มีข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสอย่างมากในจีนตอนนี้
https://www.facebook.com/share/p/18DdgPU4bt/?mibextid=wwXIfr
เมื่อสื่อเกาหลีใต้รายงานว่า
สหรัฐฯ กำลัง ถอดระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD และ Patriot จากเกาหลีใต้**
เพื่อนำไปเสริมกำลังใน *ตะวันออกกลาง*
ภาพจากฐานทัพ *Seongju* แสดงให้เห็นการรื้อถอนระบบบางส่วน
เพื่อส่งไปใช้รับมือภัยคุกคามจาก *อิหร่าน*
แต่สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนไม่ใช่แค่เรื่องการย้ายอาวุธ
แต่คือ *ราคาที่เกาหลีใต้เคยต้องจ่าย” เพื่อให้ระบบนี้ถูกติดตั้ง*
ย้อนกลับไปปี 2017
ตอนที่สหรัฐฯ ติดตั้ง *THAAD ในเกาหลีใต้* จีนมองว่าเรดาร์ของระบบนี้สามารถ *สอดแนมลึกเข้ามาในจีนได้*
ผลคือจีนตอบโต้ทางเศรษฐกิจทันที
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
-นักท่องเที่ยวจีน แทบหายจากเกาหลีใต้
-Lotte Group ถูกตรวจสอบความปลอดภัย จน ร้าน Lotte Mart 112 สาขาในจีนต้องปิด
-Hyundai และ Kia ต้องลดกำลังผลิตและปิดโรงงานบางแห่ง
-K-pop และสื่อเกาหลี ถูกแบนจากจีน
ความเสียหายรวมถูกประเมินว่า อยู่ที่ประมาณ 7 – 10 พันล้านดอลลาร์
หรืออาจมากกว่านั้นหากรวมผลกระทบทางอ้อม
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะเกาหลีใต้เลือกยืนอยู่ข้างพันธมิตรอย่าง **สหรัฐอเมริกา**
แต่ปี 2026 ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป
เมื่อสงครามตะวันออกกลางระหว่าง สหรัฐฯ – อิสราเอล กับ อิหร่านทวีความรุนแรง
สหรัฐฯ ต้องใช้ระบบสกัดขีปนาวุธจำนวนมหาศาล
มีรายงานว่าเพียง 2 วันแรกของการโจมตีค่าใช้จ่ายในการยิง interceptor เพื่อสกัดขีปนาวุธสูงถึง 5.6 พันล้านดอลลาร์
สต็อกอาวุธบางระบบเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว
ดังนั้นวอชิงตันจึงตัดสินใจย้ายระบบ THAAD และ Patriot จากเกาหลีใต้ไปตะวันออกกลาง
ปัญหาคือยาก
เกาหลีใต้แทบไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจประธานาธิบดีเกาหลีใต้ Lee Jae-myung
ยอมรับตรง ๆ ว่า “เราไม่สามารถห้ามสหรัฐฯ ได้”
แม้เขาจะยืนยันว่าเกาหลีใต้ยังมีระบบป้องกันของตัวเอง เช่น
-Cheongung-II (M-SAM)
-L-SAM
-ระบบขีปนาวุธ **Hyunmoo
แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้เกิดคำถามสำคัญ
บทเรียนที่หลายประเทศกำลังคิด
เกาหลีใต้ยอมรับความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาลและความสัมพันธ์กับจีนที่เสียหายเกือบ 10 ปี
เพื่อให้ระบบป้องกันของสหรัฐฯ ถูกติดตั้ง
แต่เมื่อสถานการณ์โลกเปลี่ยนสหรัฐฯ ก็สามารถย้ายมันไปที่อื่นได้ทันที
นี่คือสิ่งที่นักวิเคราะห์จำนวนมากเรียกว่า Alliance Asymmetry
หรือพันธมิตรที่มีอำนาจไม่เท่ากัน และนี่อาจเป็นสัญญาณของโลกใหม่
เหตุการณ์นี้ทำให้หลายประเทศในเอเชียเริ่มตั้งคำถามกับแนวคิดที่เรียกว่า Extended Deterrence
หรือการพึ่งพาการป้องกันจากมหาอำนาจ
ในอนาคตประเทศอย่าง
-เกาหลีใต้
-ญี่ปุ่น
- ไต้หวัน
อาจต้องเร่งสร้างระบบป้องกันของตัวเองมากขึ้นเพราะโลกกำลังเข้าสู่ยุค Multipolar World
ที่มหาอำนาจต้องกระจายกำลังและไม่สามารถปกป้องทุกพันธมิตรได้เหมือนเดิม
บางทีบทเรียนของเรื่องนี้อาจไม่ต้องอธิบายมาก อย่างที่นักวิเคราะห์คนหนึ่งเขียนไว้ว่า The lesson writes itself.
บทเรียนของมันเขียนขึ้นเองแล้วในโลกการเมืองระหว่างประเทศ
ไม่มีพันธมิตรที่ถาวร มีแต่ผลประโยชน์ที่ถาวรเท่านั้น
เกาหลีใต้เสียหายหลายหมื่นล้าน เพราะ THAAD… วันนี้สหรัฐฯ ถอดกลับไปใช้ในสงครามอิหร่าน
https://www.facebook.com/share/p/18DdgPU4bt/?mibextid=wwXIfr
เมื่อสื่อเกาหลีใต้รายงานว่า
สหรัฐฯ กำลัง ถอดระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD และ Patriot จากเกาหลีใต้**
เพื่อนำไปเสริมกำลังใน *ตะวันออกกลาง*
ภาพจากฐานทัพ *Seongju* แสดงให้เห็นการรื้อถอนระบบบางส่วน
เพื่อส่งไปใช้รับมือภัยคุกคามจาก *อิหร่าน*
แต่สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนไม่ใช่แค่เรื่องการย้ายอาวุธ
แต่คือ *ราคาที่เกาหลีใต้เคยต้องจ่าย” เพื่อให้ระบบนี้ถูกติดตั้ง*
ย้อนกลับไปปี 2017
ตอนที่สหรัฐฯ ติดตั้ง *THAAD ในเกาหลีใต้* จีนมองว่าเรดาร์ของระบบนี้สามารถ *สอดแนมลึกเข้ามาในจีนได้*
ผลคือจีนตอบโต้ทางเศรษฐกิจทันที
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
-นักท่องเที่ยวจีน แทบหายจากเกาหลีใต้
-Lotte Group ถูกตรวจสอบความปลอดภัย จน ร้าน Lotte Mart 112 สาขาในจีนต้องปิด
-Hyundai และ Kia ต้องลดกำลังผลิตและปิดโรงงานบางแห่ง
-K-pop และสื่อเกาหลี ถูกแบนจากจีน
ความเสียหายรวมถูกประเมินว่า อยู่ที่ประมาณ 7 – 10 พันล้านดอลลาร์
หรืออาจมากกว่านั้นหากรวมผลกระทบทางอ้อม
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะเกาหลีใต้เลือกยืนอยู่ข้างพันธมิตรอย่าง **สหรัฐอเมริกา**
แต่ปี 2026 ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป
เมื่อสงครามตะวันออกกลางระหว่าง สหรัฐฯ – อิสราเอล กับ อิหร่านทวีความรุนแรง
สหรัฐฯ ต้องใช้ระบบสกัดขีปนาวุธจำนวนมหาศาล
มีรายงานว่าเพียง 2 วันแรกของการโจมตีค่าใช้จ่ายในการยิง interceptor เพื่อสกัดขีปนาวุธสูงถึง 5.6 พันล้านดอลลาร์
สต็อกอาวุธบางระบบเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว
ดังนั้นวอชิงตันจึงตัดสินใจย้ายระบบ THAAD และ Patriot จากเกาหลีใต้ไปตะวันออกกลาง
ปัญหาคือยาก
เกาหลีใต้แทบไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจประธานาธิบดีเกาหลีใต้ Lee Jae-myung
ยอมรับตรง ๆ ว่า “เราไม่สามารถห้ามสหรัฐฯ ได้”
แม้เขาจะยืนยันว่าเกาหลีใต้ยังมีระบบป้องกันของตัวเอง เช่น
-Cheongung-II (M-SAM)
-L-SAM
-ระบบขีปนาวุธ **Hyunmoo
แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้เกิดคำถามสำคัญ
บทเรียนที่หลายประเทศกำลังคิด
เกาหลีใต้ยอมรับความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาลและความสัมพันธ์กับจีนที่เสียหายเกือบ 10 ปี
เพื่อให้ระบบป้องกันของสหรัฐฯ ถูกติดตั้ง
แต่เมื่อสถานการณ์โลกเปลี่ยนสหรัฐฯ ก็สามารถย้ายมันไปที่อื่นได้ทันที
นี่คือสิ่งที่นักวิเคราะห์จำนวนมากเรียกว่า Alliance Asymmetry
หรือพันธมิตรที่มีอำนาจไม่เท่ากัน และนี่อาจเป็นสัญญาณของโลกใหม่
เหตุการณ์นี้ทำให้หลายประเทศในเอเชียเริ่มตั้งคำถามกับแนวคิดที่เรียกว่า Extended Deterrence
หรือการพึ่งพาการป้องกันจากมหาอำนาจ
ในอนาคตประเทศอย่าง
-เกาหลีใต้
-ญี่ปุ่น
- ไต้หวัน
อาจต้องเร่งสร้างระบบป้องกันของตัวเองมากขึ้นเพราะโลกกำลังเข้าสู่ยุค Multipolar World
ที่มหาอำนาจต้องกระจายกำลังและไม่สามารถปกป้องทุกพันธมิตรได้เหมือนเดิม
บางทีบทเรียนของเรื่องนี้อาจไม่ต้องอธิบายมาก อย่างที่นักวิเคราะห์คนหนึ่งเขียนไว้ว่า The lesson writes itself.
บทเรียนของมันเขียนขึ้นเองแล้วในโลกการเมืองระหว่างประเทศ
ไม่มีพันธมิตรที่ถาวร มีแต่ผลประโยชน์ที่ถาวรเท่านั้น