ส่งประกันสังคมทั้งชีวิต แต่เกือบได้บำนาญครึ่งเดียว ถ้าไม่สู้ศาล 5 ปี

กระทู้สนทนา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่3307/2567
นาง ณ.(โจทก์)
สำนักงานประกันสังคม  (จำเลย)
เรื่องจริงจากคดีศาลแรงงาน ที่คนทำงานทุกคนควรรู้

1) นาง ณ.ทำงานเป็นลูกจ้างโรงแรม และส่งเงินประกันสังคมมาตลอดชีวิตการทำงาน
เธอส่งเงินสมทบไปแล้ว **181 เดือน** อายุเกิน **55 ปี** และออกจากงานในเดือนธันวาคม **2556**
ตามกฎหมาย
เธอมีสิทธิได้รับ **เงินบำนาญชราภาพตั้งแต่เดือนมกราคม 2557**

2) ก่อนออกจากงาน เธอไปสอบถามที่สำนักงานประกันสังคม
เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำว่า
> ถ้ายังไม่รีบรับบำนาญ
> ให้สมัครเป็นผู้ประกันตน **มาตรา 39** แล้วส่งเงินสมทบต่ออีก 60 เดือน
> เงินบำนาญจะเพิ่มขึ้น
เธอเชื่อคำแนะนำ และทำตามนั้น

3) เธอจึงสมัครเป็นผู้ประกันตน **มาตรา 39**
และส่งเงินสมทบต่ออีก **5 ปีเต็ม (60 เดือน)**
เมื่อครบระยะเวลา เธอจึงยื่นขอรับเงินบำนาญชราภาพ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
สำนักงานประกันสังคมแจ้งว่า เธอจะได้รับเงินบำนาญเพียง **1,320 บาทต่อเดือน**

4) ตัวเลขนี้ผิดปกติทันที
เพราะค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายของเธอ
อยู่ที่ **13,222 บาท** ตามกฎหมาย เงินบำนาญต้องคิด **20% ของค่าจ้างเฉลี่ย**
เท่ากับว่าเธอควรได้รับประมาณ **2,644 บาทต่อเดือน** และเมื่อรวมเงินเพิ่มจากการส่งสมทบอีก 5 ปี
บำนาญควรเพิ่มเป็นประมาณ **3,636 บาทต่อเดือน**

5) แต่สำนักงานประกันสังคมกลับตีความว่า
การคำนวณต้องใช้ฐาน(4,800)ของ**ผู้ประกันตนมาตรา 39**
ทำให้เงินบำนาญของเธอ**ลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง**จากที่ควรได้ประมาณ 3,600 บาท
เหลือเพียงประมาณ 1,300 บาท

6) เธอจึงยื่นอุทธรณ์
แต่ **คณะกรรมการอุทธรณ์ของประกันสังคมก็ยกอุทธรณ์** เธอจึงต้องตัดสินใจฟ้องคดีต่อศาลแรงงาน

7) คดีนี้ต้องผ่านถึง
• ศาลแรงงานภาค 1
• ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
• และศาลฎีกา ใช้เวลารวมกว่า **5 ปี**

8) ศาลวินิจฉัยว่า
สิทธิรับบำนาญของเธอ **เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2557**
เพราะเธอ
- อายุเกิน 55 ปี
- ส่งเงินสมทบเกิน 180 เดือน
- สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33
ครบทุกเงื่อนไขตามกฎหมาย

9) การที่เธอกลับไปเป็นผู้ประกันตน **มาตรา 39**
ไม่ได้ทำให้สิทธิบำนาญเดิมหายไปแต่เป็นเพียง**การเพิ่มอัตราบำนาญในอนาคต**เท่านั้น

10) ศาลจึงสั่งว่า
เธอมีสิทธิได้รับบำนาญ• เดือนละ **2,644 บาท** ตั้งแต่ ม.ค. 2557 • และเมื่อส่งเงินสมทบเพิ่มครบ 60 เดือน
บำนาญต้องเพิ่มเป็น**3,636.05 บาทต่อเดือน**

11) ศาลจึงเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ประกันสังคม
และสั่งให้จ่ายเงินบำนาญใหม่ตามสิทธิที่แท้จริงของเธอ

12) ลองคิดดู
ถ้าเธอ **ไม่สู้คดี** เธออาจต้องรับเงินบำนาญเพียง **1,320 บาทต่อเดือน**ตลอดชีวิตหลังเกษียณ

13) คดีนี้จึงเป็นตัวอย่างสำคัญมาก
เพราะมันสะท้อนว่า
• การตีความกฎหมายของหน่วยงานรัฐอาจทำให้ประชาชนเสียสิทธิได้
• ผู้ประกันตนจำนวนมากอาจไม่รู้สิทธิของตัวเอง
• และบางครั้งการได้ความเป็นธรรมต้องใช้เวลา **กว่า 5 ปี และผ่าน 3 ศาล**

14/ เงินบำนาญไม่ใช่เงินช่วยเหลือจากรัฐ
แต่มันคือ**เงินที่ผู้ประกันตนส่งสมทบมาตลอดชีวิตการทำงาน**
คำถามสำคัญคือ ยังมีผู้ประกันตนอีกกี่คน ที่อาจกำลังได้รับบำนาญ **น้อยกว่าที่ควรได้** เพียงเพราะไม่รู้สิทธิของตัวเอง



ขอบคุณ Tanjira Pasawang ที่ได้ตีแผ่เรื่องราวให้คนที่ไม่ทราบเรื่องที่มีอีกมากมาย
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่