บอสพาชิม : FIN & BONE [A REFINED TASTE OF THE OCEAN] (Pattaya, Thailand)
การกลับมาของ เชฟน็อค (Chef Noc) ในครั้งนี้ทำให้แฟนหายคิดถึงรสมืออันเป็นเอกลักษณ์ โดยอีเวนต์พิเศษ "FIN & BONE" จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสุดอลังการริมชายหาดพัทยา ณ Castello Di Bellagio Pattaya ความน่าสนใจอยู่ที่การหยิบยกเอาเมนูอาหารไทย มาตีความใหม่ผ่านเทคนิคตะวันตกอย่างประณีต
เห็นชื่อเมนูอาหารตอนแรกงงว่าจะเสริฟ์ออกมาเป็น Fine Dine ได้อย่างไร ทั้งไก่ย่างหุบบอน เอย ต้มโป๊ะแตกเอย จนชวนจินตนาการไม่ออกว่าจะ refine มันออกมายังไง เพราะหลายเมนูนั้นมีความครบรสและสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว

ร้าน Castello Di Bellagio นี้เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่สวยสุดในไทยอย่างไม่ต้องสงสัย นี่คือ "ปราสาทหิน" สไตล์อิตาเลียนที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างามท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติโดยเจ้าของได้แรงบันดาลใจจากเมือง Bellagio ประเทศอิตาลี มีการนำวัสดุตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์วินเทจจากยุโรปเข้ามาประกอบใหม่ในไทย เพื่อให้ได้บรรยากาศแบบอิตาลีที่แท้จริง
ด้วยความที่ Event นี้มาจัดริมทะเลถึงพัทยา ก็ต้องใช้วัตถุดิบจากท้องทะเลสดๆ ซึ่งหลายอย่างหารับประทานได้ยาก คุณสุรนาท โตพานิช ที่นอกจากจะเป็นเจ้าของร้านCastello Di Bellagio แล้วยังเป็นทายาทธุรกิจร้านอาหารชื่อดัง "มุมอร่อย" ร้านอาหารทะเลระดับตำนานการันตีว่า วัตถุดิบทางทะเลที่นำมาใช้ในงานนี้คือระดับพรีเมียมที่สุด สดใหม่ส่งตรงจากท่าเรือของครอบครัวถึงครัวของปราสาทโดยตรง
ในส่วนของอาหาร เชฟน็อคเป็น ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการหยิบจับจิตวิญญาณของรสชาติไทยมาเจียระไนใหม่ด้วยเทคนิคตะวันตกอย่างเหนือชั้น จุดเด่นที่ทำให้เชฟน็อคครองใจนักชิม คือความสามารถในการผสมผสานสมุนไพรไทยลงในซอสแบบตะวันตกได้อย่างเเนบเนียน ให้รสชาติที่จัดจ้าน ทรงพลัง แต่ยังคงความหรูหราไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ รวมทั้งรายละเอียดในอาหารที่นำเอาเทคนิคการปรุงเเบบตะวันตกทั้ง confit aspic หรือการทำ terrine มาเปลี่ยนรูปอาหารไทยได้อย่างกลมกล่อม ไม่ว่าจะเป็นไก่ย่างหุบบอนของขึ้นชื่อของศรีราชาที่เสริฟ์มาในรูปแบบเทอรรีน หรือ ยำหอยกับน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ถูกยกระดับไปอีกขึ้น
ในส่วนของ Castello Di Bellagioก็ไม่น้อยหน้า นำจานเด็ด signature ของงานมาผสมผสานกับเทคนิคของเชฟnocออกมาเป็น แกงคั่วเนื้อ ได้อย่างน่าสนใจ เมนูเด็ดของที่นี่นั้นคือเนื้อสเต็กซึ่งลงทุนจัดเต็มด้วยการนำไปwet aged ก่อนมา Smoke ใน kamado joe และ Reverse Sear ก่อน เสริฟ์
แม้ราคาจะไม่ถูกแต่ที่นี่เป็นสเต็กที่cost/ Performance ดีที่สุดสำหรับผมและน่าจะเป็นร้านสเต็กที่ผมว่าดีที่สุดในไทยร้านหนึ่ง หากใครมีโอกาสมาเเถบพัทยาอยากหาร้านบรรยากาศสวยๆเพื่อจิบไวน์และรับประทานอาหารตะวันตกดีๆแล้ว ผมว่าCastello Di Bellagio เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาดครับ
AMUSE BOUCHE:
MANGROVE SNAPPER พล่าปลา เปิดมื้อด้วยความสดชื่นจากปลากะพงเขี้ยวเเดงดิบ เสิร์ฟมากับ
Aspic น้ำยำ ท็อปด้วยมะพร้าวและ
Sorrel แม้ตัวฐานทาร์ตแป้งจะมีความแข็งไปนิด แต่รสชาติคำนี้นั้นเข้มข้นจัดจ้าน กลิ่นเครื่องแกงและซอเรลสร้างมิติใหม่ให้กับอาหารไทยคำนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม 🐟
BEEF EYE ROUND ก้อยเนื้อ ยกระดับก้อยเนื้อด้วยสองเนื้อสัมผัสที่ตัดกันอย่างลงตัว ทั้งความนุ่มละมุนจากเนื้อสันในทาร์ทาร์ และความเหนียวสู้ฟันจากเนื้อส่วน
Eye Round (เนื้อลูกมะพร้าว) รมควัน กลิ่นควันหอมละมุนช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร แฝงด้วยความสดชื่นของผักชีไทยใบเลื่อย และรสที่กลมกล่อมของก้อยไม่กลบรสเนื้อ 🥩
BLUE CRAB หลนปู การตีความหลนในรูปแบบใหม่ โดยการทำอิมัลชั่นจากไวน์ขาวและกะทิคลุกกับเนื้อปูทะเล เสริฟ์มาในแป้งโดนัทกรอบ กลิ่นผิวมะกรูดหอมฟุ้ง เนื้อปูชิ้นใหญ่โตมโหฬารที่คัดสรรมาโดยเฉพาะจากร้านมุมอร่อย รสชาติเค็มอมหวานมัน แนะนำให้ชิมรสสัมผัสของไส้หลนปูเปล่าๆ ก่อนหนึ่งคำ แล้วค่อยตามด้วยผักสดด้านข้างเพื่อความสมบูรณ์แบบ 🦀
ASSORTED CLAMS ยําสามหอย จานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการทานหอยนางรมแบบไทย โดยเชฟรวบรวมเอาหอยมะระซาชิมิ, หอยโจงโดงย่าง และเป๋าฮื้อ
Confit (การปรุงสุกช้าๆ ในน้ำมันสมุนไพร) เสิร์ฟคู่กับซอสตับเป๋าฮื้อและกะทิรีดักชั่น และ Aspic น้ำจิ้มซีฟู้ด ให้สัมผัสที่ทั้งหนึบ กรอบ และเด้ง สนุกทุกคำที่ได้เคี้ยว น้ำยำมีรสจัดจ้านเข้มข้น 🐚
ORGANIC CHICKEN ไก่ย่างหุบบอน & ตําไทย เมนูขึ้นชื่อของศรีราชาที่ถูกแปลงโฉมเป็น
Terrine (เนื้อบดละเอียดอัดแท่ง) ทำจากสะโพกไก่และมูสไก่กับเค้กข้าวเหนียว เสริฟ์มากับซอสชิกเก้นวินิเกรตที่รสชาติเหมือนแจ่ว เป็นเมนูที่หลับตาทานแล้วรู้สึกเหมือนกำลังทานส้มตำไก่ย่างระดับกูร์เมต์ 🐥
SEASONAL SEAFOODS ต้มโป๊ะแตกทะเล ซุปทะเลใสเคลียร์ในรูปแบบ
Consommé (ซุปที่ผ่านการเคี่ยวและกรองจนใสสะอาดไร้ตะกอน) อินฟิวด้วยสมุนไพรโป๊ะแตก อัดแน่นด้วยปูทาราบะ หอยนางรมต้มไวน์ เห็ดชิเมจิ และปลาหมึกย่าง รสชาติเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดถึงใจ ชนิดที่เรียกว่าทานแล้วตาสว่างทันที 🍋
CORAL TROUT ปลานึ่งซีอิ๊ว ปลากุสลาดย่างเนื้อแน่นหนังกรอบ เสิร์ฟพร้อมพิวเร่เต้าเจี้ยวและต้นหอม ความพิเศษอยู่ที่ซอส
Beurre Blanc (ซอสเนยฝรั่งเศส) ที่ผสานเข้ากับเครื่องนึ่งซีอิ๊วและเห็ดมอร์เรล (Morel Mushrooms) มอบรสชาติที่คุ้นเคยของปลานึ่งซีอิ๊วในรูปลักษณ์ที่เหนือระดับ 🍄
WAGYU STRIPLOIN แกงคั่วเนื้อ ไฮไลท์ของค่ำคืนกับเนื้อวากิวส่วนสันนอกที่ผ่านการเอจมาอย่างดีจนหวานฉ่ำ ไร้กลิ่นสาบ ย่างแบบ Reverse Sear จนเกิด
Crust บางๆ ที่ผิวหน้า ราดด้วยซอสแกงคั่ว Beef Jus ที่ปรุงรสด้วยพริกแกงคั่วและคัทซึโอะบุชิ (ปลาโอแห้ง) ให้รสชาติที่ร้อนแรงและลุ่มลึก เป็นจานที่ผมประทับใจที่สุดในวันนี้🌶️
DESSERT ข้าวหลามหนองมน ปิดท้ายด้วยของดีเมืองชลบุรี ไอซ์ครีมข้าวหลามที่มาพร้อมขี้โล้ (กะทิเคี่ยวจนแตกมัน) ข้าวเหนียวดำ ละโมจิงาดำ ตัดรสด้วยซอลsaltedคาราเมล เป็นการจบคอร์สที่สมบูรณ์แบบ 🍚
#Score: AD
Visit: FEB -2026
🗺
เเผนที่: https://maps.app.goo.gl/6xSuP4cq5iNnNKWJA
⏰
เวลาเปิดปิด: 11:00 AM – 10:00 PM
💵
ค่าเสียหาย:AD
⌨️
เว็บไซต์ร้าน: https://www.facebook.com/CastelloDiBellagio/
เราเป็นเพจรีวิวร้านอาหาร Fine dining แบบจริงใจและเจาะลึกทั้งในไทยทั่วโลก ชอบช่วยกดไลค์ ใช่ช่วยกดเเชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้เรา #บอสพาชิม #eatliketheboss #michelinguide #michelinstar #tatlerbest #tatlerthailand #tatlerdining #bestchefaward #CastelloDiBellagio #ChefNoc #PattayaDining #มุมอร่อย
[SR] บอสพาชิม : FIN & BONE - A REFINED TASTE OF THE OCEAN (Pattaya, Thailand)
การกลับมาของ เชฟน็อค (Chef Noc) ในครั้งนี้ทำให้แฟนหายคิดถึงรสมืออันเป็นเอกลักษณ์ โดยอีเวนต์พิเศษ "FIN & BONE" จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสุดอลังการริมชายหาดพัทยา ณ Castello Di Bellagio Pattaya ความน่าสนใจอยู่ที่การหยิบยกเอาเมนูอาหารไทย มาตีความใหม่ผ่านเทคนิคตะวันตกอย่างประณีต
เห็นชื่อเมนูอาหารตอนแรกงงว่าจะเสริฟ์ออกมาเป็น Fine Dine ได้อย่างไร ทั้งไก่ย่างหุบบอน เอย ต้มโป๊ะแตกเอย จนชวนจินตนาการไม่ออกว่าจะ refine มันออกมายังไง เพราะหลายเมนูนั้นมีความครบรสและสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว
ร้าน Castello Di Bellagio นี้เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่สวยสุดในไทยอย่างไม่ต้องสงสัย นี่คือ "ปราสาทหิน" สไตล์อิตาเลียนที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างามท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติโดยเจ้าของได้แรงบันดาลใจจากเมือง Bellagio ประเทศอิตาลี มีการนำวัสดุตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์วินเทจจากยุโรปเข้ามาประกอบใหม่ในไทย เพื่อให้ได้บรรยากาศแบบอิตาลีที่แท้จริง
ด้วยความที่ Event นี้มาจัดริมทะเลถึงพัทยา ก็ต้องใช้วัตถุดิบจากท้องทะเลสดๆ ซึ่งหลายอย่างหารับประทานได้ยาก คุณสุรนาท โตพานิช ที่นอกจากจะเป็นเจ้าของร้านCastello Di Bellagio แล้วยังเป็นทายาทธุรกิจร้านอาหารชื่อดัง "มุมอร่อย" ร้านอาหารทะเลระดับตำนานการันตีว่า วัตถุดิบทางทะเลที่นำมาใช้ในงานนี้คือระดับพรีเมียมที่สุด สดใหม่ส่งตรงจากท่าเรือของครอบครัวถึงครัวของปราสาทโดยตรง
ในส่วนของอาหาร เชฟน็อคเป็น ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการหยิบจับจิตวิญญาณของรสชาติไทยมาเจียระไนใหม่ด้วยเทคนิคตะวันตกอย่างเหนือชั้น จุดเด่นที่ทำให้เชฟน็อคครองใจนักชิม คือความสามารถในการผสมผสานสมุนไพรไทยลงในซอสแบบตะวันตกได้อย่างเเนบเนียน ให้รสชาติที่จัดจ้าน ทรงพลัง แต่ยังคงความหรูหราไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ รวมทั้งรายละเอียดในอาหารที่นำเอาเทคนิคการปรุงเเบบตะวันตกทั้ง confit aspic หรือการทำ terrine มาเปลี่ยนรูปอาหารไทยได้อย่างกลมกล่อม ไม่ว่าจะเป็นไก่ย่างหุบบอนของขึ้นชื่อของศรีราชาที่เสริฟ์มาในรูปแบบเทอรรีน หรือ ยำหอยกับน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ถูกยกระดับไปอีกขึ้น
ในส่วนของ Castello Di Bellagioก็ไม่น้อยหน้า นำจานเด็ด signature ของงานมาผสมผสานกับเทคนิคของเชฟnocออกมาเป็น แกงคั่วเนื้อ ได้อย่างน่าสนใจ เมนูเด็ดของที่นี่นั้นคือเนื้อสเต็กซึ่งลงทุนจัดเต็มด้วยการนำไปwet aged ก่อนมา Smoke ใน kamado joe และ Reverse Sear ก่อน เสริฟ์
แม้ราคาจะไม่ถูกแต่ที่นี่เป็นสเต็กที่cost/ Performance ดีที่สุดสำหรับผมและน่าจะเป็นร้านสเต็กที่ผมว่าดีที่สุดในไทยร้านหนึ่ง หากใครมีโอกาสมาเเถบพัทยาอยากหาร้านบรรยากาศสวยๆเพื่อจิบไวน์และรับประทานอาหารตะวันตกดีๆแล้ว ผมว่าCastello Di Bellagio เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาดครับ
AMUSE BOUCHE:
MANGROVE SNAPPER พล่าปลา เปิดมื้อด้วยความสดชื่นจากปลากะพงเขี้ยวเเดงดิบ เสิร์ฟมากับ Aspic น้ำยำ ท็อปด้วยมะพร้าวและ Sorrel แม้ตัวฐานทาร์ตแป้งจะมีความแข็งไปนิด แต่รสชาติคำนี้นั้นเข้มข้นจัดจ้าน กลิ่นเครื่องแกงและซอเรลสร้างมิติใหม่ให้กับอาหารไทยคำนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม 🐟
BEEF EYE ROUND ก้อยเนื้อ ยกระดับก้อยเนื้อด้วยสองเนื้อสัมผัสที่ตัดกันอย่างลงตัว ทั้งความนุ่มละมุนจากเนื้อสันในทาร์ทาร์ และความเหนียวสู้ฟันจากเนื้อส่วน Eye Round (เนื้อลูกมะพร้าว) รมควัน กลิ่นควันหอมละมุนช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร แฝงด้วยความสดชื่นของผักชีไทยใบเลื่อย และรสที่กลมกล่อมของก้อยไม่กลบรสเนื้อ 🥩
BLUE CRAB หลนปู การตีความหลนในรูปแบบใหม่ โดยการทำอิมัลชั่นจากไวน์ขาวและกะทิคลุกกับเนื้อปูทะเล เสริฟ์มาในแป้งโดนัทกรอบ กลิ่นผิวมะกรูดหอมฟุ้ง เนื้อปูชิ้นใหญ่โตมโหฬารที่คัดสรรมาโดยเฉพาะจากร้านมุมอร่อย รสชาติเค็มอมหวานมัน แนะนำให้ชิมรสสัมผัสของไส้หลนปูเปล่าๆ ก่อนหนึ่งคำ แล้วค่อยตามด้วยผักสดด้านข้างเพื่อความสมบูรณ์แบบ 🦀
ASSORTED CLAMS ยําสามหอย จานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการทานหอยนางรมแบบไทย โดยเชฟรวบรวมเอาหอยมะระซาชิมิ, หอยโจงโดงย่าง และเป๋าฮื้อ Confit (การปรุงสุกช้าๆ ในน้ำมันสมุนไพร) เสิร์ฟคู่กับซอสตับเป๋าฮื้อและกะทิรีดักชั่น และ Aspic น้ำจิ้มซีฟู้ด ให้สัมผัสที่ทั้งหนึบ กรอบ และเด้ง สนุกทุกคำที่ได้เคี้ยว น้ำยำมีรสจัดจ้านเข้มข้น 🐚
ORGANIC CHICKEN ไก่ย่างหุบบอน & ตําไทย เมนูขึ้นชื่อของศรีราชาที่ถูกแปลงโฉมเป็น Terrine (เนื้อบดละเอียดอัดแท่ง) ทำจากสะโพกไก่และมูสไก่กับเค้กข้าวเหนียว เสริฟ์มากับซอสชิกเก้นวินิเกรตที่รสชาติเหมือนแจ่ว เป็นเมนูที่หลับตาทานแล้วรู้สึกเหมือนกำลังทานส้มตำไก่ย่างระดับกูร์เมต์ 🐥
SEASONAL SEAFOODS ต้มโป๊ะแตกทะเล ซุปทะเลใสเคลียร์ในรูปแบบ Consommé (ซุปที่ผ่านการเคี่ยวและกรองจนใสสะอาดไร้ตะกอน) อินฟิวด้วยสมุนไพรโป๊ะแตก อัดแน่นด้วยปูทาราบะ หอยนางรมต้มไวน์ เห็ดชิเมจิ และปลาหมึกย่าง รสชาติเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดถึงใจ ชนิดที่เรียกว่าทานแล้วตาสว่างทันที 🍋
CORAL TROUT ปลานึ่งซีอิ๊ว ปลากุสลาดย่างเนื้อแน่นหนังกรอบ เสิร์ฟพร้อมพิวเร่เต้าเจี้ยวและต้นหอม ความพิเศษอยู่ที่ซอส Beurre Blanc (ซอสเนยฝรั่งเศส) ที่ผสานเข้ากับเครื่องนึ่งซีอิ๊วและเห็ดมอร์เรล (Morel Mushrooms) มอบรสชาติที่คุ้นเคยของปลานึ่งซีอิ๊วในรูปลักษณ์ที่เหนือระดับ 🍄
WAGYU STRIPLOIN แกงคั่วเนื้อ ไฮไลท์ของค่ำคืนกับเนื้อวากิวส่วนสันนอกที่ผ่านการเอจมาอย่างดีจนหวานฉ่ำ ไร้กลิ่นสาบ ย่างแบบ Reverse Sear จนเกิด Crust บางๆ ที่ผิวหน้า ราดด้วยซอสแกงคั่ว Beef Jus ที่ปรุงรสด้วยพริกแกงคั่วและคัทซึโอะบุชิ (ปลาโอแห้ง) ให้รสชาติที่ร้อนแรงและลุ่มลึก เป็นจานที่ผมประทับใจที่สุดในวันนี้🌶️
DESSERT ข้าวหลามหนองมน ปิดท้ายด้วยของดีเมืองชลบุรี ไอซ์ครีมข้าวหลามที่มาพร้อมขี้โล้ (กะทิเคี่ยวจนแตกมัน) ข้าวเหนียวดำ ละโมจิงาดำ ตัดรสด้วยซอลsaltedคาราเมล เป็นการจบคอร์สที่สมบูรณ์แบบ 🍚
#Score: AD
Visit: FEB -2026
🗺 เเผนที่: https://maps.app.goo.gl/6xSuP4cq5iNnNKWJA
⏰ เวลาเปิดปิด: 11:00 AM – 10:00 PM
💵 ค่าเสียหาย:AD
⌨️ เว็บไซต์ร้าน: https://www.facebook.com/CastelloDiBellagio/
เราเป็นเพจรีวิวร้านอาหาร Fine dining แบบจริงใจและเจาะลึกทั้งในไทยทั่วโลก ชอบช่วยกดไลค์ ใช่ช่วยกดเเชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้เรา #บอสพาชิม #eatliketheboss #michelinguide #michelinstar #tatlerbest #tatlerthailand #tatlerdining #bestchefaward #CastelloDiBellagio #ChefNoc #PattayaDining #มุมอร่อย
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้