[CR] ใบไม้เปลี่ยนสี เดือน พ.ย. 68 Autumn In Japan "Osaka Kyoto Nara" 13-17 Nov. 25 (4 คืน 5 วัน)


ทริปนี้พวกเราตัดสินใจไปเที่ยวช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่ภูมิภาคคันไซ คือ โอซาก้า เกียวโต และ นารา เน้นเที่ยวชิวๆ ค่ะ ช่วงที่เราไปใบไม้ยังแดงไม่เต็มที่ค่ะ ส่วนอากาศจะอยู่ประมาณ 8-15 องศา แต่งตัวสบายๆ ชั้นเดียวได้ค่ะ (สำหรับ จขกท. นะคะ ส่วนเพื่อนๆ ขี้หนาวเค้าจะใส่กันคนละ 2 ชั้นค่ะ)

วันที่ 12-11-68  เวลา 00.55 น. ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง สายการบินแอร์เอเซีย ขึ้นเครื่องปุ๊บก็หลับเลยค่ะ
วันที่ 13-11-68  เวลา 08.40-10.00 น. ถึงสนามบินคันไซ ผ่าน ตม. รับกระเป๋าเดินทาง ผ่านศุลกากร (ผ่านสบายๆ ตม กับ ศุลกากรไม่มีใครถามอะไรเลยค่ะ)

สำหรับการเดินทาง 3 วันแรกพวกเราจะใช้เงินสดจ่าย ไม่ได้ซื้อพาสอะไรค่ะ (คำนวน คชจ. จากแพลนแล้วไม่จำเป็นต้องซื้อพาสค่ะ)

พวกเราเลือกเดินทางเข้าเมืองด้วยรถไฟสาย Nankai จองที่นั่ง (ซื้อที่เค้าท์เตอร์ Nankai Kansai Airport) ลง สถานี Shin-Imamiya นั่งต่อเดียวถึงค่ะ ที่เลือกสาย Nankai เพราะ โรงแรมที่พวกเราพักเดินออกจากสถานีข้ามถนนก็ถึงเลยค่ะ ใช้เวลาเดินทาง 35 นาที ก็ถึงสถานี Shin-Imamiya ค่ะ
***เวลาตารางเดินรถ ดูจากเวป https://roote.ekispert.net/en คล้ายกับ Hyperdia ค่ะ***




ถึงสถานี Shin-Imamiya ออกจากสถานีเอากระเป๋าไปฝากที่ร้านรับฝากกระเป๋า (โรงแรมไม่มีบริการรับฝากกระเป๋าค่ะ) ร้านที่เราเอากระเป๋าไปฝากก็ไปตามรีวิวเลยค่ะ ห่างจากที่พักประมาณ 200 เมตร ค่ะ ชื่อร้าน "Daikoku-Locker" ราคาใบละ 180 เยน/ใบ ขนาด 28 นิ้ว ค่ะ

ฝากกระเป๋าเสร็จก็ไปต่อ ศาลเจ้านัมบะยาซากะ ค่ะ นั่ง Metro จากสถานี Dobutsuen-Mae ไปลง Namba จากร้านฝากกระเป๋าจะมีทางลงเชื่อมต่อรถไฟใต้ดินค่ะ สะดวกมากๆ ถึงสถานีนัมบะออกประตูไหนจำไม่ได้แล้วค่ะ ขึ้นมาด้านบนก็เปิด GPS เดินไปศาลเจ้านัมบะประมาณ 10 นาทีได้ค่ะ

ถ่ายรูปกันเสร็จก็เดินย้อนกลับมาที่สถานีนัมบะและเดินต่อไปที่ โดทงโบริ ระหว่างทางเดินก็มีของระรานตา ทั้งของกิน ของใช้ และ อื่นๆ อีกมากมาย บอกเลยไม่เหนื่อยค่ะ (พวกเราสายอึดถึกมากค่ะ)





ถึงโดทงโบริ ก็ไปแลนด์มาร์กสำคัญคือป้ายกูลิโกะ

ถ่ายรูปเสร็จก็ไปช็อปกันต่อที่ ชินไซบาชิ อยู่ตรงข้ามกับป้ายกูลิโกะ (บอกเลยว่าช็อปกันแบบสนุกมือ กระเป๋าตังเบาเลยค่ะ)





หลังจากนั้นก็กลับที่พัก เช็คอินโรงแรมค่ะ ที่พักของพวกเราชื่อ "3U Namba Minami by Doyanen" เราพักที่นี่ที่เดียว 4 คืน  1 ห้อง 3 เตียง ห้องอาบน้ำรวมแยกชาย/หญิง มีรหัสก่อนเข้าประตูห้องอาบน้ำค่ะ ส่วนห้องสุขารวมจะมีอยู่ชั้นที่เรานอนค่ะ ชั้นที่พวกเราอยู่จะเป็นชั้นหญิงล้วนโอเคมากๆ ค่ะ
ราคาต่อคน 2,638 บาท 4 คืนถือว่าถูกมาก จองล่วงหน้าประมาณ 9 เดือน ค่ะ (ขอนุญาติใช้รูปจาก Trip.com ไม่ได้ถ่ายไว้ค่ะ)

หลังจากเช็คอินเสร็จก็ออกไปหาอะไรกิน รอบๆ โรงแรม มี Fammily Lawson ใกล้ๆ ค่ะ

วันที่ 14-11-68 วันนี้พวกเราไปเกียวโตกันค่ะ (เน้นออกเช้าๆ จะได้มีเวลากลับมาช็อปปิ้งก่อนเข้าที่พักค่ะ)
ที่แรก Fushimi Inari-Taisha Shrine วันนี้เราออกแต่เช้ากะว่าจะมาเดินถ่ายรูปสวยๆ กับเสาโทริอิสีแดง โดยไม่ต้องแย่งใคร สรุปมีคนมาเช้ากว่าพวกเราอีก คนเยอะมากๆ ค่ะ

รอรถไฟช่วงตีห้า แสงสวยดีค่ะ จัดให้น้องไป 1 รูป (ประมาณ 7 โมงถึงสถานีอินาริ ออกจากสถานีก็เดินข้ามถนนเข้าศาลเจ้าได้เลยค่ะ คนจะเยอะตรงเสาโทริอิ บรรดาทัวร์ฝรัง ทัวร์จีน มากันหลายกรุ๊ปค่ะ)




ขากลับ อุดหนุนขนมโมจิย่างถ่าน ทาซอสเค็ม กับถั่วแดง (อร่อยไหม...สำหรับเจ้าของกระทู้ไม่ถูกปากค่ะ แต่ซื้อเพราะคนขายเป็นผู้ชาย ยิ้มเก่งด้วย เราก็แพ้รอยยิ้มด้วยสิคะ จัดไป 2 ไม้แบ่งกันกินค่ะ)
ไปต่อ Kiyomitsu Temple (วัดน้ำใส) จากสถานี Kiyomizu-Gojo พวกเราไม่ต่อบัสนะคะ พวกเราอยากออกกำลังกายกันค่ะ เดินไปวัดประมาณ 10 นาที ก็ถึงทางเข้าวัดค่ะ แต่ถ้าใครเดินไม่ไหว ก็ต่อบัสไปลงสถานี Gojozka/Kyoto City Bus ได้ค่ะ ตามตารางรถไฟนี้ได้เลยค่ะ จะมีค่าบัส 230 เยน

ก่อนเข้าวัด พี่สาวที่ไปด้วยอยากใส่กิโมโนเลยแวะร้านก่อนทางเข้าวัด เช่าชุดกิโมโนค่ะ เจ้าของกระทู้กับน้องอีกคนเคยใส่แล้วเลยไม่เช่า จัดให้พี่สาวเต็มที่ค่ะ ร้านที่เช่าสังเกตุได้ง่าย ตรงป้ายบัส Gojozaka เดินข้ามทางม้าลาย ร้านจะอยู่ซ้ายมือติดถนนค่ะ ราคาไม่แพง ชุดสวยด้วย เบ็ดเสร็จพี่สาวจ่ายไป 4,000 เยน ชุด+ทำผม (แถมพร็อฟเลือกได้ 1 อย่าง) ชื่อร้าน "OOKINI KIMONO"

ชุดและผมที่ได้ค่ะ

พี่สาวแต่งตัวเสร็จก็เดินไปวัดกันค่ะ ถ่ายรูปได้คนละไม่กี่รูป ก็กลับค่ะ คนเยอะมากๆ ค่ะ





พวกเราไม่ได้ขึ้นไปดูอาคารไม้ คนต่อแถวยาวมากๆ ตกลงกันไม่ขึ้นค่ะ ไม่ไหวกับคนจริงๆ

ระหว่างเดินกลับก็แวะร้านโน้นทีร้านนี้ที มาเจอร้านแตงกวาดอง มันมีหลายอย่างเลือกไม่ถูก สุ่มเลือกมา 1 อัน รสชาดเปรี้ยวเค็ม แบ่งกันกิน กัดคำแรก ก็โยนกันไปมาไม่ไหวกับรสชาด แต่จำเป็นต้องกินให้หมด เพราะหาที่ทิ้งขยะยากมากๆ ค่ะ (ดีนะที่ซื้อมาอันเดียว ถ้ากินคนละอัน กลับไทยคงต้องล้างไตกันแน่นอนค่ะ)
ไปต่อ Uji ค่ะ
(วัดโดเบียวอิน ไม่ได้เข้าค่ะ คนเยอะ) เดินเล่นที่ ถนนชาเขียว (Byodoin Omotesando) ตลอดเส้นทางก็จะมีผลิตภัณฑ์จากชาเขียวค่ะ เดินสักพักก็หาไรกินค่ะ เดินไปเจอร้านนี้มีแต่คนเข้าก็เลยลองค่ะ เมนูนี้ถือว่าโอเคอร่อยค่ะ (หรือหิว) บะหมี่เย็นมีส่วนผสมของชาเขียว หอมชาเขียวค่ะ จัดไปคนละ 1 เซ็ท ไม่เหลือแม้แต่น้ำค่ะ ใครมาที่นี่แนะนำต้องลองค่ะ (ชื่อร้านเป็นภาษาญี่ปุ่นอ่านไม่ออก และไม่ได้ถ่ายมาด้วยค่ะ)




กินเสร็จก็เดินกันต่อ บริเวณรอบๆ ถนนชาเขียว มีที่ให้ถ่ายรูปเยอะ บรรยากาศดีมากๆ ค่ะ ที่นี่คนไม่พลุกพล่าน เดินกันเพลินเลยค่ะ



เดินเล่นสักพักก็กลับโอซาก้าค่ะ ถึงสถานี Dobutsuen-Mae ออกทางออก 5 พวกเราจะไปช็อปสินค้าที่ดองกี้สาขา Shinsekai ค่ะ ใกล้ที่พักของพวกเราสะดวกมากๆ ค่ะ

ดองกี้สาขานี้มีชั้นเดียวแต่กว้างมากๆ สินค้าเยอะด้วยค่ะ สินค้าบางตัวก็แพงกว่าข้างนอก บางตัวก็ถูกกว่า เดินดูกันเพลินเลยค่ะ ได้กันมาคนละ 2 ถุงได้


(สาขานี้ม่อนจิจิเยอะมาก พี่สาวรับหิ้วค่ะ ได้มาเยอะเลย)เดินเล่นกันสักพักก็กลับที่พักกันค่ะ

วันที่ 15-11-68 วันนี้พวกเราไปนารากันค่ะ
ถึงนารา ถนน ทางเดิน โล่งมาก (จากสถานีไปสถานที่ท่องเที่ยวพวกเราเลือกเดินค่ะ)


ขาไปเดินกันแบบถนนนี้คือของเรา 3 คน ค่ะ ชิวมาก ไม่ต้องเบียดเสียดใคร พวกเราแวะถ่ายรูปไปเรื่อยๆ จนถึงสวนกวาง คือแบบตกใจ คนมาจากไหน เต็มไปหมด ตอนเดินมาอย่างโล่งค่ะ (น่าจะเป็นทัวร์มาปล่อยลงตรงนี้จุดนี้ค่ะ ฝรั่ง จึน เกาหลี เต็มไปหมด คนไทยไม่เจอเลย จะมีแค่พวกเรา 3 คนนี่แหล่ะค่ะ)

พวกเราสายชิวก็เดินกันไปเรื่อยๆ ตรงไหนวิวสวยคนน้อย ก็เก็บรูปกันค่ะ





เดี๋ยวมาต่อนะคะ......
ชื่อสินค้า:   ใบไม้เปลี่ยนสี เดือน พ.ย. 68 Autumn In Japan "Osaka Kyoto Nara" 13-17 Nov. 25 (4 คืน 5 วัน)
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่