โดนญาติประกาศตัดขาด เพราะขายที่ดิน ที่เคยเป็นของตายาย

กระทู้สนทนา
เริ่มต้นจากประมาณ 5 ปีทีแล้ว ผมมีเงินทุนก้อนนึงประมาณเกือบ 2 ล้านบาท มีความคิดว่า อยากซื้อที่ดิน ต่างจังหวัดเพื่อทำเป็นบ้านสวน เผื่อได้พักผ่อนยามวา่ง จากความวุ่นวาย ตอนแรกว่าจะซื้อที่ที่เขาประกาศขายในเฟส พอมาปรึกษากับ แม่ แม่ก็แนะว่า ซื้อที่ของที่เคยเป็นของตาสิ นี่แหละคับ จุดเริ่มต้นของปัญหา

เกริ่นนำก่อน ที่ดินของตา มี 2 แปลง แปลงหนึ่ง มีสิบไร่ อีกแปลงมี เกือบ 1 ไร่
แปลง 1 ไร่ เคยมีบ้านของตาขายอยู่
แปลงแรกน้าสาว ได้ขายไปให้กับคนอื่นแถวๆจังหวัดเดียวกัน ได้ประมาณเกือบ 10 ปีแล้ว
แปลงที่สองที่เคยมีบ้าน น้าสาว ก็ได้เอาไปกู้แบงค์ และติดโดนยึดกำลังทำเรื่องขายทอดตลาด

แม่ผมเลยมากล่อมให้ผมไปซื้อที่ตรงนั้นเอาไว้ เพราะถ้าซื้อที่อื่น ไม่รู้ว่าที่จะเป็นยังไง จะโดนโกงมั้ย เพื่อนบ้านจะดีมั้ย ไม่รู้
ผมก็เลยโอเค ซื้อจัดการไปขอซื้อทั้งสองแปลง  ทั้งจากคนนอก และจากการซื้อทอดตลาด ใจของผมจริงๆ ก็อยากเอาไว้ทำบ้านสวนนี่แหละ
อ่อ ที่ดิน10 ไร่ มีบ้านเล็กๆแถมติดมา 1 หลัง

พอการซื้อที่ดินของผมเกิดขึ้นเรียบร้อย ก็เหมือนเป็นแรงกระเพื่อม ในหมู่ญาติ น้าสาว ที่เป็นคนขายที่ดินออกไป แกก็ขอ มาอาศัยที่บ้านที่ติดกับที่ดินตรงแปลง 10 ไร่ ด้วยความที่ผมเอง ก็รัก เอ็นดูแก และเป็นน้องสาวแม่ แม่ก็ เห็นว่าน้องกำลังลำบาก ก็เลย ให้มาอยู่ เพราะผมตั้งใจจะทำบ้า่นหลังเล็กๆ ตรงที่ 1 ไร่ที่เป็นบ้านเดิมมากกว่า ผมได้ซื้อดินมาถม เพื่อปรับพื้นที่รอไว้

ทุกอย่างช่วงแรกมันก็เป็นไปด้วยดี และคงเป็นไปได้ดีทุกอย่าง ถ้า ไม่ติดกับเรื่องเดียว คือ เราก็ไม่รู้ว่า เราจะมีความมั่นคงทางการเงิน งาน จะดีไปตลอดหรือไม่

ในระหว่างที่น้าสาวอยุ่ที่บ้านหลังเล็กนั้น น้าก็ได้เช่าบ้านอึกหลังนึงตรงตลาด เพื่อทำรับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า (แฟนของน้าสาว เป็นช่างไฟฟ้า น้าสาวมีลูกชาย 2 คน)  ความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับน้าก็ ธรรมมดา ตามประสาพี่น้อง ของผมกับน้า ก็ธรรมดา จริงๆในอดีดน้าอาจจะเคยทำเรื่องไม่ดีกับแม่ไว้หลายอย่าง แต่เราไม่พูดถึงกัน เพราะ แม่ค่อนข้างจะให้อภัยน้อง ส่วนตัวผมเองกับน้า ในอดีดก็เคยไปรบกวน ไปพักตอนปิดเทิมอยู่ จริงๆผมก็ค่อนข้างรักและหวังดีกับน้าสาวผมเยอะเลยล่ะ (ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ให้น้าเข้ามาอยู่ ทั้งที่ ญาติๆหลายคนก็ขอ เข้ามาอยู่เข้ามาทำกิน) ไม่ว่าจะเป็น น้าชาย ซึ่งเป็นน้องของแม่ ตอนที่ผมให้น้าสาวอยู่น้าชายก็ค่อนข้างผิดหวัง ซึ่งทั้งสองคนนี้ ลูกๆเค้าไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ แต่ทั้งหมดทั้งสิ้นไม่มีใครมีปัญหากับผมเลยนะ ซึ่งผมก็ให้ทั้งน้าสาวน้าชาย บ่งๆกันทำประโยชน์บนที่ดินไปก่อน ก่อนที่ผมจะได้ทำอะไร

และก็ใช่ มักจะมีปัญหากันเสมอ และปัญหามันมักจะมาตกที่ผมเสมอเพราะแต่ละคนมักจะโทรมาฟ้องกล่าวว่าอีกฝ่าย จนผมรุ้สึกว่า ไม่น่าไปซื้อมาเลยสำหรับที่ตรงนั้น เพราะ ตอนไม่มีอะไร ก็ไม่มีใครมีปัยหา แต่พอมีปุ้ป ปัญหาก็มีทันที

แต่ปัญหาที่แท้จริง มันอยู่ที่ว่าใน 2 ปีที่ผ่านมานี้ เศรษฐกิจ งาน เงิน ไม่ดีขึ้นเลย สภาพคล่องทางการเงินแย่ลงเรื่อยๆ ผมเอง ก็จำเป็นต้องหาเงินมาหมุนเวียนงาน และธุรกิจ ซึ่งเราเห็นๆอยู่ว่าติดลบทุกๆเดือนเริ่มเห็นแววว่าน่าจะแบกรับภาระไม่ไหว เลยคุยกันว่า จะขายที่เพราะจำเป็นต้องใช้เงิน เลยคุยกันว่า ต้องขายที่แล้วนะ เฉพาะที่ 10 ไร่ แต่ตรง 1 ไร่ ยังไม่ขาย เพราะคิดว่า ยังไงก็คงกะจะทำบ้านเล็กตรงนั้นแหละ

ทีนี้ก็เลยให้เงินน้าสาวไป ก้อนนึงประมาณ 5 หมื่นบาท เป็นค่าย้ายบ้าน เพื่อตั้งหลักอะไรๆ การย้ายก็ไม่ได้มีปัญหา แต่ติดที่ว่า ต้องรื้อบ้านที่มี ซึ่งก็จะมีเศษไม้ ไม้เสา บางส่วน มากองไว้ที่ ที่ดินเปล่า ก็กะว่าวางไว้อย่างนั้นแหละ ไม่ได้จะทำอะไร แต่ ด้วยที่ดินเกือบ 1 ไร มันก็กว้าง เลยบอกน้าสาวว่า ถ้าจะตั้งบ้าน ก็ได้นะ ยินดีให้ทำ ซักมุมนึงส่วนนึงของที่ดิน

ทีนี้ ก็จะมีตัวละครเพิ่ม มา คือลุง 2 คน ลุงทั้งสองคนนี้จริงๆก็คือ พี่ชายของแม่ ของน้านี่แหละ แต่อยู่คนละจังหวัดทางภาคกลาง โดยพื่นเพ แล้วถ้าเปรียบเทียบความผูกพันธ ลุงทั้งสองจะค่อนข้างเอ็นดูน้าสาว มากกว่าแม่ของผมมากๆ แม่ของผมเนี้ยจัดว่าเป็นลูกชัง น้องชังเลยแหละ พอหลังจากที่ผมบอกว่าทำบ้านตรงที่ดินได้ น้าสาวก็เลย ขอเงิน ลุงๆเพื่อมาช่วยประกอบสร้างบ้าน แต่สิ่งที่ได้รับคือ ลุงๆก็ พูดจาดูถูก ไม่ให้ยิม สบประมาท ตา่งๆนาๆ จนน้าสาว ไม่คิดจะทำแล้ว แต่เสียสายที่ไม้ต้องกองไว้ เลยบอกให้แม่ผมทำบ้าน จริงๆผมก็ไม่ได้อยากทำเลยเพราะ รุ้สึกว่า ไม่อยากให้เงินไปกับบ้านที่เราเองก็ยังไม่ได้อยู่  

ตอนแรกผมไม่อยากสร้าง เพราะกลัวจะมีปัญหา เกี่ยวกับ ไม้ ที่รื้อมา เพราะลุงๆ เขาช่วยออกเงินนิดๆ หน่อยๆในการทำบ้านเล็กๆนั้น แต่ด้วยแม่ก็คะยั้นคะยอ อยากให้สร้าง จะได้ไม่ต้องเสียดายของเปล่าๆ (ไม้ที่รื้อมา) และเพราะน้าสาวเป็นคนบอกเองว่าให้เอามาทำซะเถอะ ดีกว่าทิ้ง ตัวแกนั้น ถ้าลุงๆไม่ช่วยแกก็คงทำไม่ได้ แกเอาเงินที่ได้จากผมไปลงทุนซื้อของขายดีกวา่า

ผมก็โอเค ทำก็ทำ พอเริ่มทำแรกๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอทำบ้านจะเสร็จเท่านั้นแหละ (บา้นก็ไม่ได้สวยอะไรหรอกครับ แต่ว่าก็เหมาะสมกับการเป็นบ้านพัก พักผ่อน บ้านริมทุ่งนา อะไรประมาณนั้น) ซึ่งราคาค่าของ ค่าจ้างช่าง ต่างๆนาๆ ทั้งแม่ และน้าสาวก็รุ้ว่า อยู่ในงบประมาณ 3 แสนบาท พอบ้านจะเสร้จเท่านั้นแหละ ลุงๆ ที่ไม่เคยสนใจบ้าน หรือจะทำบ้านให้น้า ก็เหมือนจะชอบ จะอยากให้น้าได้อยู่มากๆ ผมก็บอกไปว่า งั้นก็ มาซื้อสิ เดี่ยวคิดแค่ค่าของกับค่าช่างนี่แหละ คือ 3 แสนบาท ส่วนค่าที่ดิน ไม่เป็นไร เดี่ยวตัดแบ่งให้ ผมก็เลยให้เวลาน้าสาว ว่า อืม อย่างนี้ก็ได้ ให้น้า กับลูกน้า กับ หลานน้า คือลูกลุง กับลุงๆ ลอง พยายามช่วยๆกันดู (เค้าค่อนข้างสนิทกัน ช่วยเหลือกันบ่อย) ภายใน 1 ปี หามาให้ผม แต่ถ้า ไม่ได้ ผมต้องใช้นะ อาจจะใช้ประโยชน์ ทางใดทางนึง

ซึ่งน้าก็ โอเค มากๆเพราะดูแล้วแกก็อยากได้บ้านหลังนี้มาก

ปัญหาก็คือใน 1 ปีที่ผ่านมา ดูไม่มีใครมีความกระตือรือร้นที่จะทำเรือ่งเงินนี่สิ ผมก็ ถามๆไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้คำตอบ จนจะครบ 1 ปี ผมก้ถามไปอีก คำตอบก็คือ น่าจะหาเงินไม่ได้ ผมก็ว่า งั้นไม่เป็นไรนะ แต่ผม ต้องใช้บ้านแล้วล่ะ ก็วางแผนจะ ต่อเติมอีกนิดหน่อย กะว่าจะให้แม่ไปอยู่ แต่พอผมเริ่มขยับว่าจะไปอยู่ ทางด้านลุงๆก็เหมือนร้อนรน เริ่มแอคทีฟ และก็ เริ่มพูดประมาณว่า เนี้ย ช่วยหน่อยสิ ญาติๆกัน ขอซัก 2 แสนก็แล้วกัน

ผมเองก็อึ้งกับคำขอนี้นะ เพราะ ฝ่ายคนขอต่อ เขาไม่ได้ลำบากอะไรเลย คือในมุมผม ผมมองว่า เค้าไม่ได้ใส่ใจจะเอา แต่พอเราจะใช้เค้าก็มา กดเรา ผมก็ไม่ให้และบอกว่า ผมก็ลงทุนสร้างไป ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์เลยคือ ถ้า ยังไงผมก็ขอแค่ 3 แสนนี่แหละ ผมก็บอกน้าสาวไปว่า ให้ลูกชายน้าสาว กู้แบงค์สิ กู้ออมสินก็ได้ มาช่วยโป่ะให้ครบ 3 แสนหน่อย ฝั่งลุงซักสองแสน น้าซักแสน น้าสาวก็บอกว่า ไม่อยากให้ลูกเป็นหนี้

โอเค ทุกคนไม่อยากเป็นหนี้ ยกเว้นผม

ก็ บรรยากาศเริ่มอึมครึม เพราะทางลุงๆ เริ่มมองว่าผม ไม่มีน้ำใจ แม่ผมก็โดนมองว่า ไม่มีน้ำใจ แต่จะทำไงล่ะ จริงๆบ้านผมก้ไม่ได้อยากสร้าง แต่ถ้าสร้างแล้ว ผมก็ไม่ได้จะเสียเงินไปแบบนั้น

ปัญหาเริ่มหนักขึ้น เมื่อสุดท้ายแล้วลุงของผมก็บอกว่า โอเค เอาละ 3 แสนก็ได้ ผมก็โอเค เพราะถ้าเขาเอาบ้านไปมันก็ดี ดีกับผมเพราะผมไมได้ใช้ประโยชน์อะไร ผมก็มีหนี้ที่ต้องจัดการเหมือนกัน ก็นัดชำระหนี้ล่วงหน้าไว้

แต่สุดท้าย ลุงก็ ยกเลิก คำพูด และบอกผมว่า ไม่มีเงิน อันนี้คือเวลาห่างกันแค่  7 วัน ด้วยเหคุผลคือ เขา้ใจผิดคิดว่ามีเงิน แต่จริงๆไม่มี ผมนี่แบบ โกรธสุดๆ แต่ไม่ได้แสดงอาการอะไร แต่ยอมรับว่าเคืองมาก ใจผม ไม่อยู่กับบ้านหลังนั้นแล้ว

แม่ผมก็อุสาห์ไปเสนอ ให้เต้าว่า เอามั้ย จ่ายมาก่อน 1 แสน แล้วที่เหลือทยอยๆจ่าย ลุงก็ บอกว่าถ้าจ่ายก็ต้องโอน แล้วก็คงพูดไม่ดีเท่าไหร่ แม่ผมก็คงโกรธ เลยบอกว่า งั้นถ้าพี่น้องไม่เอา งั้นก็ขายคนนอกละกัน เท่านั้นแหละ เขาก็เดือดร้อนกันเลย และยิงเพิ่มความเดือดเข้าไปอีก เมื่อ คนที่มาคุยขอซื้อคือน้าชาย ซึ่งเป็นน้องของแม่ แต่เป็นพี่ของน้า ซึ่งน้าชายคนนี้ ลุงๆน้าๆ ไม่มีใครเอาแกเลย แต่สำหรับผมผมก็ เฉยๆ

พอรู้ว่าน้าชายจะเอาเท่านั้นแหละ ก็ แหลกกันเลย ลุงๆโทรมาด่าแม่ ด่าสาปแช่งผม ว่า เนรคุณ ขายที่ของพ่อแม่  ขายที่ของปูย่าตายาย ด่าสาป สารพัด จริงๆแม่ผม เนี้ย โดนพี่ๆด่า คงจะชินแล้ว แต่พอมาสาปแช่งลูก แกก็คงทนไม่ไหวก็ ด่ากลับประมาณว่า พวก ม เนี้ย จ้องแต่จะเอาเปรียบ ปลาๆๆ

สุดท้ายลุงๆก้ประกาสไม่นับญาติกับแม่กับผม ผมก็มาคิดๆ นี่เราทำผิดอะไร เราซื้อที่ จากที่พวกคุณขายไป เราให้คุณทำบ้าน คุณก็ไม่ทำ พอทำ คุณก็จะเอา จะเอาแบบกดกันอีก

บอกผมหน่อยครับ ผม มันทำผิด มากชนาดนั้น จริงๆใช่มั้ย ถ้าจริง ด่าผมได้เลย เผื่อผมจะสำนึกขึ้นมาได้บ้าง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่