เมื่อต้นเดือน ช่วงวันที่ 1 ที่ 2 ที่สหรัฐเริ่มโจมตี อิหร่าน ตอนนั้นเรื่องปิดช่องแคบยังไม่มีการพูดอะไร ราคาน้ำมันตลาดโลกยังทรงๆอยู่ 66-68 เหรียญ
คนในบ้านเราตกตกใจ แล้วก็มีตื่นตูมด้วยอีกบางส่วน ต่างก็เฮกันไปเติมน้ำมันจนน้ำมันตามปั๊มต่างๆ (โดยเฉพาะในเชียงราย, แม่สาย) หมดจนต้องปิดให้บริการแต่หัววัน
วันที่ 3-4-5 สงครามก็ยังดำเนินการไป แล้วก็เริ่มมีเรื่องจะมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขึ้นมา
คนก็ตกอกตกใจกันต่อรับไปเติมน้ำมันกันอีก ปั๊มก็ปิดแต่หัววันอีก
รัฐบาลก็ออกมาบอกว่าจะตรึงราคาน้ำมันเป็นเวลา 15 วัน (คิดว่าน่าจะสิ้นสุดวันที่ 18 มี.คนี้)
ที่นี้พอมาสองวันก่อน เริ่มมีการโจมตีคลังน้ำมันในอิหร่าน มีการประกาศจะยิงเรือของสหรัฐ อิสราเอล หรือพันธมิตร หากผ่านช่องแคบ
ราคาน้ำมันตลาดโลก กระโดดขึ้นไป 70 กว่า แล้วก็ขึ้นไป 80 กว่า จนถึง 90 เหรียญ
หันมาดูปั๊มน้ำมัน(ข้างบ้าน) โล่ง................................🤣🤣🤣🤣🤣
คือปกติวันอาทิตยืก็จะเป็นวันที่เงียบๆสำหรับปั๊มน้ำมันอยู่แล้ว แต่สองวันมานี้เงียบกว่าปกติ
เด็กปั๊มต้องมากวาดลานมาตัดหญ้า หรือมาทำอะไรก็ได้ แก้ง่วง
เพราะไม่มีรถเข้าเติมน้ำมันเลย
ผมคิดในใจ ช่วงนี้มันควรจะเป็นช่วงที่ต้องเตรียมตัวแล้วไม่ใช่หรือ
ช่วงอาทิตย์หน้าก็จะหมดช่วงตรึงราคาน้ำมันแล้ว
ราคาตลาดโลกก็อาจจะกระโดดขึ้นไป 100 เหรียญ
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ราคาน้ำมันบ้านมีโอกาสกระโดดขึ้นไป 4-5 บาท ได้ง่ายๆ
แต่ไม่มีใครมาเติมมาตุน ไม่มีใครวางแผนรับมือความผันผวน
ทั้งๆที่อาทิตย์ก่อนยังไม่มีอะไรมากมาย ยังไม่เห็นร่องรอยของความรุนแรงของสงคราม
ราคน้ำมันตลาดโลกยังนิ่งๆ ราคาในไทยก็ยังนิ่งๆ
*** ยกเว้นไอ้ปั๊ม 2 เจ้า สัญชาติต่างประเทศ ที่จ้องจะฉกฉวยจากสถานการณ์
ปรับราคาขึ้นไปก่อน จนส่วนแบ่งการตลาดมันหาย เพราะปตท ไม่ปรับราคา
มันเลยต้องรีบลดราคากลับลงมาเหมือนเดิม
ตอนนั้นผู้คนรีบไปตุนน้ำมัน กลัวว่าราคาจะปรับขึ้นไปเยอะ
หรือไม่ก็กลัวว่าน้ำมันจะไม่มีให้บริการ
แห่กันไปเติมเหมือนกับว่า จะไม่มีพรุ่งนี้
(หน้าบ้าน รถชนท้ายกัน พังไปสองคันเพราะรอเข้าคิวเติมน้ำมัน)
แต่ตอนนี้ที่เข้าสู่จุดที่จะต้องระวัง
(ในวงการหุ้น คือเข้าสู่จุดซื้อแล้ว)
ตอนนี้ควรจะเป็นเวลาที่ต้องเตรียมตัวไว้
แต่ของจริงคือเงีบยฉี่ เหมือนว่าไม่เคยมีสงครามเกิดขึ้น 🤣🤣🤣
ไม่มีใครตกใจกับน้ำมันอีกเลย
ได้แต่ งง กับตรรกะ ของคนครับ
ผมแปลกใจกับ ตรรกะของคนบ้านเรา หรือจะเป็นเฉพาะ คนทางเหนืออย่างเชียงราย ครับ
คนในบ้านเราตกตกใจ แล้วก็มีตื่นตูมด้วยอีกบางส่วน ต่างก็เฮกันไปเติมน้ำมันจนน้ำมันตามปั๊มต่างๆ (โดยเฉพาะในเชียงราย, แม่สาย) หมดจนต้องปิดให้บริการแต่หัววัน
วันที่ 3-4-5 สงครามก็ยังดำเนินการไป แล้วก็เริ่มมีเรื่องจะมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขึ้นมา
คนก็ตกอกตกใจกันต่อรับไปเติมน้ำมันกันอีก ปั๊มก็ปิดแต่หัววันอีก
รัฐบาลก็ออกมาบอกว่าจะตรึงราคาน้ำมันเป็นเวลา 15 วัน (คิดว่าน่าจะสิ้นสุดวันที่ 18 มี.คนี้)
ที่นี้พอมาสองวันก่อน เริ่มมีการโจมตีคลังน้ำมันในอิหร่าน มีการประกาศจะยิงเรือของสหรัฐ อิสราเอล หรือพันธมิตร หากผ่านช่องแคบ
ราคาน้ำมันตลาดโลก กระโดดขึ้นไป 70 กว่า แล้วก็ขึ้นไป 80 กว่า จนถึง 90 เหรียญ
หันมาดูปั๊มน้ำมัน(ข้างบ้าน) โล่ง................................🤣🤣🤣🤣🤣
คือปกติวันอาทิตยืก็จะเป็นวันที่เงียบๆสำหรับปั๊มน้ำมันอยู่แล้ว แต่สองวันมานี้เงียบกว่าปกติ
เด็กปั๊มต้องมากวาดลานมาตัดหญ้า หรือมาทำอะไรก็ได้ แก้ง่วง
เพราะไม่มีรถเข้าเติมน้ำมันเลย
ผมคิดในใจ ช่วงนี้มันควรจะเป็นช่วงที่ต้องเตรียมตัวแล้วไม่ใช่หรือ
ช่วงอาทิตย์หน้าก็จะหมดช่วงตรึงราคาน้ำมันแล้ว
ราคาตลาดโลกก็อาจจะกระโดดขึ้นไป 100 เหรียญ
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ราคาน้ำมันบ้านมีโอกาสกระโดดขึ้นไป 4-5 บาท ได้ง่ายๆ
แต่ไม่มีใครมาเติมมาตุน ไม่มีใครวางแผนรับมือความผันผวน
ทั้งๆที่อาทิตย์ก่อนยังไม่มีอะไรมากมาย ยังไม่เห็นร่องรอยของความรุนแรงของสงคราม
ราคน้ำมันตลาดโลกยังนิ่งๆ ราคาในไทยก็ยังนิ่งๆ
*** ยกเว้นไอ้ปั๊ม 2 เจ้า สัญชาติต่างประเทศ ที่จ้องจะฉกฉวยจากสถานการณ์
ปรับราคาขึ้นไปก่อน จนส่วนแบ่งการตลาดมันหาย เพราะปตท ไม่ปรับราคา
มันเลยต้องรีบลดราคากลับลงมาเหมือนเดิม
ตอนนั้นผู้คนรีบไปตุนน้ำมัน กลัวว่าราคาจะปรับขึ้นไปเยอะ
หรือไม่ก็กลัวว่าน้ำมันจะไม่มีให้บริการ
แห่กันไปเติมเหมือนกับว่า จะไม่มีพรุ่งนี้
(หน้าบ้าน รถชนท้ายกัน พังไปสองคันเพราะรอเข้าคิวเติมน้ำมัน)
แต่ตอนนี้ที่เข้าสู่จุดที่จะต้องระวัง
(ในวงการหุ้น คือเข้าสู่จุดซื้อแล้ว)
ตอนนี้ควรจะเป็นเวลาที่ต้องเตรียมตัวไว้
แต่ของจริงคือเงีบยฉี่ เหมือนว่าไม่เคยมีสงครามเกิดขึ้น 🤣🤣🤣
ไม่มีใครตกใจกับน้ำมันอีกเลย
ได้แต่ งง กับตรรกะ ของคนครับ