สวัสดีค่ะทุกท่าน 😊
ช่วงนี้คิดว่าหลายบ้านคงจะ
ตุนอาหารไว้ในช่องฟรีซ กันมากขึ้น เพราะการแช่แข็งช่วยให้
เก็บของสดได้นานหลายเดือน ลดการออกไปตลาดบ่อย ๆ และยังช่วยประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย
ช่วงนี้สถานการณ์ราคาน้ำมันและข่าวสหรัฐกับอิหร่าน ทำเอาจขกท.แอบกังวลนิดนึง เลยคุยกับคุณสามีว่า ถ้าไม่จำเป็นเราจะพยายาม ออกนอกบ้านให้น้อยลงเพื่อเซฟน้ำมัน
โชคดีที่จขกท.เพิ่งไปซื้อ
ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ มาสต๊อกไว้ ลำพังข้าวสารที่มี ก็อยู่ได้หลายเดือน เหลือแค่ของสด ของแห้ง ที่ต้องเตรียมเพิ่มไว้อีกสักนิด
สุดท้ายเลยกลายเป็นภารกิจ
"ไปตลาดครั้งเดียว ตุนให้คุ้ม!" ได้ของสดกลับบ้านมาเพียบเลยค่ะ ทั้งเนื้อ หมูสับ ตับหมู และอาหารทะเลสดๆ
ขั้นตอนการจัดการฉบับบ้านเรา
เน้นความสะดวก เวลาเอาออกมาทำกับข้าวค่ะ วิธีที่บ้าน จขกท. ทำเป็นประจำคือ "แบ่งเนื้อสัตว์เป็นถุงเล็กๆ ตามปริมาณที่จะใช้ในแต่ละมื้อ"
เนื้อหมู: แบ่งเป็นถุงๆ สำหรับผัดหรือแกง 1 มื้อ เวลาจะใช้ก็หยิบออกมาละลายแค่ถุงเดียว เนื้อสัตว์จะได้ไม่เสียคุณภาพจากการละลายซ้ำๆ ค่ะ
อาหารทะเล: กุ้ง หมึก ปลา รอบนี้สดมาก! ล้างทำความสะอาด ซับน้ำให้แห้ง แล้วแพ็คใส่ถุงซิปล็อกหรือถุงแกงมัดแน่นๆ ไล่อากาศออกให้หมดเพื่อป้องกันน้ำแข็งกัดเนื้อ (Freezer Burn) ค่ะ
ได้ลูกมือดี มาช่วยกันล้างทำความสะอาดก่อนแพ็คค่ะ
เคล็ดลับเก็บของสดให้ได้นาน (ฉบับหาข้อมูลมาฝาก)
เพื่อให้คุ้มกับการตุน จขกท. เลยหาข้อมูลอุณหภูมิที่เหมาะสมมาฝากเพื่อนๆ ด้วยค่ะ
ควรแช่แข็งในอุณหภูมิประมาณ -15 ถึง -18 องศาเซลเซียส (ก็คือในช่องฟรีซตู้เย็นปกตินั่นแหละค่ะ)
หมู/เนื้อ: อยู่ได้นาน 4–12 เดือน
ปลาและอาหารทะเล: อยู่ได้ประมาณ 3–6 เดือน
เรียงใส่กล่องให้เป็นระเบียบ เท่านี้คลังเสบียงเราก็พร้อมใช้งานแล้วค่ะ
ตอนนี้รู้สึกอุ่นใจขึ้นเยอะเลยค่ะ อย่างน้อยถ้าไม่อยากออกไปไหน เราก็ยังพอมีอาหาร ทำกับข้าวกินได้อีกหลายวัน แถมยังช่วยจัดระเบียบตู้เย็นไปในตัวด้วย
แล้วปกติทุกท่าน ชอบตุนอะไรไว้ในตู้เย็นกันบ้างคะ? หรือมีเทคนิคเก็บของสดอย่างไรกันบ้าง แวะมาแชร์กันได้นะคะ
เผื่อไว้เป็นไอเดีย ให้จขกท.ทำตามค่ะ
ตุนอาหารเข้าช่องฟรีซ! แชร์วิธีเก็บหมู หมึก กุ้ง ในช่องแช่แข็ง ให้สดได้นานหลายเดือน ประหยัดเวลาไปตลาด 🐟🦑🦐
ช่วงนี้คิดว่าหลายบ้านคงจะ ตุนอาหารไว้ในช่องฟรีซ กันมากขึ้น เพราะการแช่แข็งช่วยให้ เก็บของสดได้นานหลายเดือน ลดการออกไปตลาดบ่อย ๆ และยังช่วยประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย
ช่วงนี้สถานการณ์ราคาน้ำมันและข่าวสหรัฐกับอิหร่าน ทำเอาจขกท.แอบกังวลนิดนึง เลยคุยกับคุณสามีว่า ถ้าไม่จำเป็นเราจะพยายาม ออกนอกบ้านให้น้อยลงเพื่อเซฟน้ำมัน
โชคดีที่จขกท.เพิ่งไปซื้อ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ มาสต๊อกไว้ ลำพังข้าวสารที่มี ก็อยู่ได้หลายเดือน เหลือแค่ของสด ของแห้ง ที่ต้องเตรียมเพิ่มไว้อีกสักนิด
สุดท้ายเลยกลายเป็นภารกิจ "ไปตลาดครั้งเดียว ตุนให้คุ้ม!" ได้ของสดกลับบ้านมาเพียบเลยค่ะ ทั้งเนื้อ หมูสับ ตับหมู และอาหารทะเลสดๆ
ขั้นตอนการจัดการฉบับบ้านเรา
เน้นความสะดวก เวลาเอาออกมาทำกับข้าวค่ะ วิธีที่บ้าน จขกท. ทำเป็นประจำคือ "แบ่งเนื้อสัตว์เป็นถุงเล็กๆ ตามปริมาณที่จะใช้ในแต่ละมื้อ"
เนื้อหมู: แบ่งเป็นถุงๆ สำหรับผัดหรือแกง 1 มื้อ เวลาจะใช้ก็หยิบออกมาละลายแค่ถุงเดียว เนื้อสัตว์จะได้ไม่เสียคุณภาพจากการละลายซ้ำๆ ค่ะ
อาหารทะเล: กุ้ง หมึก ปลา รอบนี้สดมาก! ล้างทำความสะอาด ซับน้ำให้แห้ง แล้วแพ็คใส่ถุงซิปล็อกหรือถุงแกงมัดแน่นๆ ไล่อากาศออกให้หมดเพื่อป้องกันน้ำแข็งกัดเนื้อ (Freezer Burn) ค่ะ
ได้ลูกมือดี มาช่วยกันล้างทำความสะอาดก่อนแพ็คค่ะ
เคล็ดลับเก็บของสดให้ได้นาน (ฉบับหาข้อมูลมาฝาก)
เพื่อให้คุ้มกับการตุน จขกท. เลยหาข้อมูลอุณหภูมิที่เหมาะสมมาฝากเพื่อนๆ ด้วยค่ะ
ควรแช่แข็งในอุณหภูมิประมาณ -15 ถึง -18 องศาเซลเซียส (ก็คือในช่องฟรีซตู้เย็นปกตินั่นแหละค่ะ)
หมู/เนื้อ: อยู่ได้นาน 4–12 เดือน
ปลาและอาหารทะเล: อยู่ได้ประมาณ 3–6 เดือน
เรียงใส่กล่องให้เป็นระเบียบ เท่านี้คลังเสบียงเราก็พร้อมใช้งานแล้วค่ะ
ตอนนี้รู้สึกอุ่นใจขึ้นเยอะเลยค่ะ อย่างน้อยถ้าไม่อยากออกไปไหน เราก็ยังพอมีอาหาร ทำกับข้าวกินได้อีกหลายวัน แถมยังช่วยจัดระเบียบตู้เย็นไปในตัวด้วย
แล้วปกติทุกท่าน ชอบตุนอะไรไว้ในตู้เย็นกันบ้างคะ? หรือมีเทคนิคเก็บของสดอย่างไรกันบ้าง แวะมาแชร์กันได้นะคะ
เผื่อไว้เป็นไอเดีย ให้จขกท.ทำตามค่ะ