"กัมพูชา" วิกฤตคนรู้หนังสือ ระดับมัธยมลาออกกลางคันสูงลิ่ว เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจ
กัมพูชากำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ในการยกระดับเศรษฐกิจ แม้จะถือไพ่ต่อด้วยโครงสร้างประชากรวัยหนุ่มสาวจากจำนวนประชากรทั้งสิ้นราว 17.1 ล้านคน ซึ่งมีอายุเฉลี่ยเพียง 26.2 ปี แต่ "ความลึก" ของระดับการศึกษากลับกลายเป็นหลุมพรางสำคัญที่อาจฉุดรั้งการพัฒนาประเทศในระยะยาว
ข้อมูลทางสถิติล่าสุดบ่งชี้ถึงความสำเร็จในระดับพื้นฐาน อัตราการรู้หนังสือของประชากรวัย 15 ปีขึ้นไป ขยับสูงขึ้นแตะระดับร้อยละ 85 ขณะที่กลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี มีอัตราการอ่านออกเขียนได้ทะลุถึงร้อยละ 96 สะท้อนให้เห็นว่าระบบการศึกษาขั้นต้นสามารถเข้าถึงเด็กส่วนใหญ่ได้อย่างครอบคลุม นอกจากนี้ ทักษะด้านภาษาอังกฤษยังเติบโตอย่างก้าวกระโดดเป็นร้อยละ 11.7 โดยเฉพาะในเขตเมือง ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อภาคการท่องเที่ยวและบริการ
ทว่าเมื่อเจาะลึกถึงระดับการศึกษาที่สูงขึ้น กลับพบตัวเลขที่น่าตกใจ ประชากรวัยผู้ใหญ่เกินกว่าครึ่งจบการศึกษาสูงสุดเพียงระดับประถมศึกษา ขณะที่อัตราการออกกลางคันของเยาวชนอยู่ในระดับวิกฤต โดยในช่วงอายุ 18-24 ปี มีผู้ที่ยังอยู่ในระบบการศึกษาเพียงร้อยละ 22.1 เท่านั้น และท้ายที่สุด มีประชากรวัยผู้ใหญ่เพียงร้อยละ 4-6 ที่สามารถคว้าใบปริญญาตรีมาครองได้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสัดส่วนต่ำที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
โครงสร้างการศึกษาแบบ "ฐานกว้างแต่ยอดแหลม" นี้ กำลังสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อระบบเศรษฐกิจกัมพูชา เริ่มตั้งแต่ภาวะขาดแคลนแรงงานทักษะสูงอย่างหนัก ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการเปลี่ยนผ่านเป้าหมายของประเทศ จากอุตสาหกรรมใช้แรงงานราคาถูกอย่างโรงงานสิ่งทอ ไปสู่อุตสาหกรรมนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง สภาพการณ์นี้ทำให้นักลงทุนต่างชาติในกลุ่มไฮเทคต้องพึ่งพานำเข้าผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจระดับบนพุ่งสูงขึ้น
นอกจากนี้ การที่เยาวชนเกินครึ่งหลุดจากระบบการศึกษา และต้องเข้าสู่ตลาดแรงงานนอกระบบตั้งแต่อายุน้อยเพื่อแลกกับค่าแรงขั้นต่ำ ยังเป็นการตอกย้ำปัญหาการกระจุกตัวของรายได้และความเหลื่อมล้ำทางสังคมให้หยั่งรากลึกลงไปอีก โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลกัมพูชาในทศวรรษหน้าจึงไม่ใช่แค่การทำให้ประชาชนอ่านออกเขียนได้ แต่คือการเร่งอุดรอยรั่วทางการศึกษา เพื่อปั้นแรงงานคุณภาพที่จะมาเป็นฟันเฟืองชิ้นใหม่ในการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคต
ที่มา - [Thai Press | ไทยเพรส]
การศึกษาน้อย เขมรวิกฤติหนักหลังประชากรในประเทศส่วนใหญ่ไม่รู้หนังสือและจบการศึกษาแค่ระดับประถมศึกษา
กัมพูชากำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ในการยกระดับเศรษฐกิจ แม้จะถือไพ่ต่อด้วยโครงสร้างประชากรวัยหนุ่มสาวจากจำนวนประชากรทั้งสิ้นราว 17.1 ล้านคน ซึ่งมีอายุเฉลี่ยเพียง 26.2 ปี แต่ "ความลึก" ของระดับการศึกษากลับกลายเป็นหลุมพรางสำคัญที่อาจฉุดรั้งการพัฒนาประเทศในระยะยาว
ข้อมูลทางสถิติล่าสุดบ่งชี้ถึงความสำเร็จในระดับพื้นฐาน อัตราการรู้หนังสือของประชากรวัย 15 ปีขึ้นไป ขยับสูงขึ้นแตะระดับร้อยละ 85 ขณะที่กลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี มีอัตราการอ่านออกเขียนได้ทะลุถึงร้อยละ 96 สะท้อนให้เห็นว่าระบบการศึกษาขั้นต้นสามารถเข้าถึงเด็กส่วนใหญ่ได้อย่างครอบคลุม นอกจากนี้ ทักษะด้านภาษาอังกฤษยังเติบโตอย่างก้าวกระโดดเป็นร้อยละ 11.7 โดยเฉพาะในเขตเมือง ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อภาคการท่องเที่ยวและบริการ
ทว่าเมื่อเจาะลึกถึงระดับการศึกษาที่สูงขึ้น กลับพบตัวเลขที่น่าตกใจ ประชากรวัยผู้ใหญ่เกินกว่าครึ่งจบการศึกษาสูงสุดเพียงระดับประถมศึกษา ขณะที่อัตราการออกกลางคันของเยาวชนอยู่ในระดับวิกฤต โดยในช่วงอายุ 18-24 ปี มีผู้ที่ยังอยู่ในระบบการศึกษาเพียงร้อยละ 22.1 เท่านั้น และท้ายที่สุด มีประชากรวัยผู้ใหญ่เพียงร้อยละ 4-6 ที่สามารถคว้าใบปริญญาตรีมาครองได้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสัดส่วนต่ำที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
โครงสร้างการศึกษาแบบ "ฐานกว้างแต่ยอดแหลม" นี้ กำลังสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อระบบเศรษฐกิจกัมพูชา เริ่มตั้งแต่ภาวะขาดแคลนแรงงานทักษะสูงอย่างหนัก ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการเปลี่ยนผ่านเป้าหมายของประเทศ จากอุตสาหกรรมใช้แรงงานราคาถูกอย่างโรงงานสิ่งทอ ไปสู่อุตสาหกรรมนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง สภาพการณ์นี้ทำให้นักลงทุนต่างชาติในกลุ่มไฮเทคต้องพึ่งพานำเข้าผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจระดับบนพุ่งสูงขึ้น
นอกจากนี้ การที่เยาวชนเกินครึ่งหลุดจากระบบการศึกษา และต้องเข้าสู่ตลาดแรงงานนอกระบบตั้งแต่อายุน้อยเพื่อแลกกับค่าแรงขั้นต่ำ ยังเป็นการตอกย้ำปัญหาการกระจุกตัวของรายได้และความเหลื่อมล้ำทางสังคมให้หยั่งรากลึกลงไปอีก โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลกัมพูชาในทศวรรษหน้าจึงไม่ใช่แค่การทำให้ประชาชนอ่านออกเขียนได้ แต่คือการเร่งอุดรอยรั่วทางการศึกษา เพื่อปั้นแรงงานคุณภาพที่จะมาเป็นฟันเฟืองชิ้นใหม่ในการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคต
ที่มา - [Thai Press | ไทยเพรส]