สมาธิในฌานมันโง่ สมาธิในอริยมรรค มันฉลาด

กระทู้คำถาม
ทีนี้ หลวงปู่เทสก์ ท่านให้โอวาทว่า
คราวหนึ่ง ไปกราบเยี่ยมท่าน
พอกราบเสร็จแล้วท่านก็บอกว่า

“เจ้าคุณมาแล้วก็ดีแล้ว จะเว้าอะไรให้ฟัง”

หลวงพ่อก็บอกว่า
“ถ้าจะเว้าก็รีบเว้า อยากฟังอยู่เหมือนกัน”

เสร็จแล้วท่านก็กล่าวขึ้นมาว่า
“สมาธิในฌานมันโง่ สมาธิในอริยมรรค
มันฉลาด  สมาธิในฌานจิตสงบนิ่งแล้ว...
รู้ในสิ่งๆ เดียว ความรู้อื่นไม่ปรากฏ
แต่สมาธิในอริยมรรค พอจิตสงบแล้ว
มีความรู้ความคิดผุดขึ้นๆ อย่างกับน้ำพุ
จิต ก็มีสติ  กำหนดรู้ตามไปทุกระยะ
พอไปถึงจุดหนึ่ง...จิต ก็จะนิ่งกึ๊กลงไปแล้วสว่างไสว
กิเลสทั้งหลาย มาวนรอบจิต อยู่...
เมื่อมาถึงความสว่างของจิต มันจะตกไปๆ เหมือนแมลงบินเข้ากองไฟ”
อันนี้เป็นโอวาทของหลวงปู่เทสก์
------------------------------------------------------------------

ทีนี้! โอวาทของ หลวงปู่ฝั้น
อย่าปล่อยให้จิตมันอยู่ว่าง คำว่า...
อย่าปล่อยให้จิตมันอยู่ว่างนี่!
เราควรจะทำความเข้าใจอย่างไร?
เราจะสร้างความคิดให้มัน ไม่หยุดยั้ง
อย่างนั้น หรือไม่ใช่ อย่าไปเข้าใจผิด

คำว่า อย่าปล่อยให้จิตมันอยู่ว่าง
คือ ให้มีสติกำหนดรู้จิต ตลอดเวลา ไม่ว่าเราจะยืน เดิน นั่ง นอน รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด ให้มีสติรู้ตัวตลอดเวลา ท่านหมายความว่าอย่างนั้น...
-----------------------------------------------------------------

โอวาทของ หลวงปู่แหวน
“เจ้าคุณอย่าไปไขว่คว้าอะไรให้มันมากมายนัก ให้กำหนดสติ รู้จิต...เพียงอย่างเดียว
บาป มันเกิดที่จิต  บุญ มันเกิดที่จิต
ดี-ชั่ว เกิดที่จิต  สวรรค์ นิพพานเกิดที่จิต
มันไม่ได้เกิดที่อื่น....

เพราะฉะนั้น เราอยากจะรู้จริง เห็นจริง
ในธรรมะคำสั่งสอน หรือจะสำเร็จมรรคผลนิพพาน ให้กำหนดสติ...รู้จิตเพียงอย่างเดียว” องค์นี้สอนอย่างนี้
---------------------------‐------------‐------------------------

หลวงปู่มหาบัว ท่านเล่าเรื่องของท่าน
ให้ฟังว่า...“เมื่อก่อนนี้นายบัวเป็นคฤหัสถ์
อยากบวชเป็นพระ ก็ได้บวชแล้ว
พอบวชเป็นพระแล้ว อยากเป็นมหาไปเรียน
กับเขาสอบได้ ๓ ประโยค เอาละแค่นี้...
เขาก็เรียกมหาเหมือนกัน
พอเป็นมหาแล้ว อยากเป็นพระนักปฏิบัติ
ก็ได้ปฏิบัติแล้ว พอปฏิบัติแล้ว อยากรู้ธรรม เห็นธรรม ก็ได้รู้บ้างตามสมควรแก่ความสามารถ พอรู้ธรรมเห็นธรรมแล้ว อยากเป็นพระอรหันต์ เดี่ยวนี้เลยไม่รู้ว่า...มันเป็นอะไร
มันก็เป็นหลวงตาบัวตามเดิมนั่นแหละ”

อันนี้! ท่านผู้ฟังจะเข้าใจว่าอย่างไร ถ้าเรามาพิจารณาว่า ท่านผู้ใดสำคัญตน ว่าเป็นพระโสดาบัน คนนั้น...ไม่ใช่ ท่านผู้ใดสำคัญตนว่าเป็นพระสกทาคา อนาคามี อรหันต์
คนนั้น...ไม่ใช่ เพราะความเป็นพระอรหันต์
มันอยู่เหนือสมมติบัญญัติ ผู้สำเร็จแล้วจะรู้สึกเพียงแค่ว่า...ตัวหมดกิเลสแล้ว เท่านั้น
อันนี้เป็นโอวาท ของพระอาจารย์มหาบัว

อาตมาเป็นลูกศิษย์หลายครูหลายอาจารย์
ก็จำเอาโอวาทของครูบาอาจารย์ องค์ละข้อ แต่ในเมื่อมาพิจารณาดูแล้ว...
มันก็เป็นอุปกรณ์ในการปฏิบัติ ทำให้เรา.รู้ธรรม เห็นธรรมได้บ้างตามสมควรแก่ฐานะ."

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่