https://www.facebook.com/share/p/1BAMHKQkMM/?mibextid=wwXIfr
ข่าวใหญ่ของวงการตลาดทุนวันนี้ มี 2 เรื่องที่เกิดขึ้นพร้อมกันคือ
1. ราคาหุ้น BCPG ร่วงลงแรงท้ายตลาดแบบยอมขายหุ้นทุกราคา
2. มีข่าวเกี่ยวกับผู้ถือหุ้นใหญ่รายหนึ่งชื่อ บริษัท Capital Asia Investments ที่สิงคโปร์โดนจับกุมข้อหาฟอกเงิน
หุ้น BCPG ราคาก่อนหน้านี้มีราคาหุ้นละ 7 บาท บริษัท Capital Asia Investments ถืออยู่ 168,437,500 หุ้น คูณกันได้ 1,100 ล้านบาท
อยู่ดีๆวันนี้ก็มีคนยอมขายที่ราคาปิด 30 ล้านหุ้น ที่ 5.3 บาท ยอมได้เงินน้อยลงกว่าวันก่อนหน้า 25% เรียกว่าขายหนีตาย อยากได้เงินสดทันที
แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับบริษัท Capital Asia Investments ที่สิงคโปร์ ?
ตำรวจสิงคโปร์ (SPF) ร่วมกับธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ได้เปิดปฏิบัติการ บุกอายัดทรัพย์สินของบริษัทที่ชื่อว่า "Capital Asia Investments" ในวันนี้
เกิดอะไรขึ้นกับบริษัทแห่งนี้ ?
เรื่องนี้มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่ 4 เรื่องหลักด้วยกัน
1. การอายัดทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล
เจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดเงินในบัญชีธนาคารและบัญชีหลักทรัพย์ของบริษัท รวมมูลค่ากว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 4,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับบริษัทแห่งหนึ่ง
2. ผู้บริหารระดับสูงถูกรวบตัว
ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ได้หยุดแค่การอายัดเงิน แต่ตำรวจยังได้ทำการจับกุมกรรมการของบริษัทถึง 2 ราย ในข้อหา "ฟอกเงิน" หลังจากสำนักงานรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัย (STRO) พบความเชื่อมโยงว่า บริษัทแห่งนี้อาจเป็นท่อน้ำเลี้ยง หรือเป็นเครื่องมือในการฟอกเงินให้กับเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ ซึ่งเงินเหล่านี้คาดว่าได้มาจากการหลอกลวง และเรื่องผิดกฎหมายในต่างประเทศ
3. จากการตรวจสอบของธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) พบว่า Capital Asia Investments มี ความบกพร่องอย่างร้ายแรง ในการปฏิบัติตามกฎระเบียบป้องกันการฟอกเงิน
ซึ่งในฐานะที่บริษัทมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ การหละหลวมระดับนี้ ถือเป็นการละเมิดเงื่อนไขใบอนุญาตอย่างชัดเจน
4. พบความเชื่อมโยงกับ "หุ้นไทย" ที่น่าสนใจคือ บริษัทนี้ถือหุ้น BCP เช่นเดียวกับที่เป็นข่าวคือ
กลุ่มบุคคลและนิติบุคคลที่ ปปง. ไทยตรวจพบว่ามีความเชื่อมโยงกับ "เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและสแกมเมอร์" โดยมีตัวละครหลักๆ คือ
นายเบน สมิธ (Ben Smith) หรือชื่อจริง นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์
นางสาวแคทรียา บีเวอร์ (ภรรยาของนายเบน สมิธ ซึ่งมีชื่อถือครองหลักทรัพย์)
นายยิม เลียก (Yim Leak) และเครือข่ายทุนข้ามชาติระดับบิ๊ก (เช่น เฉิน จื้อ, ก๊ก อาน)
กลุ่มนิติบุคคลและกองทุนที่ใช้ถือครองหุ้นแทนเพื่ออำพรางตัว (Nominee) เช่น กองทุน Capital Asia Investments (CAI) และบริษัท Alpha Chartered Energy (ACE)
แต่ที่น่าสนใจคือวันนี้ หุ้น BCP ไม่ลง แต่หุ้น BCPG ลงดิ่ง ซึ่งต้องติดตามกันต่อไป ว่าใครขาย ?
และคนขายหุ้น BCPG มีความเชื่อมโยงกับข่าวที่เกิดขึ้นหรือไม่
อย่างไรก็ตามต้องหมายเหตุว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของ BCP และ BCPG แต่อย่างใด
ตลาดหุ้นเป็นแหล่งตลาดซื้อขายของนักลงทุน ซึ่งใครจะเข้ามาซื้อก็ได้ และเป็นคนละเรื่องกับการดำเนินธุรกิจที่มีโครงสร้างการบริหารตามหลักธรรมาภิบาล
ยกเว้นเสียแต่ว่าผู้ถือหุ้นซื้อหุ้นได้มากพอและเข้ามามีบทบาทเป็นกรรมการของบริษัทในการขับเคลื่อนทิศทางขององค์กร
ซึ่งต้องตรวจสอบว่าบริษัทมีกรรมการที่เป็นตัวแทนของบริษัท Capital Asia Investments ส่งมาหรือไม่.. และเขาคนนั้นมีบทบาทในการขับเคลื่อนองค์กรอย่างไร
เรื่องทั้งหมดนี้ทำให้เราได้เข้าใจว่า
1. ทุนเทาในไทยมีอยู่จริง
2. ทุนเทาต้องการฟอกเงินโดยใช้ตลาดหุ้นเป็นช่องทาง
3. บริษัทขนาดใหญ่ของไทยถูกเป็นเป้าหมายในการเข้าไปถือหุ้น
4. เมื่อได้ปันผลจากบริษัท ทุนเทาอาจอ้างได้ว่าเป็นเงินสะอาด
และสุดท้ายจะมีใครเข้าไปตรวจสอบไหม ว่าใครขายหุ้น BCPG วันนี้..
สรุป BCPG เกิดอะไรขึ้น ? ทำไมคนยอมขายทุกราคา /โดย ลงทุนแมน
ข่าวใหญ่ของวงการตลาดทุนวันนี้ มี 2 เรื่องที่เกิดขึ้นพร้อมกันคือ
1. ราคาหุ้น BCPG ร่วงลงแรงท้ายตลาดแบบยอมขายหุ้นทุกราคา
2. มีข่าวเกี่ยวกับผู้ถือหุ้นใหญ่รายหนึ่งชื่อ บริษัท Capital Asia Investments ที่สิงคโปร์โดนจับกุมข้อหาฟอกเงิน
หุ้น BCPG ราคาก่อนหน้านี้มีราคาหุ้นละ 7 บาท บริษัท Capital Asia Investments ถืออยู่ 168,437,500 หุ้น คูณกันได้ 1,100 ล้านบาท
อยู่ดีๆวันนี้ก็มีคนยอมขายที่ราคาปิด 30 ล้านหุ้น ที่ 5.3 บาท ยอมได้เงินน้อยลงกว่าวันก่อนหน้า 25% เรียกว่าขายหนีตาย อยากได้เงินสดทันที
แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับบริษัท Capital Asia Investments ที่สิงคโปร์ ?
ตำรวจสิงคโปร์ (SPF) ร่วมกับธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ได้เปิดปฏิบัติการ บุกอายัดทรัพย์สินของบริษัทที่ชื่อว่า "Capital Asia Investments" ในวันนี้
เกิดอะไรขึ้นกับบริษัทแห่งนี้ ?
เรื่องนี้มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่ 4 เรื่องหลักด้วยกัน
1. การอายัดทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล
เจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดเงินในบัญชีธนาคารและบัญชีหลักทรัพย์ของบริษัท รวมมูลค่ากว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 4,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับบริษัทแห่งหนึ่ง
2. ผู้บริหารระดับสูงถูกรวบตัว
ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ได้หยุดแค่การอายัดเงิน แต่ตำรวจยังได้ทำการจับกุมกรรมการของบริษัทถึง 2 ราย ในข้อหา "ฟอกเงิน" หลังจากสำนักงานรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัย (STRO) พบความเชื่อมโยงว่า บริษัทแห่งนี้อาจเป็นท่อน้ำเลี้ยง หรือเป็นเครื่องมือในการฟอกเงินให้กับเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ ซึ่งเงินเหล่านี้คาดว่าได้มาจากการหลอกลวง และเรื่องผิดกฎหมายในต่างประเทศ
3. จากการตรวจสอบของธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) พบว่า Capital Asia Investments มี ความบกพร่องอย่างร้ายแรง ในการปฏิบัติตามกฎระเบียบป้องกันการฟอกเงิน
ซึ่งในฐานะที่บริษัทมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ การหละหลวมระดับนี้ ถือเป็นการละเมิดเงื่อนไขใบอนุญาตอย่างชัดเจน
4. พบความเชื่อมโยงกับ "หุ้นไทย" ที่น่าสนใจคือ บริษัทนี้ถือหุ้น BCP เช่นเดียวกับที่เป็นข่าวคือ
กลุ่มบุคคลและนิติบุคคลที่ ปปง. ไทยตรวจพบว่ามีความเชื่อมโยงกับ "เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและสแกมเมอร์" โดยมีตัวละครหลักๆ คือ
นายเบน สมิธ (Ben Smith) หรือชื่อจริง นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์
นางสาวแคทรียา บีเวอร์ (ภรรยาของนายเบน สมิธ ซึ่งมีชื่อถือครองหลักทรัพย์)
นายยิม เลียก (Yim Leak) และเครือข่ายทุนข้ามชาติระดับบิ๊ก (เช่น เฉิน จื้อ, ก๊ก อาน)
กลุ่มนิติบุคคลและกองทุนที่ใช้ถือครองหุ้นแทนเพื่ออำพรางตัว (Nominee) เช่น กองทุน Capital Asia Investments (CAI) และบริษัท Alpha Chartered Energy (ACE)
แต่ที่น่าสนใจคือวันนี้ หุ้น BCP ไม่ลง แต่หุ้น BCPG ลงดิ่ง ซึ่งต้องติดตามกันต่อไป ว่าใครขาย ?
และคนขายหุ้น BCPG มีความเชื่อมโยงกับข่าวที่เกิดขึ้นหรือไม่
อย่างไรก็ตามต้องหมายเหตุว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของ BCP และ BCPG แต่อย่างใด
ตลาดหุ้นเป็นแหล่งตลาดซื้อขายของนักลงทุน ซึ่งใครจะเข้ามาซื้อก็ได้ และเป็นคนละเรื่องกับการดำเนินธุรกิจที่มีโครงสร้างการบริหารตามหลักธรรมาภิบาล
ยกเว้นเสียแต่ว่าผู้ถือหุ้นซื้อหุ้นได้มากพอและเข้ามามีบทบาทเป็นกรรมการของบริษัทในการขับเคลื่อนทิศทางขององค์กร
ซึ่งต้องตรวจสอบว่าบริษัทมีกรรมการที่เป็นตัวแทนของบริษัท Capital Asia Investments ส่งมาหรือไม่.. และเขาคนนั้นมีบทบาทในการขับเคลื่อนองค์กรอย่างไร
เรื่องทั้งหมดนี้ทำให้เราได้เข้าใจว่า
1. ทุนเทาในไทยมีอยู่จริง
2. ทุนเทาต้องการฟอกเงินโดยใช้ตลาดหุ้นเป็นช่องทาง
3. บริษัทขนาดใหญ่ของไทยถูกเป็นเป้าหมายในการเข้าไปถือหุ้น
4. เมื่อได้ปันผลจากบริษัท ทุนเทาอาจอ้างได้ว่าเป็นเงินสะอาด
และสุดท้ายจะมีใครเข้าไปตรวจสอบไหม ว่าใครขายหุ้น BCPG วันนี้..