กตัญญูในมุมมองจากพระไตรปิฎก

กระทู้ข่าว
สิงคาลกสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ 11 พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค ข้อ 199
 
ดูกรคฤหบดีบุตร มารดาบิดา ผู้เป็นทิศเบื้องหน้า อันบุตรพึงบํารุงด้วยสถาน ๕ คือ
ด้วยตั้งใจไว้ว่าท่านเลี้ยงเรามา เราจักเลี้ยงท่านตอบ ๑
จักรับทํากิจของท่าน ๑
จักดํารงวงศ์สกุล ๑
จักปฏิบัติตน ให้เป็นผู้สมควรรับทรัพย์มรดก ก็หรือเมื่อท่านละไปแล้ว ทํากาลกิริยาแล้ว จักตามเพิ่มให้ซึ่งทักษิณา ๑ ฯ
 
ดูกรคฤหบดีบุตร มารดาบิดา ผู้เป็นทิศเบื้องหน้าอันบุตร บํารุงด้วยสถาน ๕ เหล่านี้แล้ว ย่อมอนุเคราะห์บุตรด้วยสถาน ๕ คือ
ห้ามจากความชั่ว ๑
ให้ตั้งอยู่ในความดี ๑
ให้ศึกษาศิลปวิทยา ๑
หาภรรยาที่สมควรให้ ๑
มอบทรัพย์ให้ในสมัย ๑ ฯ
 
(แปล) ลูก ควรเลี้ยงดูพ่อแม่ ช่วยงานของท่าน สืบต่อวงศ์ตระกูล ปฏิบัติตนให้สมกับเป็นผู้ที่ควรได้รับมรดก และเมื่อท่านเสียไปแล้ว ก็ต้องทําทานแล้วอุทิศบุญให้
 
ส่วนพ่อแม่ ควรจะสั่งสอนลูกให้ทําบุญ ไม่ทําบาป ให้การศึกษา หาคู่ครองที่เหมาะสมให้ และให้เงินตามความเหมาะสม (เช่น ให้เงินใช้จ่ายให้เงินทําบุญ ให้สินสอด)
 
__________________
 
 
พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต ข้อ 278
 
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวการกระทําตอบแทนไม่ได้ง่าย แก่ท่านทั้ง ๒ ท่าน ทั้ง ๒ คือใคร คือ มารดา ๑ บิดา ๑
 
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุตรพึงประคับประคองมารดาด้วยบ่า ข้างหนึ่ง จึงประคับประคองบิดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง เขามีอายุ มี ชีวิตอยู่ตลอดร้อยปี และเขาพึงปฏิบัติท่านทั้ง ๒ นั้น ด้วยการอบ กลิ่น การนวด การให้อาบน้ํา และการดัด และท่านทั้ง ๒ นั้น พึงถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ บนบ่าทั้งสองของเขานั่นแหละ ดูกร ภิกษุทั้งหลาย การกระทําอย่างนั้น ยังไม่ชื่อว่า อันบุตรทําแล้วหรือทําตอบแทนแล้ว แก่มารดาบิดาเลย
 
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง บุตรจึงสถาปนามารดาบิดาใน ราชสมบัติ อันเป็นอิสราธิปัตย์ ในแผ่นดินใหญ่อันมีรตนะ ๗ ประการมากหลายนี้ การกระทํากิจอย่างนั้น ยังไม่ชื่อว่า อันบุตร ทําแล้ว หรือทำตอบแทนแล้ว แก่มารดาบิดาเลย ข้อนั้นเพราะ เหตุไร เพราะมารดาบิดามีอุปการะมาก บํารุงเลี้ยงแสดงโลกนี้ แก่บุตรทั้งหลาย
 
ส่วนบุตรคนใดยังมารดาบิดาผู้ไม่มีศรัทธา ให้สมาทานตั้งมั่นในศรัทธาสัมปทา ยังมารดาบิดาผู้ทุศีล ให้สมาทานตั้งมั่นในศีลสัมปทา ยังมารดาบิดาผู้มีความตระหนี่ ให้สมาทานตั้งมั่นในจาคสัมปทา
ยังมารดาบิดาผู้ทรามปัญญา ให้สมาทานตั้งมั่นในปัญญาสัมปทา
 
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล การกระทําอย่างนั้นย่อมชื่อว่า อันบุตรนั้นทําแล้ว และทําตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดา ฯ
 
(แปล) การตอบแทนบุญคุณของพ่อแม่ให้เหมาะสมนั้นทําได้ไม่ง่าย แม้ว่าเราจะเอาพ่อและแม่ขึ้นไปนั่งบนบ่าของเราและทําการดูแลอย่างดี และให้ท่านขับถ่ายบนบ่าของเรา การกระทําแบบนี้ยาวนาน 100 ปี ก็ยังไม่ถือว่า ได้ทดแทนบุญคุณของท่านได้อย่างเหมาะสม
 
และแม้ว่าเราจะมอบทรัพย์สมบัติมากมาย มหาศาลให้กับท่าน ก็ยังไม่ถือว่า ได้ทดแทนบุญคุณ ของท่านได้อย่างเหมาะสม เพราะพ่อแม่ของเรานั้น มีบุญคุณกับเรามากมาย
 
แต่ถ้าพ่อแม่ยังไม่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา แล้วลูกสามารถทําให้ท่านมีศรัทธาได้ ถ้าพ่อแม่ยังไม่มีศีล แล้วลูกสามารถทําให้ท่านรักษาศีลได้ ถ้าพ่อแม่เป็นคนตระหนี่ แล้วลูกสามารถทําให้ท่านมีใจยินดีในการทําทานได้ ถ้าพ่อแม่ยังไม่มีความรู้ที่ถูกต้อง แล้วลูกสามารถทําให้ท่านมีได้ การกระทําแบบนี้เท่านั้น ถึงจะสามารถทดแทนบุญคุณของพ่อแม่ได้อย่างเหมาะสม
 
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่