ทรัมป์ ใช้นโยบาย ทำสงคราม ด้วยวิธีเด็ดหัวผู้นำเป็นหลัก เพราะเข็ดหลาบกับ สงครามเวียดนาม กับ อัฟกานิสถาน รึเปล่าครับ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ไม่เหมือนนโยบายการทำสงครามประธานาธิบดีคนก่อนๆ ที่ลากสงครามยึดเยื้อ ทรัมป์ใช้วิธีหมายหัวผู้นำ และล็อคเป้าทำหลายเด็ดขาดรุนแรง เพื่อให้สงครามมันจบเร็วรึเปล่าครับ
กองทัพสหรัฐ เหมือนเข็ดกับสงครามยึดเยื้อเป็นเวลานาน เหมือนตอน สงครามเวียดนาม และ ในอัฟกานิสถานรึเปล่า เพราะสุดท้ายกองทัพสหรัฐ แพ้ภัยตัวเอง ต้องถอนทัพหนีกลับ ทิ้งยุทโธปกรณ์ เอาไว้ให้ประชาชนเวียดนามฝ่ายใต้ที่ร่วมรบสู้กับเวียดกง และประชาชนอัฟกานิสถาน ที่ร่วมรบกับฝั่งอเมริกาต่อสู้กับตาลีบัน ทิ้งซากยุทโธปกรณ์ไว้ดูต่างหน้าเท่านั้น ภาพยังติดตา คนเวียดนามใต้แห่หนีขึ้นฮอลิคอปเตอร์ ตอนเวียดกงกำลังรุกคืบมายึดเวียดนามใต้ กับ ประชาชนอัฟกัน เกาะล้อเครื่องบินแห่แย่งกับขึ้นเครื่องบินลำเลียงของอเมริกาเผ่นกลับประเทศ
เหมือนว่า กองทัพอเมริกาหลอนกับการทำสงครามยืดเยื้อแบบไม่มีวันรู้จบ เหมือนกำจัดแมงสาบ แต่มันไม่ยอมหมดซะทีอะไรแบบนั้น
ทุ่มยุทโธปกรณ์ ราคาแพงสุดล้ำไปเท่าไหร่ เหมือนเอาภาษัคนอเมริกันไปตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ สุดท้ายแพ้ภัยตัวเอง โดนประชาชนอเมริกันประท้วงที่ส่งลูกหลานพวกเขาไปตายในสงครามของคนอื่น อย่างตอนสงครามเวียดนามโดยประชาชนกร่นด่าประท้วง แล้วในที่สุดรัฐบาลต้านกระแสกดดันประชาชนในประเทศไม่ไหวเลยยอมถอนกำลังออกหมดเลย
มาคราวนี้ เหมือนทรัมป์จะเข็ดกับสงครามแบบนั้น เลยขอจัดหนัก เด็ดที่หัวงูเลย เด็ดขาดรุนแรง เพื่อให้ปิดจ็อบเร็วแบบนั้นรึเปล่าครับ
เพราะความเห็นส่วนตัวผม สงครามเวียดนาม กับ อัฟกานิสถาน อเมริกาแพ้ครับ
เวลาที่ยืดเยื้อ เหมือนมะเร็งที่กัดกิน ยิ่งทหารอเมริกันสูญเสียเรื่อยๆ พ่อแม่ครอบครัวคนอเมริกันเลยไม่พอใจ ไม่จบซะที
จะสังเกตว่า ทรัปม์ มีนโยบายส่งกำลังพลน้อยกว่าแต่ก่อนมากในการรบแนวหน้า เน้นเทคโนโลยี และเครื่องบิน รวมถึงโดรน เป็นหลัก เพื่อให้ลดกำลังพลในการสูญเสียแนวหน้า  เพราะไม่อยากนั้นส่งลูกหลานคนอเมริกันไปตายฟรีในสงครามของคนอื่น ถ้ากระแสประชาชนตีกลับ เก้าอี้ทรัมป์น่าจะอยู่ไม่ได้

คือ ผมสรุปแบบนี้ครับ กองทัพอเมริกา อันดับหนึ่งก็จริง แต่ ประชาชนคนอเมริกัน มีอำนาจมากกว่า เพราะเราเห็นตัวอย่างการถอนกองทัพเผ่นหนีของอเมริกามาแล้ว ไม่ได้มาจากสู้ศัตรูไม่ได้ แต่แพ้เพราะประชาชนตัวเอง
เป็น ยสตน. นะครับ
เพื่อนๆ มีมุมมองอย่างไร?
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่