ก็ไม่รู้ว่าคิดเข้าข้างตัวเอง อคติ หรือไม่เข้าเคารพวัฒนธรรมการแต่งงานของไทยหรอก คือ ผมอายุ 27 ในปีนี้ คบกับแฟนมาตั้งแต่แฟนอยู่ปี 1 ผมอยู่ปี 3 อายุห่างกัน 2-3 ปี จนถึงปัจจุบัน ก็ตกลงกันแล้วละว่าคงอยู่ด้วยกันไปอีกนาน เรื่องคือไปมาหาสู่กับที่บ้านแฟนสัก 2-3 ครั้งแล้ว บ้านนางเป้นคนลำพูนค่อนข้างบ้านนอกเลยยังยึดติดประเพณีอยู่เคร่งครัดพอสมควร และเป็นที่รู้จักของคนในชุมชนค่อนข้างมาก ส่วนผมก็เป็นเด็กบ้านนอกไม่ต่างกัน อยู่อำเภอติดชายแดดของอุบลฯ แต่ชีวิตค่อนข้างเดินทางบ่อยเลยไม่ได้ติดบ้าน ละมีเหตุให้ต้องเดินทางหรือไปอยู่ไกลบ้าน จึงไม่เคร่งครัดวัฒนธรรมเท่าไหร่
เคยคุยกับแฟนและบอกไปตรงๆว่าใจจริงๆลึกๆ ไม่ได้รู้สึกอยากจัดงานแต่งอะไรเหมือนคนอื่นแค่อยากมีความสุขสองคนดูแลกันไป เลยชวนไปจดทะเบียนสมรสแต่ถูกปฏิเสธตลอด ให้เหตุผลว่าต้องแต่งก่อน ถ้าจดไปแล้วไม่แต่งงานจะทำยังไง (ลึกๆในใจเราก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องจัดงานแต่งหรอก) เพราะรู้สึกว่ามันสิ้นเปลือง ไม่ก่อประโยชน์เลยต้องเสียเงินจัดงาน แล้วเราเองก็ไม่ได้มีเพื่อนเยอะเพื่อนหรือคนรู้จักก็ค่อนข้างอยู่ไกล จัดงานไปก็ไม่มีใครไปหรอก ส่วนค่าสินสอดก็บอกตามตรง แค่เงินเก็บทุกวันก็แทบจะไม่พอกินแล้ว เลยพยายามเริ่มเก็บเงินกับแฟนออกคนละ 1 พัน ตั้งแต่ปีที่แล้ว เลยซื้อเป็นทองเก็บไว้ ได้ 2 สลึงแล้วเป็นกำไร 1 สร้อยคอ 1 ผมให้แฟนเก็บ (จริงๆแฟนไม่อยากเก็บเป็นทอง เพราะให้เหตุผลว่าควรเก็บเป็นเงินสดดีกว่า จะได้เอาไว้จัดงาน) ผมคิดว่าเก็บเป็นทองมันปลอดภัยกว่าและมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ คือไม่รู้จะหาเงินยังไงนอกจากเงินเดือนปัจจุบัน ลงทุนอะไรก็ไม่เป็นเลยคิดว่าทองคือคำตอบที่ง่ายที่สุด ไม่ต้องไปคิดอะไรแค่ซื้อไว้ เดียวมูลค่ามันก็เพิ่มเองดีกว่าฝากเป็นเงินสดกับธนาคาร ไม่รู้คิดถูกไหมนะ อาจเห็นต่างกับแฟนหน่อย
และผมก็เสนอไปคนละครึ่งทางว่า ถ้าจะจัดขอจัดแค่แบบผูกข้อไม้ข้อมือได้ไหม แค่ญาติผู้ใหญ่ทานข้าวสู่ขอตามประเพณีไม่จัดงาน ไม่เช่าสถานที่ จัดเล็กๆที่บ้านฝ่ายหญิงก็ได้ แต่จากที่ฟังแฟนอยากจัดนอกสถานที่มากกว่า ซึ่งก็อาจเห็นต่างกันนิดหน่อย ซึ่งใจลึกๆก็ไม่อยากจัดหรอก เพราะคิดว่ามันยุ่งยากต้องจัดพิธีการอีก ญาติๆของทางสองฝ่ายก็อยู่ไกลเดินทางลำบาก ไม่รู้เป็นความโชคร้ายในความโชคดีไหม ญาติผู้ใหญ่ก็มีมากและช่วยเหลือหรือสนับสนุนแหละครับ แต่ผมดันเป็นลูกหลงแบบรุ่นหลาน GEN 3 เป็นลูกแทบจะท้ายๆของเครือญาติแล้วเลยค่อนข้างห่างจากพวกลูกพี่ลูกน้องมากหลักสบปี พี่ๆบางคนก็เกษียณละมั้งผมพึ่งเริ่มทำงานได้ 3 ปีเอง
ปลายเดือนนี้ตกลงกันว่าผมต้องพาญาติผู้ใหญ่ไปทำความรู้จักและพูดคุยเรื่องค่าสินสอด ซึ่งก็ไม่รู้อีกละว่าต้องให้เขาเท่าไหร่ ทางบ้านเขาเองก็บอกแค่ว่ามาคุยก่อนไม่ได้ซีเรียสให้เท่าไหร่ก็เอาตามเหมาะสม (แล้วเท่าไหร่ละมันเหมาะสม ใครจะไปตรัสรู้) ทางแม่ผมก็กดดันให้บอกมาเลยว่าให้ได้เท่าไหร่ จะได้ไปบอกฝั่งผู้หญิงถูก ผมเลยตอบตัดรำคาญไปว่าเงิน 2 แสน ทอง 3 บาท (คือจริงๆก็ยังไม่มีหรอกแค่พูดไปก่อน เพราะไม่มีเงินเก็บเลย) ทองอ่ะแม่ผมหาไว้ให้ 2 บาทแล้ว ส่วนเงิน 2 แสน กับทอง 1 บาท เดียวจะช่วยกันหากับแฟน (มีทองแล้ว 2 สลึง) ส่วนตัวตอนนี้เงินเก็บก็มีประมาณหมื่นกว่าบาท แบ่งเป็นเงินสดจริงๆประมาณ 1 หมื่น ส่วนที่เหลือผมเอาไปลงทุนซื้อทองออนไลน์ 3-4 พัน ซื้อสลาก 2-3 พัน มั้ง มีเงินอีกก้อนหนึ่งเป้นเงินกองทุนสำรองเลี้ยงส่วนของตัวเองประมาณ 55000 ส่วนสบทบที่ได้จากนายจ้างอีก 31000 รวมๆก็ประมาณ 8 หมื่นนิดๆ ซึ่งยังไม่ได้ถอนออกมา เพราะมันหักจากเงินเดือนอัตโนมัติ แต่คิดว่าถ้าเก็บเงินระหว่าง 2-3 ปีไม่ได้ก็คงจะลาออกจากกองทุนแล้วเอาเงินมาใช้ตรงนี้ ละค่อยสมัครกองทุนใหม่อีกปีถัดไป
ผมละปวดประสาท การสร้างครอบครัว การเก็บเงิน การแต่งงานทำไมมันยุ่งยากวุ่นวายแบบนี้
ในความคิดลึกๆ ผมแค่อยากอยู่กับแฟน 2 คนมีความสุขด้วยกันอายุใกล้ 30 ก็ค่อยหางานย้ายไปซื้อบ้านสร้างครอบครัวมีลูกอะไรแบบนี้ ที่คิดไว้ไม่ได้อยากจัดงานแต่งหรือแต่งงานเลยสักนิด ไม่รู้ว่าคิดผิดหรือป่าว เพราะคิดว่าการแต่งงานมันไม่ได้จำเป้นขนาดนั้นสิ่งจำเป้นจริงๆแค่ทะเบียนสมรส ผมพร้อมจดตลอดเวลาและชวนแฟนตลอดเพราะอยากให้นางได้สิทธิ์ต่างๆจากผม เช่นรักษาพยาบาล หรือถ้าผมเป็นอะไรไปก็คิดว่านางก็จะได้ตัดสินใจได้ถูก หรือได้รับผลประโยชน์ถ้าผมสิ้นชีพอ่ะนะ คิดแค่นี้จริงๆ แต่คนอื่นๆเหมือนะจเห็นต่าง เห้ออออออ
ไม่อยากจัดงานแต่ง แต่แฟนอยากจัด
เคยคุยกับแฟนและบอกไปตรงๆว่าใจจริงๆลึกๆ ไม่ได้รู้สึกอยากจัดงานแต่งอะไรเหมือนคนอื่นแค่อยากมีความสุขสองคนดูแลกันไป เลยชวนไปจดทะเบียนสมรสแต่ถูกปฏิเสธตลอด ให้เหตุผลว่าต้องแต่งก่อน ถ้าจดไปแล้วไม่แต่งงานจะทำยังไง (ลึกๆในใจเราก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องจัดงานแต่งหรอก) เพราะรู้สึกว่ามันสิ้นเปลือง ไม่ก่อประโยชน์เลยต้องเสียเงินจัดงาน แล้วเราเองก็ไม่ได้มีเพื่อนเยอะเพื่อนหรือคนรู้จักก็ค่อนข้างอยู่ไกล จัดงานไปก็ไม่มีใครไปหรอก ส่วนค่าสินสอดก็บอกตามตรง แค่เงินเก็บทุกวันก็แทบจะไม่พอกินแล้ว เลยพยายามเริ่มเก็บเงินกับแฟนออกคนละ 1 พัน ตั้งแต่ปีที่แล้ว เลยซื้อเป็นทองเก็บไว้ ได้ 2 สลึงแล้วเป็นกำไร 1 สร้อยคอ 1 ผมให้แฟนเก็บ (จริงๆแฟนไม่อยากเก็บเป็นทอง เพราะให้เหตุผลว่าควรเก็บเป็นเงินสดดีกว่า จะได้เอาไว้จัดงาน) ผมคิดว่าเก็บเป็นทองมันปลอดภัยกว่าและมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ คือไม่รู้จะหาเงินยังไงนอกจากเงินเดือนปัจจุบัน ลงทุนอะไรก็ไม่เป็นเลยคิดว่าทองคือคำตอบที่ง่ายที่สุด ไม่ต้องไปคิดอะไรแค่ซื้อไว้ เดียวมูลค่ามันก็เพิ่มเองดีกว่าฝากเป็นเงินสดกับธนาคาร ไม่รู้คิดถูกไหมนะ อาจเห็นต่างกับแฟนหน่อย
และผมก็เสนอไปคนละครึ่งทางว่า ถ้าจะจัดขอจัดแค่แบบผูกข้อไม้ข้อมือได้ไหม แค่ญาติผู้ใหญ่ทานข้าวสู่ขอตามประเพณีไม่จัดงาน ไม่เช่าสถานที่ จัดเล็กๆที่บ้านฝ่ายหญิงก็ได้ แต่จากที่ฟังแฟนอยากจัดนอกสถานที่มากกว่า ซึ่งก็อาจเห็นต่างกันนิดหน่อย ซึ่งใจลึกๆก็ไม่อยากจัดหรอก เพราะคิดว่ามันยุ่งยากต้องจัดพิธีการอีก ญาติๆของทางสองฝ่ายก็อยู่ไกลเดินทางลำบาก ไม่รู้เป็นความโชคร้ายในความโชคดีไหม ญาติผู้ใหญ่ก็มีมากและช่วยเหลือหรือสนับสนุนแหละครับ แต่ผมดันเป็นลูกหลงแบบรุ่นหลาน GEN 3 เป็นลูกแทบจะท้ายๆของเครือญาติแล้วเลยค่อนข้างห่างจากพวกลูกพี่ลูกน้องมากหลักสบปี พี่ๆบางคนก็เกษียณละมั้งผมพึ่งเริ่มทำงานได้ 3 ปีเอง
ปลายเดือนนี้ตกลงกันว่าผมต้องพาญาติผู้ใหญ่ไปทำความรู้จักและพูดคุยเรื่องค่าสินสอด ซึ่งก็ไม่รู้อีกละว่าต้องให้เขาเท่าไหร่ ทางบ้านเขาเองก็บอกแค่ว่ามาคุยก่อนไม่ได้ซีเรียสให้เท่าไหร่ก็เอาตามเหมาะสม (แล้วเท่าไหร่ละมันเหมาะสม ใครจะไปตรัสรู้) ทางแม่ผมก็กดดันให้บอกมาเลยว่าให้ได้เท่าไหร่ จะได้ไปบอกฝั่งผู้หญิงถูก ผมเลยตอบตัดรำคาญไปว่าเงิน 2 แสน ทอง 3 บาท (คือจริงๆก็ยังไม่มีหรอกแค่พูดไปก่อน เพราะไม่มีเงินเก็บเลย) ทองอ่ะแม่ผมหาไว้ให้ 2 บาทแล้ว ส่วนเงิน 2 แสน กับทอง 1 บาท เดียวจะช่วยกันหากับแฟน (มีทองแล้ว 2 สลึง) ส่วนตัวตอนนี้เงินเก็บก็มีประมาณหมื่นกว่าบาท แบ่งเป็นเงินสดจริงๆประมาณ 1 หมื่น ส่วนที่เหลือผมเอาไปลงทุนซื้อทองออนไลน์ 3-4 พัน ซื้อสลาก 2-3 พัน มั้ง มีเงินอีกก้อนหนึ่งเป้นเงินกองทุนสำรองเลี้ยงส่วนของตัวเองประมาณ 55000 ส่วนสบทบที่ได้จากนายจ้างอีก 31000 รวมๆก็ประมาณ 8 หมื่นนิดๆ ซึ่งยังไม่ได้ถอนออกมา เพราะมันหักจากเงินเดือนอัตโนมัติ แต่คิดว่าถ้าเก็บเงินระหว่าง 2-3 ปีไม่ได้ก็คงจะลาออกจากกองทุนแล้วเอาเงินมาใช้ตรงนี้ ละค่อยสมัครกองทุนใหม่อีกปีถัดไป
ผมละปวดประสาท การสร้างครอบครัว การเก็บเงิน การแต่งงานทำไมมันยุ่งยากวุ่นวายแบบนี้
ในความคิดลึกๆ ผมแค่อยากอยู่กับแฟน 2 คนมีความสุขด้วยกันอายุใกล้ 30 ก็ค่อยหางานย้ายไปซื้อบ้านสร้างครอบครัวมีลูกอะไรแบบนี้ ที่คิดไว้ไม่ได้อยากจัดงานแต่งหรือแต่งงานเลยสักนิด ไม่รู้ว่าคิดผิดหรือป่าว เพราะคิดว่าการแต่งงานมันไม่ได้จำเป้นขนาดนั้นสิ่งจำเป้นจริงๆแค่ทะเบียนสมรส ผมพร้อมจดตลอดเวลาและชวนแฟนตลอดเพราะอยากให้นางได้สิทธิ์ต่างๆจากผม เช่นรักษาพยาบาล หรือถ้าผมเป็นอะไรไปก็คิดว่านางก็จะได้ตัดสินใจได้ถูก หรือได้รับผลประโยชน์ถ้าผมสิ้นชีพอ่ะนะ คิดแค่นี้จริงๆ แต่คนอื่นๆเหมือนะจเห็นต่าง เห้ออออออ