สมชัย” พร้อม 3 ผู้เชี่ยวชาญ โร่พบกองปราบฯ ขอความชัดเจนคดี กกต. แจ้งความ 6 บุคคล ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง พร้อมจี้ตำรวจข้อเท็จจริงใครคือผู้ปล่อยข้อมูลรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาสู่สื่อมวลชน
วันที่ 12 มี.ค. ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย นายธนารัตน กัววัฒนาพันธ์ ซีอีโอ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีบล็อกเชน นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม และนายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย เจ้าของแฟนเพจ M.I.B. Marketing In เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกก.1 บก.ป. เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกรณีมีผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนจำนวน 6 คน ในความผิดทางอาญา เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้มีการเปิดเผยรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาอย่างเป็นทางการ
นายสมชัย เปิดเผยว่า การเดินทางมาวันนี้ได้ยื่นหนังสือถึงกองปราบปราม เพื่อขอให้ตอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
ประเด็นแรก ขอทราบว่าบุคคลทั้ง 6 คนที่ กกต. แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษนั้นมีใครบ้าง และแต่ละคนถูกกล่าวหาในข้อหาใด เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นเพียงข้อมูลที่ปรากฏตามสื่อมวลชน แต่ไม่เคยมีการแถลงอย่างเป็นทางการจาก กกต. ประเด็นที่สอง ขอสำเนาคำร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อให้ทราบรายละเอียดข้อกล่าวหา ว่ามีความรุนแรงเพียงใด และแต่ละบุคคลถูกกล่าวหาแตกต่างกันหรือไม่
นายสมชัย ระบุว่า การแจ้งความดังกล่าวมีเพียง 2 ฝ่ายที่ทราบข้อมูล คือฝ่ายผู้แจ้งความ และฝ่ายผู้รับแจ้ง ดังนั้นจึงต้องการให้กองปราบปรามยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้เผยแพร่ข้อมูล หากตำรวจยืนยันเช่นนั้น ก็จะทำให้เห็นว่าข้อมูลดังกล่าวมาจากฝ่ายผู้แจ้งความ
ด้าน นายธรรมธีร์ กล่าวว่า สำหรับตนเองถือเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ถูกฟ้องคดี และมองว่าอาจเข้าข่ายการฟ้องปิดปาก (SLAPP) โดยระบุว่าหลังจากมีข่าวออกมาผ่านมาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดความไม่สบายใจ จึงเดินทางมาสอบถามกับตำรวจเพื่อให้เกิดความชัดเจน
ประเด็นบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งว่า จากการตรวจสอบพบว่าไม่ได้เป็นระบบป้องกันการปลอมแปลง แต่เป็นเครื่องมือสำหรับการตรวจสอบย้อนกลับ จึงตั้งคำถามไปยัง กกต. ว่ามีเหตุผลหรือแรงจูงใจใดที่นำบาร์โค้ดมาใช้บนบัตรเลือกตั้งทุกใบ
ขณะที่นายธนารัตน กล่าวว่า ในฐานะผู้ทำงานด้านเทคโนโลยีและระบบการลงคะแนน มีความกังวลเกี่ยวกับมาตรฐานการเลือกตั้ง โดยเฉพาะหลักการสำคัญของการเลือกตั้งแบบลับ ซึ่งตามมาตรฐานแล้วต้องไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ แต่การใช้บาร์โค้ดอาจทำให้เกิดข้อกังวลเรื่องการละเมิดความลับของผู้ลงคะแนน
การที่ชื่อของตนปรากฏในข่าว ทำให้เกิดความเสียหายต่อหน้าที่การงาน และพบว่าข่าวหลายสำนักสะกดชื่อ–นามสกุลถูกต้องทุกแห่ง ทั้งที่สื่อบางครั้งมีการสะกดผิด จึงตั้งข้อสังเกตว่าข้อมูลดังกล่าวน่าจะมาจากแหล่งที่เป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่เพียงข่าวลือ
ด้านนายชัยพนธ์ กล่าวว่า คำถามสำคัญที่ต้องการทราบคือ ตนถูกฟ้องในข้อหาใด และถูกกล่าวหาอย่างไร แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน เช่นเดียวกับกรณีที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ เคยเดินทางมาสอบถามก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม นายสมชัย คาดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการตรวจสอบและให้คำตอบอย่างเป็นทางการ พร้อมขอความร่วมมือไปยังสื่อมวลชนที่เผยแพร่ข่าวเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ จำนวน 5 สำนักข่าว ให้ช่วยตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อสังคมและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว
https://www.facebook.com/share/p/186jgJcqeX/?mibextid=ZbWKwL
#ThePolitics #กกต #สมชัยศรีสุทธิยากร
วันที่ 12 มี.ค. ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย นายธนารัตน กัววัฒนาพันธ์ ซีอีโอ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีบล็อกเชน นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม และนายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย เจ้าของแฟนเพจ M.I.B. Marketing In เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกก.1 บก.ป. เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกรณีมีผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนจำนวน 6 คน ในความผิดทางอาญา เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้มีการเปิดเผยรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาอย่างเป็นทางการ
ด้าน นายธรรมธีร์ กล่าวว่า สำหรับตนเองถือเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ถูกฟ้องคดี และมองว่าอาจเข้าข่ายการฟ้องปิดปาก (SLAPP) โดยระบุว่าหลังจากมีข่าวออกมาผ่านมาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดความไม่สบายใจ จึงเดินทางมาสอบถามกับตำรวจเพื่อให้เกิดความชัดเจน
ประเด็นบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งว่า จากการตรวจสอบพบว่าไม่ได้เป็นระบบป้องกันการปลอมแปลง แต่เป็นเครื่องมือสำหรับการตรวจสอบย้อนกลับ จึงตั้งคำถามไปยัง กกต. ว่ามีเหตุผลหรือแรงจูงใจใดที่นำบาร์โค้ดมาใช้บนบัตรเลือกตั้งทุกใบ
https://www.facebook.com/share/p/1GZJM5BeZc/?mibextid=ZbWKwL
#ThePolitics #กกต #มหาวิทยาลัยศรีปทุม
สมชัยและกลุ่มประชาชนเลือกตั้งไม่ลับ จี้ตำรวจเปิดเผยรายชื่อบุคคลทั้ง 6 ที่ กกต. ฟ้อง
วันที่ 12 มี.ค. ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย นายธนารัตน กัววัฒนาพันธ์ ซีอีโอ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีบล็อกเชน นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม และนายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย เจ้าของแฟนเพจ M.I.B. Marketing In เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกก.1 บก.ป. เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกรณีมีผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนจำนวน 6 คน ในความผิดทางอาญา เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้มีการเปิดเผยรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาอย่างเป็นทางการ
นายสมชัย เปิดเผยว่า การเดินทางมาวันนี้ได้ยื่นหนังสือถึงกองปราบปราม เพื่อขอให้ตอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
ประเด็นแรก ขอทราบว่าบุคคลทั้ง 6 คนที่ กกต. แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษนั้นมีใครบ้าง และแต่ละคนถูกกล่าวหาในข้อหาใด เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นเพียงข้อมูลที่ปรากฏตามสื่อมวลชน แต่ไม่เคยมีการแถลงอย่างเป็นทางการจาก กกต. ประเด็นที่สอง ขอสำเนาคำร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อให้ทราบรายละเอียดข้อกล่าวหา ว่ามีความรุนแรงเพียงใด และแต่ละบุคคลถูกกล่าวหาแตกต่างกันหรือไม่
นายสมชัย ระบุว่า การแจ้งความดังกล่าวมีเพียง 2 ฝ่ายที่ทราบข้อมูล คือฝ่ายผู้แจ้งความ และฝ่ายผู้รับแจ้ง ดังนั้นจึงต้องการให้กองปราบปรามยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้เผยแพร่ข้อมูล หากตำรวจยืนยันเช่นนั้น ก็จะทำให้เห็นว่าข้อมูลดังกล่าวมาจากฝ่ายผู้แจ้งความ
ด้าน นายธรรมธีร์ กล่าวว่า สำหรับตนเองถือเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ถูกฟ้องคดี และมองว่าอาจเข้าข่ายการฟ้องปิดปาก (SLAPP) โดยระบุว่าหลังจากมีข่าวออกมาผ่านมาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดความไม่สบายใจ จึงเดินทางมาสอบถามกับตำรวจเพื่อให้เกิดความชัดเจน
ประเด็นบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งว่า จากการตรวจสอบพบว่าไม่ได้เป็นระบบป้องกันการปลอมแปลง แต่เป็นเครื่องมือสำหรับการตรวจสอบย้อนกลับ จึงตั้งคำถามไปยัง กกต. ว่ามีเหตุผลหรือแรงจูงใจใดที่นำบาร์โค้ดมาใช้บนบัตรเลือกตั้งทุกใบ
ขณะที่นายธนารัตน กล่าวว่า ในฐานะผู้ทำงานด้านเทคโนโลยีและระบบการลงคะแนน มีความกังวลเกี่ยวกับมาตรฐานการเลือกตั้ง โดยเฉพาะหลักการสำคัญของการเลือกตั้งแบบลับ ซึ่งตามมาตรฐานแล้วต้องไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ แต่การใช้บาร์โค้ดอาจทำให้เกิดข้อกังวลเรื่องการละเมิดความลับของผู้ลงคะแนน
การที่ชื่อของตนปรากฏในข่าว ทำให้เกิดความเสียหายต่อหน้าที่การงาน และพบว่าข่าวหลายสำนักสะกดชื่อ–นามสกุลถูกต้องทุกแห่ง ทั้งที่สื่อบางครั้งมีการสะกดผิด จึงตั้งข้อสังเกตว่าข้อมูลดังกล่าวน่าจะมาจากแหล่งที่เป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่เพียงข่าวลือ
ด้านนายชัยพนธ์ กล่าวว่า คำถามสำคัญที่ต้องการทราบคือ ตนถูกฟ้องในข้อหาใด และถูกกล่าวหาอย่างไร แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน เช่นเดียวกับกรณีที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ เคยเดินทางมาสอบถามก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม นายสมชัย คาดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการตรวจสอบและให้คำตอบอย่างเป็นทางการ พร้อมขอความร่วมมือไปยังสื่อมวลชนที่เผยแพร่ข่าวเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ จำนวน 5 สำนักข่าว ให้ช่วยตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อสังคมและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว
https://www.facebook.com/share/p/186jgJcqeX/?mibextid=ZbWKwL
#ThePolitics #กกต #สมชัยศรีสุทธิยากร
วันที่ 12 มี.ค. ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย นายธนารัตน กัววัฒนาพันธ์ ซีอีโอ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีบล็อกเชน นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม และนายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย เจ้าของแฟนเพจ M.I.B. Marketing In เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกก.1 บก.ป. เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกรณีมีผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนจำนวน 6 คน ในความผิดทางอาญา เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้มีการเปิดเผยรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาอย่างเป็นทางการ
ด้าน นายธรรมธีร์ กล่าวว่า สำหรับตนเองถือเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ถูกฟ้องคดี และมองว่าอาจเข้าข่ายการฟ้องปิดปาก (SLAPP) โดยระบุว่าหลังจากมีข่าวออกมาผ่านมาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดความไม่สบายใจ จึงเดินทางมาสอบถามกับตำรวจเพื่อให้เกิดความชัดเจน
ประเด็นบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งว่า จากการตรวจสอบพบว่าไม่ได้เป็นระบบป้องกันการปลอมแปลง แต่เป็นเครื่องมือสำหรับการตรวจสอบย้อนกลับ จึงตั้งคำถามไปยัง กกต. ว่ามีเหตุผลหรือแรงจูงใจใดที่นำบาร์โค้ดมาใช้บนบัตรเลือกตั้งทุกใบ
https://www.facebook.com/share/p/1GZJM5BeZc/?mibextid=ZbWKwL
#ThePolitics #กกต #มหาวิทยาลัยศรีปทุม