พันธุกรรมรักนิรันดร์ | บทที่ 3 ออกซิโทซินที่ถูกสร้างเพื่อเธอคนเดียว

กระทู้สนทนา
เมื่อนักพันธุศาสตร์สาวใช้ชีวิตคู่กับบุรุษผู้มีพันธุกรรมอมตะ งานวิจัยของเธอดำดิ่งลึกถึงระดับเซลล์ สู่การทดลองที่ไม่เคยปรากฏในหน้าบันทึกใดมาก่อน--การถ่ายทอดพันธุกรรมอมตะด้วย 'เลือด' ที่อาจเปลี่ยนนิยามของเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปตลอดกาล

พันธุกรรมรักนิรันดร์ | Eternal Love Genetics

บทที่ 3 ออกซิโทซินที่ถูกสร้างเพื่อเธอคนเดียว



      
       บนระเบียงชั้นสองของคฤหาสน์ขาว พันธุกาล ยืนทอดสายตาเหม่อมองไปยังดวงดาวนับล้านที่ระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้ากว้างใหญ่ 

       ความรัก’ สิ่งที่เขาเฝ้ารอคอยมายาวนาน นานที่สุดในชีวิตของมนุษย์สายพันธุ์นิรันดร์คนหนึ่ง มันได้เกิดขึ้นแล้วกับ ‘เธอคนนี้’ ผู้หญิงที่เขาจะรักไป… ตลอดกาล

       แรงแห่งความปรารถนาในหัวใจของเขา รุนแรงกว่าของมนุษย์ธรรมดา เพราะมันถูกฝังลึกอยู่ในระดับ DNA แรงขับดันที่ประทุออกมาสู่จิตใต้สำนึกผลักดันให้เขาคิดถึงแต่เธอ… ทุกนาที ทุกวินาที …

       พันธุกาลหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา หัวใจของเขาร้องเรียกให้โทรหาเธอ แม้ไม่รู้เลยว่าเธอจะตอบรับความรู้สึกนี้หรือไม่ แต่เมื่อหัวใจเขามันบอกว่า “รัก” ก็คือ “รัก” ไม่มีเหตุผลอื่นใดที่จะไม่ทำตามเสียงนั้น เสียงที่หัวใจเรียกร้องให้ทำ… ทุกนาที ทุกวินาที …
 
────୨ৎ────
 
       บ้านของเอวารา เวลากลางดึก 

       เอวารากึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียง เธอกำลังทบทวนข้อมูลที่บันทึกไว้ใน iPad จากการสัมภาษณ์เมื่อบ่ายวันนี้

       เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นขัดจังหวะ เบอร์โทรที่ปรากฏขึ้นนั้นเป็นเบอร์ที่เธอเมมไว้เมื่อวันที่ไปบรรยายบนเวที DET Talk เบอร์ที่เธอยังไม่ได้ใส่ชื่อไว้ แต่วันนี้เธอเพิ่งได้รู้… เจ้าของเบอร์นั้นคือ 'พันธุกาล'

       เอวาราขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ‘โทรมาดึกขนาดนี้...เขามีเรื่องอะไรที่จะคุยกับฉันเหรอ?’  เธอกดรับสาย

       “สวัสดีครับคุณเอวา” เสียงอบอุ่นและเปี่ยมพลังดังออกมาจากปลายสาย

       “สวัสดีค่ะคุณพันธุกาล มีอะไรหรือเปล่าคะ โทรมาดึกขนาดนี้?” เอวาราถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ

       “เอ่อ…ไม่ทราบว่าพรุ่งนี้คุณเอวา พอจะว่างสักช่วงนึงไหมครับ?” พันธุกาลเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ

       “มีธุระอะไรเหรอคะ?”

       “ผมอยากนัดคุณออกมาทานกาแฟ คุยกันสักหน่อยครับ ไม่ทราบคุณเอวาพอจะมีเวลาว่างไหมครับ?”

       “คุยเรื่องอะไรเหรอคะ?” เอวาราถามต่อด้วยน้ำเสียงสงวน

       “อ่า…จะคุยเรื่องที่ต่อจากการสัมภาษณ์วันนี้ก็ได้ครับ ผมยินดีครับ”

       เอวารานิ่งไปชั่วครู่ เธอนึกถึงคำพูดของมินตราตอนที่อยู่ในรถ “จีบไงยะหล่อน! มุกผู้ชายโรแมนติกเชิงปั่นอะ ‘ผมรอคุณมาเป็นพันปี’ ‘รักตลอดกาล’ ”

       เธอคิดในใจ ‘ทฤษฎีแกถูกต้องเลยนะ ยัยมิน...เขาแค่ต้องการจีบฉันจริง ๆ’ 

       เอวาราตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง 

       “เอ่อ คุณพันธุกาลคะ ฉันขอขอบคุณสำหรับวันนี้มากนะคะ มันทำให้ฉันต้องกลับมาทบทวนอะไรหลายอย่างในงานวิจัยของฉัน

       “แต่ฉันก็ยังสงสัยว่า การจะเจอกับมนุษย์สายพันธุ์นิรันดร์คนหนึ่ง ทำไมมันช่างง่ายดายอย่างนี้ 

       “ไม่ใช่ขนาดที่ต้องสืบค้นในประวัติศาสตร์ ค้นจากร่องรอยของอารยธรรมที่มนุษย์สายพันธุ์นี้ทิ้งไว้ 

       “ให้ตามสืบค้นตั้งแต่ต้นตระกูล จนมาพบเป็นคนปัจจุบัน นั่นเป็นทฤษฎีของฉันค่ะ 

       “คือ...ฉันยังรู้สึกอึ้งเล็กน้อยที่มนุษย์สายพันธุ์นิรันดร์ เป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังหนึ่ง…ที่อยู่ห่างจากฉันเพียงไม่กี่สิบกิโล”

       พันธุกาล ตอบกลับอย่างมั่นคง 

       “เรื่องนั้น ผมเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเชื่อได้ยาก... แต่ผมอยากพบคุณมากครับ เราออกมาเจอกันได้ไหม 

       “ผมพูดตามตรง...ผมไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อนเลยในชีวิต”

       เอวารา อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบกลับช้า ๆ 

       “คุณหมายถึง…ใน 1000 ปีของคุณเหรอ?”

       “ใช่ครับ...ในพันปีของผม” พันธุกาลเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้นิ่งที่สุด

       เอวารารู้สึกเหมือนตัวลอยหวิว 

       ถ้าเขาหมายถึง ‘ความรู้สึกรัก’ ... ฉันควรดีใจที่กำลังจะกลายเป็น รักนิรันดร์ ของมนุษย์อมตะคนหนึ่ง หรือฉันยังคงต้องสงสัยในตัวเขาต่อไป…

       แต่เธอก็อยากออกไปพบเขาเหมือนกัน แม้ในใจจะรู้สึกเหมือนตัวเองอาจเป็นตัวตลก หากสิ่งที่เขาเล่ามานั้นเป็นเรื่องโกหก

       “ขอฉันคิดดูก่อนนะคะ… 

       “ฉันเกรงว่าจะกลายเป็นตัวตลก หากสิ่งที่คุณเล่ามานั้นมันเป็นเรื่องที่สร้างขึ้นมา 

       “ขออภัยที่พูดตรง ๆ นะคะ คุณก็รู้ว่าฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์”

       พันธุกาลรับรู้ว่า เอวาราเป็นคนที่มีความคิดเป็นวิทยาศาสตร์สูงมาก เขาจึงต้องเปลี่ยนเกมด้วยการใช้เหตุผลคุยกับเธอ

       “ถ้าอย่างนั้น…เรามาเจอกันในแบบที่ผมสัมภาษณ์คุณก็ได้ครับ วันนี้คุณสัมภาษณ์ผมไปแล้ว พรุ่งนี้ผมขออนุญาตได้สัมภาษณ์คุณบ้าง จะได้ไหมครับ?”

       น้ำเสียงที่แฝงความอ้อนวอนนั้น ยิ่งตอกย้ำ ทฤษฎีของมินตรา ‘อีตานี่มาจีบฉันแน่ ๆ!’

       แต่…ใจหนึ่งก็อยากรู้ ว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป

       “โอเค งั้นก็ได้ค่ะ ฉันสัมภาษณ์คุณ…คุณสัมภาษณ์ฉัน ก็แฟร์ดี”

       “ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวผมจะส่งพิกัดร้านไปให้นะครับ” พันธุกาล ตอบด้วยน้ำเสียงดีใจ

       “ยินดีค่ะ”

       เอวาราวางสาย พร้อมความรู้สึกที่คล้ายกับตอนที่เธอโดนแฟนคนแรกจีบ

       ในขณะที่ความรู้สึกของพันธุกาล มันคือ ความรู้สึกทั้งชีวิต ที่เขาเฝ้ารอมาพันปี
 
────୨ৎ────

       ที่บ้านของมินตรา

       เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบสงบของค่ำคืน ในขณะที่มินตรานอนกอดหมอนข้าง พลางเคลิ้มฝันถึงเจ้าชายในนิยาย เจ้าชายที่ไม่ยอมโผล่มาสักที

       มือข้างหนึ่งของเธอเอื้อมควานหาโทรศัพท์บนโต๊ะหัวเตียงด้วยความงัวเงีย ก่อนจะกดรับสายโดยไม่ได้มองชื่อ

       “ฮัลโหลลลล...” เสียงของเธอเหมือนจะหลุดออกมาจากใต้ผ้าห่ม

       “ยัยมิน ที่จริงฉันควรเรียกแกว่า แม่หมอมิน นะ...”
 
        เสียงเอวาราดังขึ้นจากปลายสาย
 
       มินตราเบ้หน้าเล็กน้อยในความมืด พร้อมตอบเสียงยานคาง

       “มีอะไรรรร... แม่หมองแม่หมอออ... อะไรรรร...”

       น้ำเสียงของเธอฟังดูเหมือนคนกำลังฝันดีที่ถูกปลุกกลางเรื่องสำคัญ

       “ก็มนุษย์พันปีน่ะสิ เค้าโทรมาหาฉันเมื่อกี้”
 
        เอวาราเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงความตื่นเต้น
 
       “...อือ แล้วทามมายย...” มินตราลากเสียงแบบคนง่วง

       “ก็โทรมาจีบฉันน่ะสิ อย่างที่แกเคยบอกไว้เลย!”

       “...แล้วไงงงง...”

       “พรุ่งนี้เขานัดฉันออกไปเจอที่ร้านกาแฟ”

       มินตรายกมือปิดปากหาว พลางตอบเสียงเนือย

       “จะให้ช้านไปเป็นเพื่อนม้ายยย...”

       “ไม่เป็นไรหรอก เค้าไม่น่าอันตรายอะไร ดูซื่อ ๆ ดีด้วยซ้ำ” เอวาราตอบกลับ

       “งั้นก็ดูแลตัวเองดี ๆ นะ แล้วกลับมาเล่าให้ฟังด้วยยยย...” มินตรากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เริ่มกลับเข้าสู่ความฝัน

       “แน่นอนจ่ะ รอได้เลย แค่นี้ก่อนนะ แกก็นอนต่อเถอะ ฉันก็จะไปนอนเหมือนกัน”

       “อือ... ฝันดีจ่ะ...”

       “ฝันดี เพื่อนเลิฟ”

       เสียงตัดสายดัง ติ๊ด ก่อนที่ห้องจะกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง

       มินตราวางโทรศัพท์ลงข้างหมอน เธอลืมตานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มน้อย ๆ รอยยิ้มที่สะท้อนถึงความเป็นห่วงเพื่อน… แต่ก็อดรู้สึกตื่นเต้นแทนไม่ได้


(มีต่อ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่