ยิ่งเร็ว ก็ยิ่งช้า !
.....
เคยคิดมั้ยครับว่าเราจะลงทุนจนมีเงินเป็นร้อยล้าน ... หลายคนคงไม่กล้าคิด แต่สำหรับผมแล้ว ฝันให้ใหญ่เข้าไว้ เพราะความฝันไม่มีใครมากำหนดกฎเกณฑ์หรือห้ามอะไรเราได้ ถ้าถามว่าคน ๆ หนึ่งที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่เขามีความฝันที่ยิ่งใหญ่ ผมคิดว่าคน ๆ นั้นย่อมดำเนินชีวิตได้แตกต่างจากคนที่ไร้ความฝันแน่นอน
.
ความฝัน ที่ไม่ใช่ ความเฟ้อฝัน หรือฝันกลางวัน เพราะความฝันเราต้องลงมือทำ แต่ความเฟ้อฝัน เราได้แค่นอนฝันแต่ไม่ยอมทำอะไรเลย ความฝันให้ใหญ่ แต่ต้องคาดหวังให้น้อย ทำไมเราต้องคาดหวังน้อย เพราะหากเราคาดหวังมากเราจะมีตัวตนมาก จิตเราจะวุ่น จิตเราจะไม่ว่าง และเราจะเครียดสะสม นั่นอาจทำให้มันช้าลง หรืออาจจะไม่ประสบผลสำเร็จเลยก็ได้ครับ
.
เรื่องเล่าของนักดาบผู้เก่งกาจ
.
มีนักดาบคนหนึ่งในสมัยกาลก่อน เขาอยากเป็นนักดาบที่เก่งที่สุดในแผ่นดิน จึงดั้นด้นเดินทางไปพบกับปรมาจารย์ยอดนักดาบ (แต่สูงอายุแล้ว) เพื่อขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ ... นักดาบคนนั้นมุ่งมั่นมาก ๆ เมื่อได้มาพบอาจารย์ และฝากตัวสำเร็จแล้ว จึงเอ่ยปากถามอาจารย์ว่า ...
.
“ผมมีความมุ่งมั่นอยากจะเป็นนักดาบอันดับหนึ่งมาก ๆ อาจารย์คิดว่าผมต้องใช้เวลากี่ปีจึงจะสมหวัง ประสบผลสำเร็จ” อาจารย์ตอบกลับว่า ... “ใช้เวลาซัก 7 ปีขึ้นไป”
.
ลูกศิษย์รู้สึกว้าวุ่น ไม่พอใจในคำตอบ จึงถามกลับไปอีกว่า ... “ผมขอเพิ่มความมุ่งมั่นเป็นสองเท่า เพื่อที่จะเป็นนักดาบอันดับหนึ่ง จะยอมฝึกฝนมากขึ้นเป็นสองเท่า ขอสอบถามอาจารย์ว่า ผมจะใช้เวลาซักกี่ปีจึงจะประสบผลสำเร็จ” ... อาจารย์ตอบกลับว่า ... “ต้องใช้เวลาซัก 14 ปีขึ้นไปนะ”
.
ลูกศิษย์ได้ฟังคำตอบยิ่งไม่พอใจ จึงได้ถามกลับไปอีกครั้งว่า ... “คุณพ่อผมใกล้เสียชีวิตแล้ว ผมอยากจะเป็นนักดาบอันดับหนึ่งให้ท่านได้เห็นก่อนท่านเสียชีวิต ผมจะมุ่งมั่นตั้งใจเพิ่มขึ้นไปอีก ท่านอาจารย์คิดว่าผมต้องใช้เวลาเท่าไหร่จึงจะประสบพบกับความสำเร็จครับ” ... อาจารย์ตอบกลับไปว่า ... “ต้องใช้เวลาซัก 20-30 ปีขึ้นไปนะ” !!
.
ลูกศิษย์ได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกท้อแท้หมดกำลังใจ แต่ด้วยความที่ตนฝากตัวไว้แล้ว จึงถามอาจารย์ว่า แล้วผมต้องเริ่มต้นฝึกอะไรก่อนขอรับ ... อาจารย์ตอบว่า ... “จงไปล้างจาน”
.
ศิษย์ได้แต่เดินคอตก ไปล้างจานที่หลังสำนัก ... ล้างจานอยู่อย่างนั้นนานเป็นเดือน หลายเดือน ... วันหนึ่งอาจารย์ย่องเข้าไป แล้วชักดาบหวังจะฟันศิษย์ ด้วยศิษย์เองก็เป็นนักดาบฝีมือดีพอตัว และมีดาบพกติดตัวเสมออยู่แล้ว จึงรับเพลงดาบอาจารย์ทันควัน และตอบโต้ไปมาหลายเพลง จนอาจารย์หยุด แล้วเดินจากไป ... ทิ้งความงงงวยให้กับศิษย์เป็นอย่างมาก ...
.
เวลาผ่านไปหลายปี อาจารย์มักจะย่องเข้ามาประมือกับศิษย์ หลายต่อหลายเพลงดาบ ในขณะที่ศิษย์กำลังล้างจาน และอยู่มาวันหนึ่งศิษย์เริ่มโต้กลับ จนสามารถเอาชนะอาจารย์ได้เป็นครั้งแรก !
.
อาจารย์หยุดทันที และบอกกลับไปว่า ... “เจ้าสำเร็จวิชาดาบแล้ว” ... ลูกศิษย์งงหนักมาก ว่าสำเร็จตั้งแต่เมื่อไหร่กันเล่า ?? อาจารย์อธิบายว่า ... ตอนมาใหม่ ๆ จิตเจ้าว้าวุ่นมาก อยากประสบความสำเร็จ แต่ตอนล้างจานอยู่นั้นจิตเจ้าว่าง อาจารย์เลยถือโอกาสสอนเพลงดาบตอนเจ้า “จิตว่าง” เมื่อจิตว่าง ตัวตนก็น้อย เจ้าจึงสำเร็จวิชาได้เร็ว เพราะใช้ใจนำ ไม่ได้ใช้ความคิดนำ บัดนี้เจ้าจะเป็นนักดาบอันดับหนึ่งได้แน่นอน ... ซึ่งก็จริงอย่างที่อาจารย์ท่านว่า ... จากนั้นมานักดาบท่านนี้ก็ไม่มีใครต่อกรได้เลย เพราะเขาเป็นนักดาบ “จิตว่าง” คือทำการด้วยจิตที่ใสสะอาด ไม่ขุ่นมัว ลงดาบด้วยใจสงบนั่นเอง
.
ข้อคิดของนิทานเรื่องนี้ ... คือการที่เราทำการสิ่งใดด้วยจิตว่าง ใจย่อมเป็นสมาธิกว่าที่เราทำด้วยจิตวุ่น คนสมัยนี้จิตวุ่นตลอดเวลา จึงทำงานแบบไม่มีสมาธิ ก่อให้เกิดโรคสมาธิสั้น โรคสองบุคลิก ถ้าว้าวุ่นมาก วิตกกังวลมาก ก็จะกลายเป็นพวกวิตกจริต หรือซึมเศร้าได้ในที่สุด
.
การลงทุนก็เช่นกัน หากเราลงทุนด้วยจิตว่างได้ เราก็จะถือหุ้นดี ๆ ได้นาน ๆ แบบไม่หวั่นไหวง่าย ๆ แต่ทำไม่ได้กับทุกตัวนะครับ อย่างวอเรนต์ บัฟเฟตต์ ก็สามารถถือหุ้นโคคาโคล่าได้ยาวนาน แบบลืมไปแล้ว แต่หากเราทำแบบนี้กับหุ้นบางตัวเราอาจจะหายนะได้ นั่นคือ ตอนเราฟันดาบแรก จิตเราว่างพอหรือไม่ หรือจิตเราวุ่นอยากได้ อยากไล่ราคา สิ่งเหล่านี้หากเราฝึกฝนจนสำเร็จ โอกาสที่เราจะประสบความสำเร็จ แต่จิตใจไม่ว้าวุ่น ไม่วิตกกังวล ก็จะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้อย่างแน่นอนครับ.
.
================
ยิ่งเร็ว ก็ยิ่งช้า !