(11) THE "AR" SOUND
📌 เรียนโฟนิกส์วันที่ 16
ตอนนี้เราจะออกจากสระพื้นฐาน (Long A E I O U / Short A E I O U) มาเข้าเสียงสระกลุ่มต่อมาครับ ขอสรุป 3 ประเด็นสำคัญ...
—> ใน 15 วันก่อนหน้านี้ เราได้เจอสระที่มาเป็นคู่สั้น-ยาว
👉🏻 เช่น
Long A —> สระเอ vs
Short A —> สระแอะ
—> เราได้ทำความเข้าใจว่า “สระหนึ่งเสียง” มันถูกสะกดได้หลายแบบ
👉🏻 เช่น Long A สามารถสะกดด้วย "
-a" (lazy), "
-ay" (day), "
a_e" (gate), "
-ai" (wait), "
-ey" (grey) และอื่น ๆ
—> และที่สำคัญคือ... ภาษาอังกฤษไม่ได้ “จับคู่” เสียงสระแบบภาษาไทย
👉🏻 เช่นภาษาไทยจับคู่สระแบบ “สั้น-ยาว” อย่างแท้จริง เช่น เอ-เอะ / อี-อิ / อู - อุ แต่ในภาษาอังกฤษไม่ได้ใช่คู่สั้นยาวแบบนี้ เช่น
Long E คือสระอี (เช่น me, evil)
แต่ Short E ไม่ใช่สระอิ แต่เป็นสระเอะ (เช่น set, bed)
. . . . . . . . . . . . . . .
ดังนั้นก็ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม “สระตัวที่ 11” ในวันนี้ ซึ่งก็คือ “
สระอา” (
The “ar” sound) ในภาษาอังกฤษเราจัดให้มันเป็นสระที่ไม่มีคู่ ทั้ง ๆ ที่ให้ภาษาไทยเราก็มีคู่สระอา-อะ (เช่น จาน vs จันทร์)
นั้นก็เพราะในภาษาอังกฤษ
“สระอะ” (หรือ Short U) มันไม่ได้คู่กับสระอา แต่มันมาคู่กับ “สระอู” (Long U) ตามหลักคู่สระ short/long (Short U and Long U) ของ Phonics แต่ในความเป็นจริง (เวลาฝึกจริง ๆ) เราก็สามาถฝึกเป็นคู่เสียง “the ‘ar’ sound” (อา) vs “short u” (อะ) ได้ครับ (เช่น cart vs cut / heart vs hut / barn vs bun)
โอเค เคลียร์แล้วตรงนี้ ต่อไปมาเข้าสู่เนื้อหากันเลย
_______________
11.
สระอา (
The “ar” sound) สามารถสะกดได้ 8 แบบ
📌 ตัวสะกดหลัก 2 แบบ (-ar, -a)
👉🏻 “
-ar” เช่น
star, park, farm, hard, cart
(อ่าน สฺตา, พาคฺ, ฟามฺ, ฮาดฺ, คาทฺ)
*ในสำเนียงอเมริกันจะออกเสียง -r ด้วย (สฺตารฺ, ฟารฺมฺ, ฮารฺดฺ, คารฺทฺ)
👉🏻 “
-a” เช่น
fast, pass, bath, chance, father
(อ่าน ฟาสฺทฺ, พาสฺ, บาธฺ, ชานสฺ, ฟา-เธอะ)
*คนอังกฤษจะออกเสียง -a เป็นอา ในขณะที่คนอเมริกันจะออกเป็นแอ (คำเหล่านี้ fast, pass, bath, chance ในสำเนียงอเมริกันอ่าน แฟสฺทฺ, แพสฺ, แบธฺ, แชนสฺ)
ยกเว้น "father" ที่ตัว -a เป็นสระอาทั้งสองสำเนียง
. . . . . . . . . . . . . . .
📌 ตัวสะกดรอง 3 แบบ (-al, -ua, -au)
👉🏻 “
-al” เช่น
calm, palm, balm, *half, *calf
(อ่าน คามฺ, พามฺ, บามฺ, *ฮาฟฺ, *คาฟฺ)
👉🏻 “
-ua” และ 👉🏻 “
-au” เช่น
guard, guardian, *aunt, *laugh, *draught
(อ่าน กาดฺ, กา-ดิ-เยิ่นฺ, *อานทฺ, *ลาฟฺ, *ดราฟฺทฺ)
*สำหรับ half กับ calf และ laugh, aunt, draught จะมีเฉพาะสำเนียงอังกฤษที่ใช้สระอา (อเมริกันใช้สระแอ) นอกนั้น (ได้แก่ calm, palm, balm, guardian, guardian) เป็นสระอาเหมือนกันทั้งสองสำเนียง
. . . . . . . . . . . . . . .
และกลุ่มสุดท้ายคือตัวสะกดแบบ rare (มีอยู่แค่ไม่กี่คำ) อีก 3 แบบ (-ear, -er, -oir)
👉🏻 “
-ear” มีแค่สองคำคือ
heart และ
hearth (แปลว่า พื้นที่นั่งเล่นบริเวณหน้าเตาผิงไฟ)
(อ่าน ฮาทฺ, ฮาธฺ)
👉🏻 “
-er” มีสามคำคือ
*clerk, *sergeant, *Derby
(อ่าน *คลาคฺ, *ส๊า-เจิ่นทฺ, *ด๊า-บี)
*คนอังกฤษอ่าน clerk ว่า “คลาคฺ” (อเมริกันอ่าน “เคลิรฺคฺ” ด้วยสระเออ) แต่ sergeant จะอ่านว่า “ส๊า(รฺ)-เจิ่นทฺ” ทั้งสองสำเนียง ส่วน Derby มีแค่อังกฤษที่ออก “ด๊า-บี” ส่วนอเมริกันออก “เด๊อรฺ-บี”
👉🏻 “
-ior” มีสองคำคือ
memoir, reservoir
(อ่าน เม๊ม-วา, เร๊ซ-เซอะ-ฟฺวา)
*memoir แปลว่า “บันทึกความทรงจำ” ส่วน reservoir แปลว่า “อ่างเก็บน้ำ” สองคำนี้เป็นคำยืมจากภาษาอังกฤษเศส
_______________
📌 ให้คิดง่าย ๆ คือตัวสะกดที่ใช้บ่อยจริง ๆ ก็มีแค่
แบบแรก (-ar) และแบบที่สอง (-a)
แต่การสะกดแบบที่สองนี้มีความสำคัญคือ... หากเราต้องการพูดสำเนียงอังกฤษ (BRE หรือ British English) เราจะต้องอ่านคำเหล่านี้ที่สะกดด้วย -a เป็น “สระอา”
👉🏻 คำที่สะกดด้วย -ath เช่น path, bath (อ่าน พาธฺ, บาธฺ)
👉🏻 คำที่สะกดด้วย -ast เช่น fast, last (อ่าน ฟาสฺทฺ, ลาสฺทฺ)
👉🏻 คำที่สะกดด้วย -ance เช่น dance, chance (อ่าน ดานสฺ, ชานสฺ)
👉🏻 คำที่สะกดด้วย -ass เช่น pass, grass (อ่าน พาสฺ, กราสฺ)
👉🏻 คำที่สะกดด้วย -ask เช่น mask, task (อ่าน มาสฺคฺ, ทาสฺคฺ)
👉🏻 คำที่สะกดด้วย -au, -augh เช่น aunt, laugh (อ่าน อานทฺ, ลาฟฺ)
แต่ถ้าเราต้องการพูดด้วยสำเนียงอเมริกัน (AME หรือ American English) ก็ต้องออกเสียงคำที่สะกดด้วย -a เหล่านี้เป็น “สระแอ” ทุกคำ (เช่น path (แพธฺ), fast (แฟสฺทฺ), dance (แดนสฺ) และคำอื่นๆ ที่เหลือ)
. . . . . . . . . . . . . . .
ทั้งนี้ก็อย่าลืมว่ายังมีอีกหลายคำที่สะกด -a แต่ไม่ได้แยกว่า “อังกฤษออกเสียงสระอา vs อเมริกันออกเสียงสระแอ” แต่อย่างใด
เช่นคำว่า “drama” หรือ “father”ที่มีตัวโฟเนติกส์กำกับวิธีออกเสียงไว้คือ /ˈdrɑː.mə/ (อ่าน ดร๊า-เหมอะ) และ /ˈfɑː.ðə/ (อ่าน ฟ๊า-เธอะ) คือเป็นสระอาทั้งสำเนียงอังกฤษและอเมริกันเลย
ดังนั้นหากเราไม่แน่ใจว่าคำที่สะกดด้วย -a เป็นสระอาหรือแอ ให้เราเข้าไปเช็กตัวโฟเนติกส์ของมัน (/
ɑː/) ใน dictionary แบบ Eng - Eng ได้ครับ
_______________
“รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน”
JGC. ✌🏻🇬🇧
[DAY: 16] เรียน Phonics (หลักการออกเสียงภาษาอังกฤษ) ด้วยตัวเอง
📌 เรียนโฟนิกส์วันที่ 16
ตอนนี้เราจะออกจากสระพื้นฐาน (Long A E I O U / Short A E I O U) มาเข้าเสียงสระกลุ่มต่อมาครับ ขอสรุป 3 ประเด็นสำคัญ...
—> ใน 15 วันก่อนหน้านี้ เราได้เจอสระที่มาเป็นคู่สั้น-ยาว
👉🏻 เช่น Long A —> สระเอ vs Short A —> สระแอะ
—> เราได้ทำความเข้าใจว่า “สระหนึ่งเสียง” มันถูกสะกดได้หลายแบบ
👉🏻 เช่น Long A สามารถสะกดด้วย "-a" (lazy), "-ay" (day), "a_e" (gate), "-ai" (wait), "-ey" (grey) และอื่น ๆ
—> และที่สำคัญคือ... ภาษาอังกฤษไม่ได้ “จับคู่” เสียงสระแบบภาษาไทย
👉🏻 เช่นภาษาไทยจับคู่สระแบบ “สั้น-ยาว” อย่างแท้จริง เช่น เอ-เอะ / อี-อิ / อู - อุ แต่ในภาษาอังกฤษไม่ได้ใช่คู่สั้นยาวแบบนี้ เช่น Long E คือสระอี (เช่น me, evil) แต่ Short E ไม่ใช่สระอิ แต่เป็นสระเอะ (เช่น set, bed)
. . . . . . . . . . . . . . .
ดังนั้นก็ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม “สระตัวที่ 11” ในวันนี้ ซึ่งก็คือ “สระอา” (The “ar” sound) ในภาษาอังกฤษเราจัดให้มันเป็นสระที่ไม่มีคู่ ทั้ง ๆ ที่ให้ภาษาไทยเราก็มีคู่สระอา-อะ (เช่น จาน vs จันทร์)
นั้นก็เพราะในภาษาอังกฤษ “สระอะ” (หรือ Short U) มันไม่ได้คู่กับสระอา แต่มันมาคู่กับ “สระอู” (Long U) ตามหลักคู่สระ short/long (Short U and Long U) ของ Phonics แต่ในความเป็นจริง (เวลาฝึกจริง ๆ) เราก็สามาถฝึกเป็นคู่เสียง “the ‘ar’ sound” (อา) vs “short u” (อะ) ได้ครับ (เช่น cart vs cut / heart vs hut / barn vs bun)
โอเค เคลียร์แล้วตรงนี้ ต่อไปมาเข้าสู่เนื้อหากันเลย
_______________
11. สระอา (The “ar” sound) สามารถสะกดได้ 8 แบบ
📌 ตัวสะกดหลัก 2 แบบ (-ar, -a)
👉🏻 “-ar” เช่น star, park, farm, hard, cart
(อ่าน สฺตา, พาคฺ, ฟามฺ, ฮาดฺ, คาทฺ)
*ในสำเนียงอเมริกันจะออกเสียง -r ด้วย (สฺตารฺ, ฟารฺมฺ, ฮารฺดฺ, คารฺทฺ)
👉🏻 “-a” เช่น fast, pass, bath, chance, father
(อ่าน ฟาสฺทฺ, พาสฺ, บาธฺ, ชานสฺ, ฟา-เธอะ)
*คนอังกฤษจะออกเสียง -a เป็นอา ในขณะที่คนอเมริกันจะออกเป็นแอ (คำเหล่านี้ fast, pass, bath, chance ในสำเนียงอเมริกันอ่าน แฟสฺทฺ, แพสฺ, แบธฺ, แชนสฺ)
ยกเว้น "father" ที่ตัว -a เป็นสระอาทั้งสองสำเนียง
. . . . . . . . . . . . . . .
📌 ตัวสะกดรอง 3 แบบ (-al, -ua, -au)
👉🏻 “-al” เช่น calm, palm, balm, *half, *calf
(อ่าน คามฺ, พามฺ, บามฺ, *ฮาฟฺ, *คาฟฺ)
👉🏻 “-ua” และ 👉🏻 “-au” เช่น guard, guardian, *aunt, *laugh, *draught
(อ่าน กาดฺ, กา-ดิ-เยิ่นฺ, *อานทฺ, *ลาฟฺ, *ดราฟฺทฺ)
*สำหรับ half กับ calf และ laugh, aunt, draught จะมีเฉพาะสำเนียงอังกฤษที่ใช้สระอา (อเมริกันใช้สระแอ) นอกนั้น (ได้แก่ calm, palm, balm, guardian, guardian) เป็นสระอาเหมือนกันทั้งสองสำเนียง
. . . . . . . . . . . . . . .
และกลุ่มสุดท้ายคือตัวสะกดแบบ rare (มีอยู่แค่ไม่กี่คำ) อีก 3 แบบ (-ear, -er, -oir)
👉🏻 “-ear” มีแค่สองคำคือ heart และ hearth (แปลว่า พื้นที่นั่งเล่นบริเวณหน้าเตาผิงไฟ)
(อ่าน ฮาทฺ, ฮาธฺ)
👉🏻 “-er” มีสามคำคือ *clerk, *sergeant, *Derby
(อ่าน *คลาคฺ, *ส๊า-เจิ่นทฺ, *ด๊า-บี)
*คนอังกฤษอ่าน clerk ว่า “คลาคฺ” (อเมริกันอ่าน “เคลิรฺคฺ” ด้วยสระเออ) แต่ sergeant จะอ่านว่า “ส๊า(รฺ)-เจิ่นทฺ” ทั้งสองสำเนียง ส่วน Derby มีแค่อังกฤษที่ออก “ด๊า-บี” ส่วนอเมริกันออก “เด๊อรฺ-บี”
👉🏻 “-ior” มีสองคำคือ memoir, reservoir
(อ่าน เม๊ม-วา, เร๊ซ-เซอะ-ฟฺวา)
*memoir แปลว่า “บันทึกความทรงจำ” ส่วน reservoir แปลว่า “อ่างเก็บน้ำ” สองคำนี้เป็นคำยืมจากภาษาอังกฤษเศส
_______________
📌 ให้คิดง่าย ๆ คือตัวสะกดที่ใช้บ่อยจริง ๆ ก็มีแค่แบบแรก (-ar) และแบบที่สอง (-a)
แต่การสะกดแบบที่สองนี้มีความสำคัญคือ... หากเราต้องการพูดสำเนียงอังกฤษ (BRE หรือ British English) เราจะต้องอ่านคำเหล่านี้ที่สะกดด้วย -a เป็น “สระอา”
👉🏻 คำที่สะกดด้วย -ath เช่น path, bath (อ่าน พาธฺ, บาธฺ)
👉🏻 คำที่สะกดด้วย -ast เช่น fast, last (อ่าน ฟาสฺทฺ, ลาสฺทฺ)
👉🏻 คำที่สะกดด้วย -ance เช่น dance, chance (อ่าน ดานสฺ, ชานสฺ)
👉🏻 คำที่สะกดด้วย -ass เช่น pass, grass (อ่าน พาสฺ, กราสฺ)
👉🏻 คำที่สะกดด้วย -ask เช่น mask, task (อ่าน มาสฺคฺ, ทาสฺคฺ)
👉🏻 คำที่สะกดด้วย -au, -augh เช่น aunt, laugh (อ่าน อานทฺ, ลาฟฺ)
แต่ถ้าเราต้องการพูดด้วยสำเนียงอเมริกัน (AME หรือ American English) ก็ต้องออกเสียงคำที่สะกดด้วย -a เหล่านี้เป็น “สระแอ” ทุกคำ (เช่น path (แพธฺ), fast (แฟสฺทฺ), dance (แดนสฺ) และคำอื่นๆ ที่เหลือ)
. . . . . . . . . . . . . . .
ทั้งนี้ก็อย่าลืมว่ายังมีอีกหลายคำที่สะกด -a แต่ไม่ได้แยกว่า “อังกฤษออกเสียงสระอา vs อเมริกันออกเสียงสระแอ” แต่อย่างใด
เช่นคำว่า “drama” หรือ “father”ที่มีตัวโฟเนติกส์กำกับวิธีออกเสียงไว้คือ /ˈdrɑː.mə/ (อ่าน ดร๊า-เหมอะ) และ /ˈfɑː.ðə/ (อ่าน ฟ๊า-เธอะ) คือเป็นสระอาทั้งสำเนียงอังกฤษและอเมริกันเลย
ดังนั้นหากเราไม่แน่ใจว่าคำที่สะกดด้วย -a เป็นสระอาหรือแอ ให้เราเข้าไปเช็กตัวโฟเนติกส์ของมัน (/ɑː/) ใน dictionary แบบ Eng - Eng ได้ครับ
_______________
“รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน”
JGC. ✌🏻🇬🇧