แต่งนิยายโค้กศาสตร์ตอนที่ 21 (แก้ไขตอนใหม่) จตุรเทพแห่งโค้กศาสตร์

กระทู้สนทนา
ผมจะให้ 4 ตัวละครนี้ทำหน้าที่โหดๆแทนผม ส่วนผมก็แค่คุยเรื่องสบายๆสลับฉากกันไป ชื่อตัวละครก็เอาเป็น [ดิน] [น้ำ] [ลม] [ไฟ] โดยที่ดินกับไฟเป็นผู้ชาย ส่วนน้ำกับลมก็เป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นอะไรที่เรียบง่ายดี

✅✅✅

ตอนที่ 21.1 ยุติการบูลลี่

ดิน : มีคนกำลังโดนบูลลี่ตรงโน้นครับ

น้ำ : เราไปช่วยเขากันดีไหมคะ

ลม : ก็ดีเหมือนกันค่ะ เราจะได้เป็นพลเมืองดี

ไฟ : เห็นแบบนี้แล้วไม่สามารถปล่อยผ่านได้จริงๆครับ

จตุรเทพ : ลุยกันเลย! (จตุรเทพคือพูดพร้อมกันทั้ง 4 คน)

ดิน : (ยัดดินเข้าปากจนตาเหลือกอย่างดิ้นรน)

น้ำ : (จับถ่วงน้ำให้หายใจไม่ออกจนช็อก)

ลม : (สูบลมเข้าทวารจนมูลระเบิดกระจุยกระจาย)

ไฟ : (เอาไฟลนอัณฑะจนกะทิระเบิดกระจุยกระจาย)

และแล้วเหยื่อที่โดนบูลลี่ก็โดนจตุรเทพซ้ำเติมสุดทรมานอย่างหดหู่ จนเหยื่อได้เสียชีวิตลงช้าๆในสภาพอุบาทว์อย่างน่าสมเพชทุเรศลูกตา

ดิน : รู้ใช่ไหมครับว่าเราทำอะไรลงไป

น้ำ : เราช่วยให้เหยื่อพ้นทุกข์ไปจากโลกใบนี้ค่ะ

ลม : นี่แหละค่ะวิถีพลเมืองดีแบบธรรมะแท้

ไฟ : วิธีทำให้คนหยุดบูลลี่ก็ต้องทำเช่นนี้แหละครับ

จตุรเทพ : หยุดได้แน่นอน 100% โดยที่ไม่ต้องพูดจาให้ยาก เพียงแค่พรากชีวิตด้วยมือเรา!

พวกคนที่บูลลี่ได้แต่ใบ้รับประทานยืนงงกลางดงจตุรเทพ

✅✅✅

ตอนที่ 21.2 รอยต่อไม่เกี่ยวข้องกับประเภทเสียง

มันก็แค่ความไม่ชำนาญในการเปล่งเสียง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นใน octave 4 แต่มันก็แค่ผลที่ไม่ใช่เหตุแต่อย่างใด ซึ่งมันไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นที่โน้ตตัวเดียวเสมอไป เพียงแค่สภาพร่างกายที่ต่างกันในแต่ละวันก็มีผลชัดเจนแล้ว แต่ถ้าฝึกฝนจนชำนาญรอยต่อมันก็ควรจะขยับไปไกลเรื่อยๆ อย่างผมถ้าสภาพร่างกายเพียบพร้อมผมสามารถร้องได้ถึง F5 โดยที่ไม่ต้องแยกการอัดเสียงหลายๆรอบให้เสียเวลา แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะร้อง F5 ได้รัวๆทั้งเพลงนะ ผมไม่ได้มีพละกำลังมากขนาดนั้น แต่ได้เท่านี้ผมก็พึงพอใจในตัวเองมากแล้วล่ะ

แล้วถ้ารอยต่อผมสูงกว่า F5 ก็แปลว่าผมมีไทป์สูงยิ่งกว่า soprano… ใช่ที่ไหนกันเล่า! นั่นแหละครับท่านผู้ชม เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดก็คือต้องดูน้ำหนักเสียงโดยรวม เนื้อเสียงบ่งบอกได้เป็นหลัก บางกรณีอาจจะต้องดูให้ลึกซึ้ง เพราะเทคนิคมันอาจจะหลอกเราให้เขวได้ ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่เชื่อในตัวเอง 100% หรอกนะ ผมยอมรับว่าผมไม่ได้เป็นมืออาชีพในด้านนี้ แต่ผมชอบวิเคราะห์เพราะมันเป็นงานอดิเรก และมันก็เห็นได้ชัดว่าความมั่วมันน้อยกว่าเมื่อก่อนตั้งเยอะ เดี๋ยวนี้แทบจะคงเส้นคงวา ถ้าผิดพลาดมันก็ผิดแค่ใกล้ๆเท่านั้น และผมก็ขอพูดตรงนี้เลยว่าการวัดประเภทเสียงไม่ควรตัดสินเพียงแค่ไม่กี่คลิป เพราะคนเราสามารถบิดเนื้อเสียงกันได้ไม่ยาก เว้นแต่ว่ามีข้อมูลน้อยหรือแม้กระทั่งมีแต่เสียงพูด แต่ผมก็ยอมรับแหละว่าบางทีผมก็ไม่ได้ขยันมากพอ

✅✅✅

ตอนที่ 21.3 ไม่มี tragedy มีแต่ comedy

ดิน : ผมทำให้โรงเรียนสงบครับ

น้ำ : ฉันทำให้โรงพยาบาลสงบค่ะ

ลม : ฉันทำให้โรงพักสงบค่ะ

ไฟ : ทำยังไงกันบ้างเหรอครับ

ดิน : ผมเห็นครูกำลังลงโทษนักเรียนด้วยไม้เรียว ผมก็เลยเข้าไปช่วยตามประสาพลเมืองดีครับ

ไฟ : ช่วยนักเรียนเหรอครับ

ดิน : ช่วยครูด้วยการอาสาลงโทษนักเรียนแทนครับ แต่ผมใช้ดาบแทนไม้เรียวนักเรียนก็เลยตัวขาดเป็น 2 ท่อนแล้วก็สิ้นลมหายใจตรงนั้นเลยครับ บอกเลยว่าทั้งห้องเรียนมีแต่คราบสีแดงเต็มไปหมด

ไฟ : แล้วมันเกี่ยวอะไรกับโรงเรียนสงบเหรอครับ

ดิน : ผมเห็นครูจะโทรแจ้งความ ผมก็เลยวางระเบิดนิวเคลียร์ฆ่าปิดปากแบบล้างบางกันทั้งโรงเรียนเลยครับ ผมอุตส่าห์ช่วยแบ่งเบาภาระให้ครูแท้ๆ แต่ครูกลับไม่สำนึกบุญคุณผมก็เลยต้องฆ่าทิ้งครับ

ไฟ : โรงเรียนสงบเพราะทุกคนตายหมดนั่นเอง ก็ดีเหมือนกันครับเพราะผมก็ไม่ชอบไปโรงเรียน

น้ำ : ฉันเห็นหมอด่าผู้หญิงที่คลอดลูกเพราะผู้หญิงคนนั้นกรี๊ดเสียงดัง ฉันก็เลยเข้าไปช่วยตามประสาพลเมืองดีค่ะ

ไฟ : ช่วยผู้หญิงคนนั้นเหรอครับ

น้ำ : ใช่แล้วค่ะ ฉันเปิดลำโพงที่มีความดัง 9 ล้านเดซิเบลเลยค่ะ หมั่นไส้หมอยิ่งนักก็ให้มันหูแตกตายซะเถอะ และมันก็ดีเกินคาดเพราะร่างกายระเบิดทั้งตัว ลำไส้เครื่องในเลือดเนื้อระเบิดกระจุยกระจายไปทั่วเลยค่ะ

ไฟ : อ้าวแล้วคนไข้ล่ะครับ

น้ำ : โธ่ยังจะถามอยู่อีกเหรอคะ คนไข้ก็ต้องระเบิดไปด้วยอยู่แล้วสิ เรียกได้ว่าล้างบางกันทั้งโรงพยาบาลเลยค่ะ และนอกจากนี้ฉันก็ยังได้ชิมเศษร่างกายเละๆของพวกนี้ด้วยนะคะ เพิ่งรู้เลยค่ะว่ามนุษย์ดิบๆก็มีรสชาติอร่อยใช้ได้

ไฟ : โรงพยาบาลสงบเพราะทุกคนตายหมดนั่นเอง ก็ดีเหมือนกันครับเพราะค่ารักษาแพ้งแพงชะมัด

ลม : ก็อย่างที่รู้กันค่ะว่าคุณดินกับคุณน้ำได้สร้างวีรกรรมอะไรไว้ ด้วยความเป็นห่วงฉันก็เลยไม่อยากให้พวกคุณโดนตำรวจจับ ดังนั้นฉันจึง…

ไฟ : ผมว่าผมพอจะเดาได้แล้วล่ะครับ

ลม : แต่ไม่มีใครตายนะคะ

ไฟ : บางทีผมอาจจะเดาไม่เก่งเท่าที่คิดไว้เลยนะครับเนี่ย

ลม : ฉันก็แค่ยัดเงินมหาศาลแล้วก็ขอซื้อโรงพักต่อเท่านั้นเองค่ะ

ไฟ : โรงพักสงบไม่ใช่เพราะมีใครตาย แต่เป็นเพราะเจ้าของโรงพักคือคุณเพียงคนเดียวนั่นเอง ซิกม่าได้โล่จริงๆเลยเชียวนะครับคุณลม

ดิน : จะว่าไปคุณไฟยังไม่ได้บอกเลยนะครับว่าคุณทำอะไร

น้ำ : นั่นสิคะเกือบลืมไปเลย

ลม : คุณไฟจะโกงอะไรก็โกงไปค่ะ แต่คุณโกงเราไม่ได้นะคะขอบอก

น้ำ : ผมทำให้โลงศพไม่สงบครับ

ดิน : โอ้วน่าสนใจนะครับเนี่ย

น้ำ : แหวกแนวจัดๆเลยนะคะคุณไฟ

ลม : คิดยังไงคุณถึงเลือกทำแบบนี้คะเนี่ย

ไฟ : มันก็เป็นศพทั้งหมดที่พวกคุณฆ่า ผมก็เลยชุบชีวิตให้พวกเขามาตามล่าพวกคุณไงครับ

ดิน : คุณไฟหักหลังเราแบบนี้ได้ไงครับ ว่าแล้วผมก็รีบวิ่งหนีสิคร้าบ! จะอยู่ให้มันมาเอาคืนก็ควายแล้วจ้า!

น้ำ : ฉันรู้อยู่แล้วค่ะว่าเราต่างไว้ใจใครกันไม่ได้สักคน ว่าแล้วฉันก็รีบวิ่งหนีอีกคนตามไปติดๆเลยค่า!

ลม : ฉันไม่ต้องวิ่งหนีค่ะเพราะฉันไม่ได้ฆ่าใครเลย

ไฟ : ผมชุบชีวิตเหยื่อที่โดนบูลลี่คราวที่แล้วด้วยครับ

ลม : โอ้วใช่แล้วค่ะฉันเคยฆ่าเขานี่เนาะ… โธ่แล้วคุณจะชุบหาพระแสงไรคะเนี่ย สุดท้ายฉันก็ต้องวิ่งหนีอีกคนจนได้ค่า!

ไฟ : จะว่าไปผมเพิ่งนึกได้ว่าผมก็มีส่วนร่วมในการฆ่าเขาด้วย ดังนั้นผมก็ต้องวิ่งหนีอีกคนเช่นกันคร้าบท่านผู้โชม!

สรุปก็คือวิ่งหนีกันหมดเลย ให้มันได้อย่างงี้สิจตุรเทพเอ๋ย

✅✅✅

ตอนที่ 21.4 ผมไม่เข้าพวกกับ [KVA] [CVT] [old school]

ผมมีหลายประเภทเสียง ซึ่งวงการวิเคราะห์เสียงร้องไม่ว่าจะเป็นหรือไม่เป็นทางการ เขาก็จะบอกว่าประเภทเสียงของแต่ละคนต้องมีแค่ 1 ประเภทเสียงเท่านั้น ผมจะไม่เข้าข้าง
ตัวเองทำนองว่าเขามองเราผิด ผมอาจจะมีทักษะการร้องที่ไม่เหมาะสมสำหรับเขา จริงหรือเท็จก็สุดแล้วแต่จะพิจารณาโดยแต่ละคน แต่ผมขอยืนยันครับว่ามันเหมาะสมสำหรับตัวเอง ตรงกับที่ธรรมชาติออกแบบร่างกายผมอย่างแน่นอน ศาสตร์การขับร้องในมุมมองผมดูเผินๆเหมือนจะอิงข้อเท็จจริง แต่ผมลองคิดกับตัวเองอย่างลึกซึ้ง ผมว่าข้อเท็จจริงโดยแท้จริงแล้วมันคือข้อคิดเห็น มันก็คือจินตนาการส่วนตัวของแต่ละคนนั่นแหละ แต่เป็นกรณีที่ผ่านการไตร่ตรองคิดแล้วคิดอีกอย่างถี่ถ้วน มันก็เลยทำให้ข้อคิดเห็นดูน่าสนับสนุน ซึ่งต่างจากข้อคิดเห็นแบบชุ่ยๆที่พูดกันง่ายๆผ่านมาแล้วก็ผ่านไป อย่างไร้ความรับผิดชอบต่อผลกระทบของผู้รับข้อคิดเห็น

ผมอาจจะไม่จำเป็นต้องเห็นใจเพราะไหนๆผมก็เลิกเชื่อในมนุษยธรรมแล้ว แต่คติของผมสำหรับศาสตร์การขับร้องจะต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพราะเป็นสิ่งที่ดีหรือถูกต้องซึ่งหลักการนี้ไม่มีประโยชน์สำหรับผม แต่เป็นเพราะงานอดิเรกนี้ผมควรมีความใส่ใจถึงจะไม่เป็นรูปธรรมก็ตาม มองอย่างเป็นศิลปะถ้าละเลยมันไปก็คงเหมือนปรุงอาหารแล้วไม่อร่อย เหตุผลสำหรับกรณีนี้ย่อมไม่อยู่ในเซลล์สมองผม ผมไม่เคยเข้าใจหรอกว่าทำไมแบบนี้ถึงอร่อยหรือแบบนั้นถึงไม่อร่อย แต่ผมเข้าใจแค่ว่าผมอยากมีความสุขกับความอร่อยไปทั้งชีวิตมันก็เพียงพอ สุดท้ายแล้วทุกศาสตร์ของจักรวาลมันก็เกิดขึ้นจากปุถุชนคนเราเหมือนๆกันหมด ข้อเท็จจริงต่างๆมันก็แค่การอุปโลกน์ด้วยอารมณ์ส่วนตัวของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้คิดค้น ดังนั้นใครๆก็สามารถสร้างศาสตร์ใหม่ด้วยตัวเองกันได้ทั้งนั้นแหละ

✅✅✅

ตอนที่ 21.5 ฟังความข้างเดียว

ดิน : การฟังความข้างเดียวเป็นการกระทำที่ไม่ฉลาด คิดเห็นยังไงกับประโยคนี้กันบ้างครับ

น้ำ : ตราบที่เรากินดีมีใช้ก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องฉลาดนี่คะ

ลม : การเสียเวลาฟังความหลายข้างไม่ใช่หน้าที่ของเราค่ะ ในเมื่อไม่ชัดเจนตั้งแต่แรกเองก็ไม่ใช่ปัญหาของเราที่จะเข้าใจผิดค่ะ

ไฟ : แต่ในเมื่อมันไม่ใช่เรื่องของเรา มันไม่เสียมารยาทไปหน่อยเหรอครับ

ดิน : เราฆ่าคนได้แบบไม่ต้องลังเล มารยาทคืออะไรเราไม่รู้จักครับ

น้ำ : ดูเหมือนว่าคุณไฟอาจจะต้องศึกษาโค้กศาสตร์อีกเยอะเลยนะคะเนี่ย

ลม : ถ้าเรื่องแค่นี้คุณไฟยังไม่เข้าใจ ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันค่ะว่าคุณเป็น 1 ในจตุรเทพได้ไงกัน เอาตรงๆเลยก็คือคุณน่ะควายเกิ๊น

ไฟ : (ตบหน้าลมจนเลือดสาด) ห้าวมากนักนะอีห่xนี่! ผมอยากจะบอกว่าผมเข้าใจเหมือนพวกคุณนั่นแหละครับ แต่พอดีท่านโค้กดันหมดมุกก็เลยส่งบทมาให้ผมแบบนี้ เจ็บตัวหน่อยนะคร้าบคุณลมผู้น่าฟัค เอ๊ย! น่ารัก

✅✅✅

ตอนที่ 21.6 สังคมขับเคลื่อนด้วยความพึงพอใจกับความขัดใจ… มันก็มีเพียงแค่นี้

เรื่องจริงไม่อิงนิยายแต่ผมก็จะขอนำมาลงที่นิยาย เพราะคิดๆดูแล้วมันก็น่าตลกดีเหมือนกัน คนที่ชอบตัวเอกก็จะพูดทำนองว่าตัวเอกเป็นคนดีมีคุณธรรม ส่วนคนที่เกลียดตัวร้ายก็จะพูดทำนองว่าตัวร้ายเป็นคนเลวขยะสังคม แต่มันก็จะมีคนที่เกลียดตัวเอกเพราะเขาพูดทำนองว่าตัวเอกโง่เกินไป และก็ยังมีคนที่ชอบตัวร้ายเพราะเขาพูดทำนองว่าตัวเอกโง่จึงสมควรโดนตัวร้ายเล่นงาน สรุปง่ายๆก็คือความดีความเลวความถูกต้องความผิดไม่เคยมีความหมาย ทั้งหมดทั้งมวลมันก็เพียงแค่ใช้หลักการความสะใจส่วนตัวล้วนๆนี่คือความจริง เมื่อก่อนผมก็ข้องใจว่าทำไมสังคมคนเราถึงคิดได้ชุ่ยอย่างตื้นเขินอะไรปานนี้ แต่ตอนนี้ผมเข้าใจซะยิ่งกว่าเข้าใจ และในที่สุดผมก็ยอมรับความจริงที่โหดร้ายนี้ได้… ล้อเล่นครับจริงๆแล้วความโหดน่ะพอเข้าใจความหมายได้ แต่ความร้ายมันก็คงนิยามคล้ายๆความเลวซึ่งแท้จริงแล้วมันก็แค่ความขัดใจ เช่นเดียวกับความเดือดร้อนไม่ว่าจะสอดคล้องหรือไม่สอดคล้องกับจารีตอันอุปโลกน์ สุดท้ายมันก็เป็นเพียงแค่ความขัดใจไม่มีอะไรซับซ้อน

อย่างที่บอกก็คือผมยอมรับความจริงซึ่งมันเรียบง่ายกว่าที่เคยคิดมาตลอด แบบว่าเรียบง่ายกว่าอย่างมหาศาลสุดๆเลยทีเดียว ผมจึงอยากรู้ว่าทำไมคนเราถึงยังสวมหน้ากากอย่างไม่จำเป็นกันอีก ถ้าทำเพื่อผลประโยชน์เงินทองอะไรแบบนี้ก็พอเข้าใจได้ แต่ก็มีหลายกรณีที่มีดราม่าอะไรหลายๆอย่าง บ้างก็อ้างความยุติธรรม บ้างก็อ้างมนุษยธรรม บ้างก็อ้างจิตสำนึก และอะไรต่างๆอีกมากมายบลาๆๆ ผมยอมรับว่าผมสาระแนและผมก็จะสาระแนอย่างภาคภูมิใจด้วย พวกคุณจะโกหกตัวเองอย่างไร้แก่นสารไปถึงไหนกัน ทุกคนและทุกสิ่งมีชีวิตแท้จริงมันก็ยึดถือตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางกันทั้งนั้น พูดง่ายๆก็คือเราล้วนแต่ต้องเห็นแก่ตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะฉะนั้นไอ้คำพูดสวยหรูของพวกคุณจะกล่อมใครก็กล่อมไปเถอะ แต่ที่แน่ๆเลยก็คือไม่ได้แอ้มผมสักนิดแม้แต่องคชาตอันเล็กจิ๋วของผมก็ตาม อย่างว่าชีวิตคนเรามันสั้นจะตายไป ดังนั้นเชื่อผมเถอะครับท่านผู้ชม อยากทำเฮี่ยไรก็ทำไปตราบที่ไม่พาตัวเองซวย และไม่จำเป็นต้องสนกฎหมายตราบที่ไม่มีใครเห็นวีรกรรมของเรา ธรรมชาติไม่เคยพิพากษาให้กับเรื่องเหลวไหลพันธุ์นี้จำไว้!
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่