อย