คืนที่ผมไม่สบาย!!

เมื่อปี พ.ศ.2552 ตอนนั้นผมอายุได้ราวๆ 9 ขวบ หลังจากผมย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ได้ประมาณ 2 ปี อาศัยอยู่กับพ่อแม่ผมสามคน แต่ส่วนใหญ่จะอยู่กับแม่มากกว่า เพราะพ่อต้องไปทำงานเข้าเวรดึก บ้านที่ผมอยู่เป็นบ้าน 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นปูน ชั้นบนเป็นโครงไม้ตีฟ่าอัด บันไดเป็นไม้ มีชั้นพักเล็กๆ ตามสไตน์บ้านพักราชการเก่าๆ ลักษณะระแวกบ้านจะเว้นห่างกัน หลังต่อหลัง ระยะห่างพอประมาณ หลังบ้านจะเป็นทุ่งนาโล่ง ไกลจากเมืองพอสมควร
   
   เรื่องมันเกิดขึ้นช่วงปิดเทอมฤดูร้อนหนึ่ง ผมไม่สบายหนักมาก ไปหาหมอตรวจพบว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ อาการไข้ขึ้นสูงปรี๊ด!! หนาวสั่น ไอเสมหะและเจ็บคอมาก แต่ละวันผมจะตื่นขึ้นมาเพื่อกินข้าวกินยา และนอนพัก เพราะร่างกายไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำอะไร หรือเดินไปไหนได้เลย ยังคงจำได้ถึงความทรมาณไม่ลืม ผ่านมาเป็นอาทิตย์ จนมาวันหนึ่ง เป็นคืนที่ผมอยู่กับแม่สองคน ปกติเราจะปูผ้านอนกันข้างล่าง ผมก็ยังคงมีไข้นอนซมไม่หาย วันคืนผ่านไปเท่าไหร่ผมไม่สามารถบอกได้ กลางวันหรือกลางคืน ใครทำอะไรที่ไหน ทุกอย่างมันเลือนลางราวกับผมเป็นผู้เฝ้าสังเกตุเหตุการณ์ นั่งมองตัวเองนอน มันคือความฝัน!! ความคิดแรกที่เข้ามาในหัว ถ้าอย่างงั้นมันคงจะเป็นฝันที่แปลกมากแน่ๆ เพราะทุกอย่างมันเหมือนจริงมาก ผมเหมือนล่องลอยไปมาแทนการเดิน แปลกที่ในฝันนั้นผมดันรู้ว่าตัวเองฝัน แต่ไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้ ตอนนี้เวลาเท่าไหร่? จำได้ว่าล่าสุดตัวเรานอนอยู่กับแม่ แม่ปิดไฟในบ้านและเปิดทีวีไว้ แต่ตอนนี้ทำไมไฟในบ้านราวกับถูกเปิดไว้ มันสว่าง สว่างมากจนสังเกตุเห็นความมืดหนึ่ง จากมุมอับใต้บันไดมันมืดจนสะดุดตา ก่อนจะรู้ว่ามีบางอย่างขยับอยู่ในเงามืดนั้นไม่ทันที่จะได้สังเกตุอะไรเพิ่มเติม ความรู้สึกผมกลับมาอีกในตอนเช้าที่แม่ผมปลุกเพื่อมากินข้าวกินยาในตอนเช้า ผมประหลาดใจกับฝันแปลกๆนั้น แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ไม่ได้เล่าบอกแม่ผมแต่อย่างใด อาการไข้ผมมันก็ไม่ได้ดีขึ้นสักเท่าไหร่ หนำซ้ำเสียงในคอผมก็หายแทบจะเหลือศูนย์ จิตใจผมในวัย 9 ขวบตอนนั้นมันห่อเหี่ยว เพื่อนๆมาเยี่ยมทุกวันแต่ออกไปเล่นด้วยไม่ได้ แค่ลุกขึ้นมานั่งได้ก็ต้องฝืนตัวเต็มที่ ราวกับแขนขาไม่มีเรี่ยวแรง ผ่านมาเป็นอาทิตย์สองอาทิตย์แล้ว ผมใช้เวลาทั้งวันวนลูปกับการนอน ตื่นมากินข้าวกินยา แล้วก็ล้มตัวลงนอนอีก เย็นวันนั้นผมจำได้ว่าผมหลับตั้งแต่ช่วงบ่าย หลับๆตื่นๆ เหมือนคนที่นอนจนเต็มอิ่มแล้วแต่ต้องฝืนนอนต่อเพราะร่างกายไม่ไหว
   
   คืนนั้นผมฝันอีกตามเดิม มันเหมือนว่าความฝันมันคอนทินิวต่อจากเมื่อคืน ผมเหมือนล่องลอยออกจากร่าง บรรยากาศในห้องเหมือนที่ฝันเมื่อคืนก่อนเป๊ะ แต่ที่เพิ่มเติมจากเมื่อคืนก่อนคือ มุมมืดนั้นมันขยายขึ้นจากในความฝันเมื่อคืนก่อน ราวกับแสงไฟในห้องส่องไปไม่ถึงบริเวณนั้น ผมจำได้ว่าผมพยายามเพ่งมองให้แน่ใจว่ามีบางสิ่งที่ขยับอยู่ในเงามืดนั้นจริงไหม? หรือผมแค่รู้สึกไปเอง แต่สัญชาตญาณของผมมันบอกว่า มีบางสิ่งจริงๆ มันคือที่สิ่งดำมืดมากกว่าความมืดรอบๆ มันขยับและบิดไปมา ก่อนที่จะมีมือหนึ่งคว้ามาที่แขนผม แล้วดึงผมให้ถอยหลังออกมา กลับกลายว่าเป็นมือเล็กๆของเด็กคนหนึ่ง ซึ่งผมก็ไม่รู้จัก แต่ที่น่าประหลาดใจคือเด็กคนนั้นไม่ได้ดูเหมือนเด็กปกติทั่วไป แต่คือเด็กที่ตัวเล็กเท่าลูกแตงกวา ใช่ครับ ในความฝันนั้น ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงไม่เอ๊ะใจถึงความผิดปกตินี้เลยก็ตาม แต่ผมกลับรู้สึกว่า เขาดูเป็นมิตรมากกว่าสิ่งที่อยู่ในเงามืดนั้นด้วยซ้ำ เด็กคนนั้นดึงผมให้ถอยหลังมาได้ยังไง แล้วทำไมถึงมีเด็กเข้ามาอยู่ในบ้านผมได้ น่าแปลกที่คำถามเหล่านี้ไม่ได้ผุดขึ้นมาในหัวผมเลย เด็กคนนั้นบอกผมว่า อย่า!! อย่าเข้าไปใกล้เขา ด้วยน้ำเสียงปกติกึ่งกระซิบ ผมเชื่อฟังอย่างไม่ตั้งคำถาม หลังจากนั้น เด็กคนนั้นก็เที่ยวเล่นกับผมภายในบ้าน พาผมปีนตู้เสื้อผ้า มุดใต้โต๊ะ มุดใต้เตียง ปีนบันไดและโหนไปมา "ได้ยังไง?" ทั้งๆที่ผมก็ไม่ได้ตัวเล็กเท่าแตงกวา แต่ในความรู้สึกผมตอนนั้น มันเป็นอย่างงั้นจริงๆ หลังจากที่ผ่านมาได้สักพักเรามาหยุดกันที่ชั้นสุดท้ายของบันไดชั้นบน เด็กคนนั้นนิ่ง แล้วเอ่ยประโยคนึงขึ้นมาว่า เรามาเป็นเพื่อนกันไหม? ในตอนนั้นผมจำได้ลางๆว่า ในใจผมเต็มใจที่จะตอบตกลง แต่ยังไม่ทันได้ตอบ ผมก็รู้สึกตัวขึ้นมาเพราะเสียงแม่เขย่าตัว ปรากฎว่าผมมานอนฟุบที่ขั้นสุดท้ายของบันไดชั้นบน แม่บอกว่าในตอนที่เรานอนอยู่ข้างล่าง 2 คนเรา ในห้องก็ปิดไฟปกติ
มีแค่แสงไฟทีวีที่เปิดอยู่ แม่เพิ่งดูละครหลังข่าวจบและกำลังลุกขึ้นไปปิดทีวี แม่บอกว่าเห็นผมนอนขยับไปมาเหมือนคนละเมอ และหลังจากแม่ปิดทีวีและล้มตัวนอนได้ไม่นาน แม่เห็นผมจากที่นอนอยู่ ลุกขึ้นมาคลาน 4 ขา ขึ้นบันไดไป แม่บอกว่าจังหวะนั้นแม่ตกใจมาก กลัวสิ่งที่ผมทำ แต่ด้วยความเป็นห่วงจึงลุกขึ้นไปเปิดไฟแล้วขึ้นไปตามจึงเห็นผมอยู่ในสภาพดังกล่าว เล่ามาถึงตอนนี้คงสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่ แม่ผู้อยู่ในเหตุการณ์ก็สงสัยว่าเมื่อกี้ผมเป็นอะไร ทำไมถึงทำแบบนั้น ผมก็ยังคงไม่ได้เล่าอะไรให้แม่ฟัง ได้แต่ปล่อยผ่านไป ราวกับว่าความทรงจำมันเลือนหายไปทุกครั้งที่ตื่นขึ้น
   
   แล้วบทสรุปของเรื่องราวมันก็ได้ดำเนินขึ้นในคืนที่สาม ทุกอย่างเกิดขึ้นเหมือนเดิม ผมที่นอนไม่รู้เรื่องก็ได้เข้าสู่ภวังค์นั้นอีกครั้ง คราวนี้จากมุมมืดเล็กๆใต้บันได กลายเป็นความมืดที่ปกคลุมแทบทั่วทั้งห้อง มีเพียงแสงไฟทีวีที่สว่างสลัวๆ ไม่มีเสียง ไม่มีสัญญาณ ปรากฎร่างเด็กคนนั้นยืนอยู่ตรงหน้าผม และหันหลังให้มุมมืดๆใต้บันไดนั่น เสียงคำถามเดิมด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น "เรามาเป็นเพื่อนกันไหม?" แต่คราวนี้เหมือนผมได้มีสตินึกคิดขึ้น จึงตอบไปว่า เราเป็นเพื่อนกันไม่ได้หรอก เด็กคนนั้นพอได้ยินผมตอบ กลับก้มหน้าลง แล้วถอยหลังเข้าไปในเงามืดนั้น ร่างนั้น! ร่างที่ปรากฎตั้งแต่คืนนแรกที่ผมเริ่มฝัน ขยับและลุกขึ้นมา เงานั้นมันชัดเจนมากเมื่อความรู้สึกในสายตาเริ่มปรับตามความมืดรอบข้าง สิ่งที่ผมเห็นเหมือนเป็นผู้หญิงผมหยิกหย๋องหัวฟู เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ตัวผอมสูง สูงจนต้องก้มหัวติดชั้นใต้บันได ก้มโน้มตัวลงมาเพราะความสูงมันเกินชั้นใต้บันได ในตาขาวโพลน ยีงฟันขาวทะลุความมืด เสียงเธอสะอื้นขัดกับรอยยิ้มที่ดูอันตราย ไม่ทันที่ผมจะทันได้ระวังตัว ผู้หญิงคนนั้น ก็พุ่งตัวมาใส่ผม อย่างตะเกียกตะกาย สายตามุ่งร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย สัมผัสได้ถึงความเคียดแค้นและความโศกเศร้าในเวลาเดียวกัน เหมือนจะเข้ามาจับตัวผมแต่ก็ทำได้แค่กระโจนเข้ามา เพราะทุกครั้งที่ เธอพยายามจะเข้ามา มันเหมือนว่ามีบางอย่างรั้งเธอเอาไว้จากข้างหลัง เสียงเหล็กกระทบกัน ทำให้ผมอนุมานได้ว่ามันคือโซ่ เธอมีโซ่ล่ามไว้หรอ? จังหวะนั้นผมตกใจสุดขีดร้องตะโกนลั่นอย่างที่คนไม่มีเสียงในคอจะตะโกนได้ แม่ปลุกผมขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับเอาพระที่ห้อยอยู่เหนือทีวี มาคล้องคอผม ผมรู้สึกตัว แต่ยังไม่สามารถขยับตัวได้ตัวแข็งเป็นหิน คล้ายความรู้สึกผีอำอย่างที่ใครๆเคยเจอ แต่ผมในวัย 9 ขวบเองก็ไม่เคยนึกถึงหรอกว่ามันเป็นยังไง หลังจากที่ทุกอย่างเรื่มกลับสู่สภาวะปกติ ไฟในห้องเปิดสว่าง แม่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ตกใจกับสิ่งที่เกิด โทรหาคนนั้นคนนี้ กลัวผมจะเป็นอะไร อาการตัวแข็งเป็นหินก็เริ่มคลายออก ผมลุกขึ้นมานั่ง น้ำตาไหล พร้อมเล่าสิ่งที่เจอให้แม่ฟัง แต่ด้วยความตกใจและไม่ได้ปะติดปะต่ออะไร ก็เล่าในสิ่งที่เจอแค่ในคืนนั้นไป ไม่ได้เล่าไปทั้งหมด แม่ผมเองก็ดูเหมือนจะพอเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เช้าวันรุ่งขึ้น ผมดีขึ้นจากอาการไข้ที่เป็นมาเกือบครึ่งเดือน ด้วยความที่ดีใจจึงลืมเรื่องราวเมื่อคืนไปแทบสนิท เรื่องราวผ่านมาเป็นสิบๆปี ผมก็ได้นึกถึงเรื่องนี้ พร้อมมานั่งเรียบเรียงแล้วพิจารณามันอีกครั้ง มันเกิดอะไรขึ้นกับผม เด็กตัวเล็กกับผู้หญิงคนนั้นคือใคร เขาต้องการอะไร ถ้าสิ่งเหล่านั้นคือผีหรือวิญญาณจริงๆ คำถามที่สำคัญที่สุดคือ เขายังอยู่ตรงนั้นไหม?
ตอนนี้ผมอายุ 25 ปี ผ่านมาแล้วกว่า 16 ปี ผมก็ยังคงจำมันได้ ไม่เคยลืม...
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่