การพิจารณาขันธ์5ของหลวงพ่อพุธที่ว่าน้อมนึกเอาว่าขันธ์5ไม่เที่ยงโดยมีรูปนามเป็นเครื่องรู้คือวิปัสสนาขั้นปฏิบัติแปลว่าอะไร

เพราะฉะนั้นจึงเป็นอันได้ใจความว่าความรู้ของจิตที่เกิดขึ้นนั้นมีอยู่๓ขั้นตอนตอนต้นเป็นความรู้ที่เกิดจาก สัญญาความทรงจำที่เราอาศัยเป็นหลักหรือเป็นแนวน้อมนึกพิจารณาเช่นจะพิจารณาพระไตรลักษณ์อนิจจังทุกขัง อนัตตาก็มีรูปกับนามเป็นเครื่องหมายเป็นเครื่องรูโดยน้อมนึกเอาว่ารูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณไม่เที่ยง เป็นทุกข์เป็นอนัตตาอันนี้เป็นวิปัสสนาในขั้นปฏิบัติเมื่อผู้มาพิจารณารูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณไม่เที่ยงเป็น ทุกข์เป็นอนัตตาเมื่อจิตยอมรับและเชื่อมั่นในความเป็นที่ตนเองค้นคิดพิจารณาแล้วจิตจะเข้าไปสู่ความสงบในเมื่อสงบลง ไปอยู่ในระดับอุปจารสมาธิจิตก็จะสามารถปฏิวัติตนไปสู่ภูมิรู้ตามแนวทางที่เราได้น้อมนึกพิจารณามาแล้วนั้นความรู้ใน ขั้นนี้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจิตรู้อะไรขึ้นมาจิตกับสิ่งที่รู่นั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันความรู้ในขั้นนี้มีสมมติบัญญัติตามภาษา นิยมของโลกเมื่อจิตามรู้ตามเห็นสิ่งที่รู้ไปจิตก็ค่อยสงบลงไปเรื่อยๆเพราะสิ่งนั้นเป็นอารมณ์ของจิตเป็นเครื่องรู้ของจิต เป็นเครื่องระลึกของสติเมื่อจิตมีเครื่องรู้สติมีเครื่องระลึกก็เป็นอุบายทำจิตให้สงบละเอียดลงไปจนกระทั่งจิตรู้สึกว่ากาย ไม่มีมีจิตดวงเดียวล้วนๆแล้วจิตก็จะสามารถรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นเป็นธรรมดาดับไปเป็นธรรมดาแต่คำว่าเกิดขึ้นเป็น ธรรมดาดับไปเป็นธรรมดาในความรู้สึกในขณะที่จิตรู้เห็นอยู่จะไม่มีจิตจะมองเห็นแต่สิ่งที่รู้ที่เห็นปรากฏการณ์อยู่เท่านั้น
แต่ไม่มีสมมติบัญญัติใดๆที่จะเรียกสิ่งนั้นว่าอะไรอันนี้จิตเดินในขั้นวิปัสสนากรรมฐานอย่างละเอียด

การพิจารณาขันธ์5ของหลวงพ่อพุธที่ว่าน้อมนึกเอาว่าขันธ์5ไม่เที่ยงโดยมีรูปนามเป็นเครื่องรู้คือวิปัสสนาขั้นปฏิบัติแปลว่าอะไรครับแปลว่าพิจารณาสภาวะที่เกิดขึ้นของรูปนามเดี๋ยวนั้นเลยถึงเป็นวิปัสสนาหรือแค่นึกเอาเฉยๆแบบสมมุติบัญญัติครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่