ลุงเล้า Ep.539: ร้านจ้างรีวิว แต่อาหารโชว์ราคาแพงเกินความจริงที่ลูกค้าจริงซื้อกิน แบบว่า ไปกิน 2 คน สั่งอาหาร 10 อย่าง
ทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น ปัญหานี้เป็นประเด็นดราม่าในโซเชียลบ่อยมาก โดยเฉพาะกรณีที่ อินฟลูเอนเซอร์หรือเพจรีวิว ได้รับการจ้างวาน (SR: Sponsored Review)
มีการจัดเต็มอาหารมาวางจนล้นโต๊ะเพื่อให้ภาพออกมาสวยและดูน่ากิน
แต่ในความเป็นจริง พฤติกรรมการกินแบบนั้นไม่สะท้อนการใช้งานจริงของลูกค้าทั่วไป
สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นใน "การรีวิวที่เกินจริง"
1.
เน้นสร้างภาพจำ (Visual Marketing)
เพื่อความสวยงาม:
การสั่งอาหาร 10 อย่างมาวางสำหรับ 2 คน มักทำเพื่อ "การถ่ายภาพ" ให้ดูอลังการในสายตาคนดูผ่านหน้าจอ
สร้างกระแส:
รูปอาหารเต็มโต๊ะช่วยดึงดูดการกดไลก์และแชร์ได้มากกว่ารูปอาหารจานเดียว ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ร้านใช้จ้างอินฟลูฯ มาโปรโมท
2.
ช่องว่างระหว่าง "รีวิว" กับ "ความจริง"
ปริมาณที่ไม่สมเหตุสมผล:
การสั่งอาหารมากเกินกำลังกินจริง (เช่น 2 คน 10 อย่าง) ทำให้ลูกค้าที่ตามไปกินจริงๆ รู้สึก "โดนหลอก" เพราะงบประมาณจะบานปลายไปมาก
ราคา Overprice:
บ่อยครั้งที่อาหารในรีวิวดูคุ้มค่าเพราะร้านจัดให้ฟรี แต่พอคนทั่วไปไปกินเองกลับพบว่า ราคาต่อจานสูงเกินไป จนไม่กล้าสั่งเยอะแบบในคลิป
เช่น ซี่โครงบาบีคิว 1000 บาท, ข้าวหน้าปู 850 บาท เป็นต้น
3.
ผลกระทบต่อผู้บริโภค
เสียความรู้สึก:
ลูกค้าที่ตั้งใจตามรอยไปมักพบว่า โปรโมชั่นหรือเมนูจริงต่างจากที่รีวิว
ค่านิยมฟุ่มเฟือย:
การรีวิวแบบนี้สร้างค่านิยมให้คนรู้สึกว่าต้องสั่งเยอะๆ ถึงจะดูดี ซึ่งอาจนำไปสู่พฤติกรรมการกินที่เกินตัว
กินทีมื้อละ 1000 บาท กับกินปกติ ข้าวผัดหมูไข่ 50 บาทอิ่ม
วิธีสังเกตก่อนตามไปกิน:
เช็คว่าเป็น SR (Sponsored Review) หรือ CR (Consumer Review) หากเป็น SR ให้เผื่อใจเรื่องปริมาณและราคาไว้เสมอ
เข้าไปดูรีวิวใน Pantip หรือ Google Maps เพื่อดูรูปจากลูกค้าตัวจริงที่จ่ายเงินเอง จะเห็นปริมาณและราคาที่สะท้อนความจริงมากกว่า
เพื่อนๆคิดเห็นว่าอย่างไรบ้าง
ตัวอย่างภาพที่ลุงอ้วนไปกิน :
ลุงเล้า Ep.539: ร้านจ้างรีวิว แต่อาหารโชว์ราคาแพงเกินความจริงที่ลูกค้าจริงซื้อกิน แบบว่า ไปกิน 2 คน สั่งอาหาร 10 อย่าง
ทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น ปัญหานี้เป็นประเด็นดราม่าในโซเชียลบ่อยมาก โดยเฉพาะกรณีที่ อินฟลูเอนเซอร์หรือเพจรีวิว ได้รับการจ้างวาน (SR: Sponsored Review)
มีการจัดเต็มอาหารมาวางจนล้นโต๊ะเพื่อให้ภาพออกมาสวยและดูน่ากิน
แต่ในความเป็นจริง พฤติกรรมการกินแบบนั้นไม่สะท้อนการใช้งานจริงของลูกค้าทั่วไป
สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นใน "การรีวิวที่เกินจริง"
1. เน้นสร้างภาพจำ (Visual Marketing)
เพื่อความสวยงาม:
การสั่งอาหาร 10 อย่างมาวางสำหรับ 2 คน มักทำเพื่อ "การถ่ายภาพ" ให้ดูอลังการในสายตาคนดูผ่านหน้าจอ
สร้างกระแส:
รูปอาหารเต็มโต๊ะช่วยดึงดูดการกดไลก์และแชร์ได้มากกว่ารูปอาหารจานเดียว ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ร้านใช้จ้างอินฟลูฯ มาโปรโมท
2. ช่องว่างระหว่าง "รีวิว" กับ "ความจริง"
ปริมาณที่ไม่สมเหตุสมผล:
การสั่งอาหารมากเกินกำลังกินจริง (เช่น 2 คน 10 อย่าง) ทำให้ลูกค้าที่ตามไปกินจริงๆ รู้สึก "โดนหลอก" เพราะงบประมาณจะบานปลายไปมาก
ราคา Overprice:
บ่อยครั้งที่อาหารในรีวิวดูคุ้มค่าเพราะร้านจัดให้ฟรี แต่พอคนทั่วไปไปกินเองกลับพบว่า ราคาต่อจานสูงเกินไป จนไม่กล้าสั่งเยอะแบบในคลิป
เช่น ซี่โครงบาบีคิว 1000 บาท, ข้าวหน้าปู 850 บาท เป็นต้น
3. ผลกระทบต่อผู้บริโภค
เสียความรู้สึก:
ลูกค้าที่ตั้งใจตามรอยไปมักพบว่า โปรโมชั่นหรือเมนูจริงต่างจากที่รีวิว
ค่านิยมฟุ่มเฟือย:
การรีวิวแบบนี้สร้างค่านิยมให้คนรู้สึกว่าต้องสั่งเยอะๆ ถึงจะดูดี ซึ่งอาจนำไปสู่พฤติกรรมการกินที่เกินตัว
กินทีมื้อละ 1000 บาท กับกินปกติ ข้าวผัดหมูไข่ 50 บาทอิ่ม
วิธีสังเกตก่อนตามไปกิน:
เช็คว่าเป็น SR (Sponsored Review) หรือ CR (Consumer Review) หากเป็น SR ให้เผื่อใจเรื่องปริมาณและราคาไว้เสมอ
เข้าไปดูรีวิวใน Pantip หรือ Google Maps เพื่อดูรูปจากลูกค้าตัวจริงที่จ่ายเงินเอง จะเห็นปริมาณและราคาที่สะท้อนความจริงมากกว่า
เพื่อนๆคิดเห็นว่าอย่างไรบ้าง
ตัวอย่างภาพที่ลุงอ้วนไปกิน :