

SCC สั่งปิดโรงงาน ROC ชั่วคราว รับพิษอิหร่านทำวัตถุดิบหาย 30% บล.ลิเบอเรเตอร์ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ...
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย [SCC] แจ้งหยุดผลิตโรงงานระยองโอเลฟินส์ (ROC) ชั่วคราว จากปัญหาที่เกิดขึ้นในอิหร่านทำให้
การขนส่งวัตถุดิบเพื่อนำมาผลิตต่อได้รับผลกระทบซึ่งวัตถุดิบที่จะเข้ามาช่วงมีนาคมจะหายไปราว 30% จากของที่ต้องใช้
ปกติบริษัทจะนำเข้าวัตถุดิบ 70% จากตะวันออกกลาง และอีก 30% จะซื้อในประเทศ
ซึ่งการนำเข้าวัตถุดิบต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้ว่าโรงดังกล่าวจะสามารถใช้ก๊าซผลิตได้ แต่ใช้ได้เพียง 15-20% เท่านั้น
หากผลิตภัณฑ์ที่ได้จะเป็นกลุ่มสินค้าทั่วไปทำให้เลือกที่จะปิดโรงงานดังกล่าวก่อน ส่วนที่ MOC สินค้าที่ผลิตเป็น HVA
มีความได้เปรียบด้านกำไรมากกว่า โรงงานดังกล่าวมีกำลังการผลิต 1.35 ล้านตัน ส่วน MOC มีกำลังการผลิต 2.05 ล้านตัน
ส่วนที่ LSP กำลังการผลิต 1.35 ล้านตัน ขณะที่โรงงานมาบตาพุดโอเลฟินส์ (MOC) และ LSP จะยังผลิตตามปกติ
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อถึงปลายเดือนนี้อาจส่งผลต่อการผลิตใน MOC และ LSP ในลำดับถัดไป
ผลกระทบต่อ EBITDA จำกัด การหยุดผลิตโรงงานดังกล่าวเรามองว่าผลกระทบจำกัด เนื่องจากธุรกิจปิโตรฯ EBITDA ปี 68
อยู่ที่ 4,166 ลบ. คิดเป็น 8% ของ EBITDA ทั้งกลุ่มที่ 55,012 ลบ. ซึ่งในปีนี้ ก่อนหน้าเราคาดการฟื้นตัวคงยังจำกัด
หากมีสถานการณ์ดังกล่าวคงไม่ส่งผลมากกว่าปัจจุบันแล้ว แม้เราคาดว่าผลกระทบต่อการดำเนินงานจะจำกัด
แต่หากการหยุดผลิต และต้นทุนที่เร่งตัวขึ้นทำให้ตลาดกังวลว่าการฟื้นตัวจะล่าช้ากว่าเดิม อีกทั้งหากสถานการณ์
ยังยืดเยื้อจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานโดยรวมมากขึ้น เรากังวลมากขึ้นต่อการดำเนินงานในอนาคตจากปัจจัยลบ
ที่เกิดขึ้นจากปัญหาวัตถุดิบ ระยะสั้นยังไม่แนะนำเข้าลงทุนจากปัจจัยลบดังกล่าว ล่าสุด หุ้น SCC ร่วงหนักกว่า 10%
จากการปิดโรง ROC
หากปิดโรงงานผลิตโอเลฟินส์ (Olefins) สินค้าในห่วงโซ่อุปทานต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
จะปรับราคาสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ
พลาสติก,
บรรจุภัณฑ์ และชิ้นส่วนยานยนต์ เนื่องจากโอเลฟินส์ (เช่น เอทิลีน, โพรพิลีน)
เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเม็ดพลาสติกและเคมีภัณฑ์พื้นฐาน
สินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบหลัก...
บรรจุภัณฑ์พลาสติก..
ถุงพลาสติก, ขวดน้ำ, กล่องบรรจุอาหาร, ฟิล์มยืด,
และบรรจุภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
ผลิตภัณฑ์พลาสติกใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน.. อุปกรณ์พลาสติก, ของเล่น, เครื่องใช้ไฟฟ้า
ชิ้นส่วนยานยนต์และขนส่ง..
กันชน, แผงคอนโซล, ชิ้นส่วนพลาสติกภายในรถยนต์
วัสดุก่อสร้าง..
ท่อ PVC, ฉนวน, แผ่นพลาสติก, วัสดุตกแต่ง
เส้นใยสังเคราะห์ .. เสื้อผ้าและสิ่งทอที่ทำจากโพลีเอสเตอร์และพลาสติก
สาเหตุหลัก ..
การผลิตโอเลฟินส์จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบ เช่น แนฟทา (Naphtha) ซึ่งราคามีความผันผวนตาม
สถานการณ์น้ำมันโลก เมื่ออุปทานลดลง ราคาของวัตถุดิบต้นน้ำเหล่านี้จะสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรง
ต่อต้นทุนการผลิตพลาสติกและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องทั้งหมด
ปิดโรงงานผลิตโอเลฟิน มาดูธุรกิจใด .. กระทบอะไรบ้าง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
หากปิดโรงงานผลิตโอเลฟินส์ (Olefins) สินค้าในห่วงโซ่อุปทานต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
จะปรับราคาสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ
พลาสติก, บรรจุภัณฑ์ และชิ้นส่วนยานยนต์ เนื่องจากโอเลฟินส์ (เช่น เอทิลีน, โพรพิลีน)
เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเม็ดพลาสติกและเคมีภัณฑ์พื้นฐาน
สินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบหลัก...
บรรจุภัณฑ์พลาสติก.. ถุงพลาสติก, ขวดน้ำ, กล่องบรรจุอาหาร, ฟิล์มยืด,
และบรรจุภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
ผลิตภัณฑ์พลาสติกใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน.. อุปกรณ์พลาสติก, ของเล่น, เครื่องใช้ไฟฟ้า
ชิ้นส่วนยานยนต์และขนส่ง.. กันชน, แผงคอนโซล, ชิ้นส่วนพลาสติกภายในรถยนต์
วัสดุก่อสร้าง.. ท่อ PVC, ฉนวน, แผ่นพลาสติก, วัสดุตกแต่ง
เส้นใยสังเคราะห์ .. เสื้อผ้าและสิ่งทอที่ทำจากโพลีเอสเตอร์และพลาสติก
สาเหตุหลัก ..
การผลิตโอเลฟินส์จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบ เช่น แนฟทา (Naphtha) ซึ่งราคามีความผันผวนตาม
สถานการณ์น้ำมันโลก เมื่ออุปทานลดลง ราคาของวัตถุดิบต้นน้ำเหล่านี้จะสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรง
ต่อต้นทุนการผลิตพลาสติกและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องทั้งหมด