ถ้า จขกท. เคยชอบหนังที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์อย่าง Perfect Days (2023) ที่ว่าด้วยเรื่องการใช้ชีวิตของพนักงานทำความสะอาดห้องน้ำสาธารณะ อาชีพที่ดูต่ำต้อย แต่เขากลับใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีสติใตร่ตรองตลอดเวลา สามารถรับมือกับความกดดัน และใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาให้ผ่านลุล่วงไปได้ด้วยดี.. If I Had Legs I'd Kick You หนังที่ก็มีชื่อได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ในปีนี้เช่นกัน ที่ว่าด้วยเรื่องการใช้ชีวิตของ Linda นักจิตบำบัด คุณแม่ลูกหนึ่ง ที่ดูเหมือนจะมีความพร้อมในแง่ของหน้าที่การงานและทรัพย์สินประมาณนึง คงเป็นอะไรที่อยู่ในขั่วตรงข้ามแบบสุด ๆ อย่างแน่นอน..
เนื้อหาที่ จขกท. จะเขียนต่อไปนี้ อาจจะมีคำที่รุนแรงบ้าง ก็ขออภัยเพราะว่ากันไปตามเนื้อผ้าของหนังจริง ๆ
If I Had Legs I'd Kick You ว่าด้วยเรื่องของ Linda (Rose Byrne) นักจิตบำบัดที่มีลูกสาว 1 คน และลูกของเธอเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการกินอาหาร ทำให้แพทย์ต้องเจาะรูให้อาหารทางสายยางตรงหน้าท้อง เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่เพียงพอกับความต้องการ โดย Linda จะมีหน้าที่ฟีดอาหารให้เธอทั้ง 3 มื้อ หากแต่เธอก็ยังสามารถทานอาหารทางปากได้อยู่บ้าง สามีของ Linda คือ Charles (Christian Slater) ทำงานเป็นกัปตันเรือ ซึ่งต้องห่างจากครอบครัวทีละนาน ๆ
Linda ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับลูกสาวของเธอตามลำพัง ซึ่งวงเวียนชีวิตของเธอก็คือ ไปทำงาน พาลูกไปบำบัดอาการของโรค ฟีดอาหารและยาให้ลูก เลี้ยงลูกที่ค่อนข้างจะเป็นเจ้าหนูจำไม มีอาการต่อต้านแม่บ้าง หากแต่วันหนึ่งเธอก็ต้องพบกับปัญหาที่รุมเร้าเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อท่อน้ำบนเพดานบ้านของเธอแตก ทำให้น้ำไหลท่วมบ้าน แถมเพดานยังพังถล่มลงมาเป็นรูโบ๋ขนาดใหญ่ เธอต้องหอบลูกไปเช่าโรงแรมนอน ในขณะเดียวกันเธอก็ได้ข่าวร้ายว่าอาการของลูกสาวเธอไม่ดีขึ้น เพราะทำน้ำหนักไม่ได้ตามเป้า ทำให้แผนการที่จะได้ถอดสายยางหน้าท้องออกนั้น ต้องเลื่อนออกไป จากนั้นชีวิตของเธอก็ต้องพบกับปัญหาแบบชนิดที่เรียกว่า "1 วัน 1,000 เรื่อง" ตามแบบชื่อเรื่องนั่นแหละ แถมสามีก็ไปออกเรือ ไม่มีใครช่วยเธอรับมือกับปัญหาได้เลย เธอจะสามารถนำพาลูกสาวและตัวเธอผ่านวิกฤตไปได้หรือไม่ ต้องเอาใจช่วยกัน..
ความรู้สึกหลังจากดูหนังจบแล้วก็คือ เหมาะสมแล้วหล่ะครับ ที่ Rose Byrne มีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาดารานำฝ่ายหญิง เพราะทั้งเรื่องเหมือนเธอจะเล่นอยู่คนเดียว บทบาทของเธอ คือ แกนของเรื่อง และการแสดงอารมณ์ความรู้สึกของเธอ คือ ที่สุดจริง ๆ ถ้าให้พูดจากความรู้สึกของ จขกท. การแสดงของเธอในเรื่องนี้ไม่ได้เป็นรอง Jesse Buckley จาก Hamnet เลยนะครับ เพราะบอกตรง ๆ ว่าระหว่างดูหนังจนกระทั่งหนังจบ จขกท. ไม่ได้รู้สึกสงสาร Linda ผู้หญิงที่เธอรับบทบาทเลยแม้แต่น้อยครับ แต่กลับรู้สึกรำคาญ และไม่ชอบ Linda เลย แบบจริง ๆ เลยนะ ไม่ชอบถึงขนาดเกลียดผู้หญิงคนนี้ไปเลยอ่ะ จริง ๆ
บอกก่อนว่าในบรรดาหนังที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ในปีนี้ที่ จขกท. ได้ดูมาทั้งหมด If I Had Legs I'd Kick You คือ หนังที่ จขกท. ไม่ชอบที่สุด อันนี้จากความคิดส่วนตัวนะครับ เหตุจากอะไร คือ บทของหนังมันดูบิดเบี้ยวไปหมด มันไม่มีตรรกะอะไรที่สมเหตุสมผลเลย นางเอกเธอเป็นนักจิตบำบัด ที่น่าจะมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ในระดับที่ดีพอที่จะเป็นที่ปรึกษาให้กับผู้อื่นได้ กลับกลายเป็นผู้หญิงบ้าบอคอแตก สติแตก ใช้แต่อารมณ์แก้ปัญหา ยึดเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ใครจะช่วย ใครจะให้คำปรึกษาอะไร เธอก็เถียงฉอด ๆ ยึดเอาแต่ความคิดของตัวเอง จนแม้แต่นักจิตบำบัดที่เป็นเพื่อนร่วมงานที่เธอไปขอคำปรึกษา ยังยอมแพ้ ขอไม่ช่วยเธอต่อ คือถ้าจะถามว่าปัญหาที่เธอเจอมันหนักหนาหรือไม่ ก็ใช่.. มันอาจจะหนักหนาอยู่ แต่มันก็ไม่ได้คอขาดบาดตายขนาดนั้น หากแต่ความไร้สติและใช้แต่อารมณ์ของเธอนั่นแหละ ที่ทำให้ปัญหามันหนักขึ้น นี่ก็แปลกใจว่านางบ้าบอ สปด. ขนาดนี้ ทางคลินิกก็ยังให้นางทำงานอยู่ได้อีกเนอะ
แต่ถ้าความรู้สึกนี้ คือ สิ่งที่ ผกก. ต้องการให้เกิดกับผู้ชม ก็นับว่าหนังประสบความสำเร็จอย่างถึงที่สุด เพราะอย่างที่บอกว่าระหว่างที่ดูหนังนั้น จขกท. รู้สึกอึดอัด รำคาญ และไม่ชอบ Linda เอาเสียเลย และที่ตอกย้ำความจริงแท้ตามความคิดของ จขกท. เลย คือ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ยกตัวอย่าง เมื่อสามีนางกลับมา ปัญหาทุกอย่างก็ดูเหมือนจะถูกแก้ไขไปได้โดยง่ายดาย เช่น เพดานบ้านก็ถูกซ่อมให้เสร็จได้ในเวลาไม่นาน โดยที่สามีนางก็พูดบอกว่า ปัญหามันแก้ไขได้ เพียงแค่รู้จักวิธีพูดกับช่างก็แค่นั้นเอง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้หรืออย่างเรื่องการจอดรถในที่ห้ามจอดซ้อนคัน ที่เธอไปทะเลาะกับ รปภ. คือ ทำไมคนอื่นเขาก็มีลูกป่วยเหมือนนาง แต่เขาก็ไปหาที่จอดที่อื่นได้ ไม่จอดผิดกฎ แต่นางไม่ได้ ต้องจอดผิดกฎตลอดเวลา อ้างนู้นอ้างนี้ หรือเรื่องหนูแฮมสเตอร์อีก สงสารหนูมาก เศร้า แม้กระทั่งจะไปซื้อไวน์ คือนางไม่ลดราวาศอกใด ๆ ทั้งนั้น รวมถึงเรื่องคนไข้ที่เข้ารับการบำบัดจากนางอีก ที่ดูนางไม่พร้อมที่จะดูแลเอาเสียเลย
ทั้งหมด ทั้งปวง ข้อคิดที่ดีที่ได้จากหนังเรื่องนี้ คือ เรื่องการครองสติเวลาเกิดปัญหานั้นแหละ คนเราจะทำอะไรต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา แล้วปัญหามันก็จะผ่านไปได้ แต่หากจะว่ากันไปแบบแฟร์ ๆ หนังก็ได้พูดถึงเรื่องราวเบื้องหลังของนางเอก ว่าเธอก็ผ่านเรื่องราวอะไรต่ออะไรมาเยอะ และเธอก็น่าจะมีปัญหาทางสุขภาพจิตหน่อย ๆ ด้วย ยิ่งตอนจบ ยิ่งน่าตลก เมื่อ Linda เธอเลือกที่จะทำอะไรแบบไร้สติ จนสุดท้ายลูกสาวของนางต้องเป็นคนมาเรียกสติให้แม่.. เอาเข้าไป
ท้ายนี้อยากจะบอกว่า ชอบการแสดงของ Rose Byrne มาก เธอเล่นเก่งเหลือเกิน จน จขกท. อินไปกับเธอ รางวัลต่าง ๆ ที่หนังได้รับก่อนหน้านี้ เธอก็คงเป็นผู้มีส่วนกับความสำเร็จแบบเยอะ ๆ เลยเช่นกัน และที่ชอบที่สุดของหนังเรื่องนี้ก็คือชื่อของหนัง ใช่ครับ.. เพราะถ้าผมเป็นเพื่อน หรือคนใกล้ชิดกับ Linda ในเรื่อง ผมก็จะพูดกับนางว่า
"If I Had Legs I'd Kick You" อย่างแน่นอน..
ส่วนใครที่ไปดูหนังเรื่องนี้มาแล้วบ้าง คิดเห็นอย่างไร เหมือนหรือแตกต่างจาก จขกท. อย่างไร มาแชร์กันได้ครับ
If I Had Legs I'd Kick You ทั้งวัน 1,000 เรื่องบ้า.. ตามติดชีวิต "มนุษย์แม่สติแตก"
ถ้า จขกท. เคยชอบหนังที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์อย่าง Perfect Days (2023) ที่ว่าด้วยเรื่องการใช้ชีวิตของพนักงานทำความสะอาดห้องน้ำสาธารณะ อาชีพที่ดูต่ำต้อย แต่เขากลับใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีสติใตร่ตรองตลอดเวลา สามารถรับมือกับความกดดัน และใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาให้ผ่านลุล่วงไปได้ด้วยดี.. If I Had Legs I'd Kick You หนังที่ก็มีชื่อได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ในปีนี้เช่นกัน ที่ว่าด้วยเรื่องการใช้ชีวิตของ Linda นักจิตบำบัด คุณแม่ลูกหนึ่ง ที่ดูเหมือนจะมีความพร้อมในแง่ของหน้าที่การงานและทรัพย์สินประมาณนึง คงเป็นอะไรที่อยู่ในขั่วตรงข้ามแบบสุด ๆ อย่างแน่นอน..
เนื้อหาที่ จขกท. จะเขียนต่อไปนี้ อาจจะมีคำที่รุนแรงบ้าง ก็ขออภัยเพราะว่ากันไปตามเนื้อผ้าของหนังจริง ๆ
If I Had Legs I'd Kick You ว่าด้วยเรื่องของ Linda (Rose Byrne) นักจิตบำบัดที่มีลูกสาว 1 คน และลูกของเธอเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการกินอาหาร ทำให้แพทย์ต้องเจาะรูให้อาหารทางสายยางตรงหน้าท้อง เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่เพียงพอกับความต้องการ โดย Linda จะมีหน้าที่ฟีดอาหารให้เธอทั้ง 3 มื้อ หากแต่เธอก็ยังสามารถทานอาหารทางปากได้อยู่บ้าง สามีของ Linda คือ Charles (Christian Slater) ทำงานเป็นกัปตันเรือ ซึ่งต้องห่างจากครอบครัวทีละนาน ๆ
Linda ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับลูกสาวของเธอตามลำพัง ซึ่งวงเวียนชีวิตของเธอก็คือ ไปทำงาน พาลูกไปบำบัดอาการของโรค ฟีดอาหารและยาให้ลูก เลี้ยงลูกที่ค่อนข้างจะเป็นเจ้าหนูจำไม มีอาการต่อต้านแม่บ้าง หากแต่วันหนึ่งเธอก็ต้องพบกับปัญหาที่รุมเร้าเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อท่อน้ำบนเพดานบ้านของเธอแตก ทำให้น้ำไหลท่วมบ้าน แถมเพดานยังพังถล่มลงมาเป็นรูโบ๋ขนาดใหญ่ เธอต้องหอบลูกไปเช่าโรงแรมนอน ในขณะเดียวกันเธอก็ได้ข่าวร้ายว่าอาการของลูกสาวเธอไม่ดีขึ้น เพราะทำน้ำหนักไม่ได้ตามเป้า ทำให้แผนการที่จะได้ถอดสายยางหน้าท้องออกนั้น ต้องเลื่อนออกไป จากนั้นชีวิตของเธอก็ต้องพบกับปัญหาแบบชนิดที่เรียกว่า "1 วัน 1,000 เรื่อง" ตามแบบชื่อเรื่องนั่นแหละ แถมสามีก็ไปออกเรือ ไม่มีใครช่วยเธอรับมือกับปัญหาได้เลย เธอจะสามารถนำพาลูกสาวและตัวเธอผ่านวิกฤตไปได้หรือไม่ ต้องเอาใจช่วยกัน..
ความรู้สึกหลังจากดูหนังจบแล้วก็คือ เหมาะสมแล้วหล่ะครับ ที่ Rose Byrne มีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาดารานำฝ่ายหญิง เพราะทั้งเรื่องเหมือนเธอจะเล่นอยู่คนเดียว บทบาทของเธอ คือ แกนของเรื่อง และการแสดงอารมณ์ความรู้สึกของเธอ คือ ที่สุดจริง ๆ ถ้าให้พูดจากความรู้สึกของ จขกท. การแสดงของเธอในเรื่องนี้ไม่ได้เป็นรอง Jesse Buckley จาก Hamnet เลยนะครับ เพราะบอกตรง ๆ ว่าระหว่างดูหนังจนกระทั่งหนังจบ จขกท. ไม่ได้รู้สึกสงสาร Linda ผู้หญิงที่เธอรับบทบาทเลยแม้แต่น้อยครับ แต่กลับรู้สึกรำคาญ และไม่ชอบ Linda เลย แบบจริง ๆ เลยนะ ไม่ชอบถึงขนาดเกลียดผู้หญิงคนนี้ไปเลยอ่ะ จริง ๆ
บอกก่อนว่าในบรรดาหนังที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ในปีนี้ที่ จขกท. ได้ดูมาทั้งหมด If I Had Legs I'd Kick You คือ หนังที่ จขกท. ไม่ชอบที่สุด อันนี้จากความคิดส่วนตัวนะครับ เหตุจากอะไร คือ บทของหนังมันดูบิดเบี้ยวไปหมด มันไม่มีตรรกะอะไรที่สมเหตุสมผลเลย นางเอกเธอเป็นนักจิตบำบัด ที่น่าจะมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ในระดับที่ดีพอที่จะเป็นที่ปรึกษาให้กับผู้อื่นได้ กลับกลายเป็นผู้หญิงบ้าบอคอแตก สติแตก ใช้แต่อารมณ์แก้ปัญหา ยึดเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ใครจะช่วย ใครจะให้คำปรึกษาอะไร เธอก็เถียงฉอด ๆ ยึดเอาแต่ความคิดของตัวเอง จนแม้แต่นักจิตบำบัดที่เป็นเพื่อนร่วมงานที่เธอไปขอคำปรึกษา ยังยอมแพ้ ขอไม่ช่วยเธอต่อ คือถ้าจะถามว่าปัญหาที่เธอเจอมันหนักหนาหรือไม่ ก็ใช่.. มันอาจจะหนักหนาอยู่ แต่มันก็ไม่ได้คอขาดบาดตายขนาดนั้น หากแต่ความไร้สติและใช้แต่อารมณ์ของเธอนั่นแหละ ที่ทำให้ปัญหามันหนักขึ้น นี่ก็แปลกใจว่านางบ้าบอ สปด. ขนาดนี้ ทางคลินิกก็ยังให้นางทำงานอยู่ได้อีกเนอะ
แต่ถ้าความรู้สึกนี้ คือ สิ่งที่ ผกก. ต้องการให้เกิดกับผู้ชม ก็นับว่าหนังประสบความสำเร็จอย่างถึงที่สุด เพราะอย่างที่บอกว่าระหว่างที่ดูหนังนั้น จขกท. รู้สึกอึดอัด รำคาญ และไม่ชอบ Linda เอาเสียเลย และที่ตอกย้ำความจริงแท้ตามความคิดของ จขกท. เลย คือ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ทั้งหมด ทั้งปวง ข้อคิดที่ดีที่ได้จากหนังเรื่องนี้ คือ เรื่องการครองสติเวลาเกิดปัญหานั้นแหละ คนเราจะทำอะไรต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา แล้วปัญหามันก็จะผ่านไปได้ แต่หากจะว่ากันไปแบบแฟร์ ๆ หนังก็ได้พูดถึงเรื่องราวเบื้องหลังของนางเอก ว่าเธอก็ผ่านเรื่องราวอะไรต่ออะไรมาเยอะ และเธอก็น่าจะมีปัญหาทางสุขภาพจิตหน่อย ๆ ด้วย ยิ่งตอนจบ ยิ่งน่าตลก เมื่อ Linda เธอเลือกที่จะทำอะไรแบบไร้สติ จนสุดท้ายลูกสาวของนางต้องเป็นคนมาเรียกสติให้แม่.. เอาเข้าไป
ท้ายนี้อยากจะบอกว่า ชอบการแสดงของ Rose Byrne มาก เธอเล่นเก่งเหลือเกิน จน จขกท. อินไปกับเธอ รางวัลต่าง ๆ ที่หนังได้รับก่อนหน้านี้ เธอก็คงเป็นผู้มีส่วนกับความสำเร็จแบบเยอะ ๆ เลยเช่นกัน และที่ชอบที่สุดของหนังเรื่องนี้ก็คือชื่อของหนัง ใช่ครับ.. เพราะถ้าผมเป็นเพื่อน หรือคนใกล้ชิดกับ Linda ในเรื่อง ผมก็จะพูดกับนางว่า "If I Had Legs I'd Kick You" อย่างแน่นอน..
ส่วนใครที่ไปดูหนังเรื่องนี้มาแล้วบ้าง คิดเห็นอย่างไร เหมือนหรือแตกต่างจาก จขกท. อย่างไร มาแชร์กันได้ครับ