ชื่อเรื่อง.มหาเปรียญเปื้อนฝุ่น บันทึกรักไร้เสียงจากคนข้างบ้าน.
ผู้เขียน มหาผู้อาภัพ.
บทนำ. กลิ่นปูน.คาวปลา และศรัทธาที่กินไม่ได้
ในวัน 45 ปี ผมนั่งมองฝ่ามือที่กร้านหนา..มันคือแผนที่ชีวิตที่จารึกเรื่องราวมาครึ่งศตวรรษ รอยแผลจากฝ่ามือ ที่กร้านปูนมาตอนอายุ13ยังพอเห็นจางๆ กลิ่นคาว ปลาทู และเสียงคลื่นลมทะเล ที่ ดอนสัก สุราษธานี ตอน อายุ17 ยังแว่วอยู่ในหูและระเบียบวินัยทหารเกณฑ์ ตอนอายุ 21 ยังฝังอยู่ในบุลลิค แต่ที่ผมภูมิใจที่สุดคือพัศยส เปรียญธรรม4แระโยค (ปธ4)ที่ผมคว้ามาจากแรงกายและอุตสาหะจากการท่องบาลี ผมเคยคิดว่าแสงธรรมจะนำทางให้สว่างไสว แต่ในโลกแห่งความจริงปี2569 วุฒิบาลีกลับกินไม้ได้ และความรู้ท่วมหัวก็ช่วยอะไรไม่ได้ในวันที่ผมตกงานในวัย กลางคน ผมกลับมาพักใจที่บ้านเกิดในอำเภอโซ่พิสัย. บ้านไม้หลังเก่า ที่กำแพงบ้าน.ติดกับครู แคท.ทุกเช้าผมจะตื่นขึ้นมาได้ยินเสียงเครื่องยนต์ ฟอจูนเน่อ ร์ สีดำ ของเธอ มันคือเสียง เตือนสติว่าโลกจองเราต่างกันเพียงใด เธอคือครู สาว ในวัน 43 ผู้สง่างามที่ต้องขับรถไปสอน ที่ต้องไปสอน เด็กๆ ในเขต อ.เฝ้าไร่ส่วนผมคือ อดีต มหา ที่นั่งมองเงินในบัญชี ที่เหลือเพียง 8บาท คืนสุดท้าย ก่อนที่ผมจะตัดสินใจแบกเป้ใบเดียวมุ่งหน้า สู่ชลบุรี เพื่อสมัครงาน เป็น รปภ.ifs ผมนั่ง อยู่บนแคร่ไม้ ในเงามืด ฟังเสียงหัวเราะครื้นเครงจากบ้านของเธอ เสียงเธอกับแม่คุยกัน อย่างพร้อมหน้า
ผมไม่มีสิทธิ์เดินไปอำลา เพราะความอาภัพในโชควาสนา.พรุ่งนี้เดินทางสู่ชลบุรี
บทที่2 กลิ่นคาวปลาและคลื่นยักษ์ บทเรียนนอกตำราที่ดอนสัก สุราษธานี.
ปีนั้น ผมอายุ 17 ปี ฝุ่นปูนจากไซต์งานก่อสร้างที่นิคมกบินทร์บุรี ยังไม่ทันล้างออกจากซอกเล็บ เมื่องานก่อสร้างโรงงานฮิตาชิสิ้นสุดลง เพื่อนร่วมงานแยกย้ายแต่ชีวิตผมหยุดไม่ได้ ผมตัดสินใจแบกเป้ใบเก่าลงใต้มุ่งหน้า สบู่สุราษธานี อ.ดอนสัก จุดหมายเดียว คือท่าเรือ เสียงตะโกนโวกเหวกและกลิ่นนำ้เค็ม จากเด็กกรรมกร สู่ตังเก อวนลากเดี่ยว ชีวิตตังเกบนอวนลากเดี่ยวไม่ได้สวยงามเหมือนในรูปวาด
มันคือโลกที่ไม่มีพื้นดินให้เหยียบ ไม่มีกลางวันและกลางคืนที่แน่นอนผมต้องเียนรู้ที่จะต้องยืนให้มั่นบนดาดฟ้าที่โคลงเคลง ตามแรงคลื่น มือที่แบกปูนถืออิฐ ดึงอวนลากที่หนักอึ้ง เต็มไปด้วยปลานานาชนิดและเศษปะการังความเหนื่อยล้าถูกชะล้างด้วยนำ้ทะเล ที่สาดซัดเข้ามาทุกนาที
6 เดือน เต็ม ที่ผมกินนอนอยู่กลางทะเล มองไปทางใหนก็เห็นแต่ขอบฟ้าสีครามที่ดูเหมือนกักขังเราไว้ ในคืนที่พายูเข้า คลื่นสูงท่วมหัดพัดเข้าลำเรือ
ผมเรียนรู้คำว่าความตายอยู่แค่เอื้อม
เป็นครั้งแรกที่เด็กชายในวัย 17 อย่างผมเข้าใจว่า ถ้าอยากรอดต้องอึดกว่าคลื่นและแกร่งกว่าพายุ.
ใครจะรู้ว่า เด็กชาย ในวัย 17 ในวันนี้น
อีกหลายปีต่อมา จะเป็น มหาเปรียญธรรม 4 ประโยคที่เชี่ยวชาญภาษาบาลีแต่สุดท้ายต้องมาสวมชุด รปภ.ifs
เพื่อต่อสู้กับมรสุมในวัน 45 อีกครั้ง
ในวันที่ผมนั่งมองรถฟอจูนเน่อร์ ของครูแคท แล่นผ่านไป ผมอยากบอกเธอเหลือเกินว่า มือคู่นี้ที่ไม่มีอะไรเลยในวันนี้ คือมือคู่เดียวกับที่ผมเคยดึงอวนลากเดี่ยวกลางทะเล มาแล้ว
ผมผ่านคลื่นยักษ์มาได้ผมก็ต้องผ่านความจนครั้งนี้ไปให้ได้.เพื่อเธอ
โปรดรอตอนต่อไป ผู้เขียนหิวข้าว.รอก่อน..
จากมหาปธ4.สู่ รปภifs.บันทึกรักข้างบ้านที่ผมไม่กล้าเอ่ยคำลา.(เรื่องจริงของผมในวัน45)อ ภ.ล
ผู้เขียน มหาผู้อาภัพ.
บทนำ. กลิ่นปูน.คาวปลา และศรัทธาที่กินไม่ได้
ในวัน 45 ปี ผมนั่งมองฝ่ามือที่กร้านหนา..มันคือแผนที่ชีวิตที่จารึกเรื่องราวมาครึ่งศตวรรษ รอยแผลจากฝ่ามือ ที่กร้านปูนมาตอนอายุ13ยังพอเห็นจางๆ กลิ่นคาว ปลาทู และเสียงคลื่นลมทะเล ที่ ดอนสัก สุราษธานี ตอน อายุ17 ยังแว่วอยู่ในหูและระเบียบวินัยทหารเกณฑ์ ตอนอายุ 21 ยังฝังอยู่ในบุลลิค แต่ที่ผมภูมิใจที่สุดคือพัศยส เปรียญธรรม4แระโยค (ปธ4)ที่ผมคว้ามาจากแรงกายและอุตสาหะจากการท่องบาลี ผมเคยคิดว่าแสงธรรมจะนำทางให้สว่างไสว แต่ในโลกแห่งความจริงปี2569 วุฒิบาลีกลับกินไม้ได้ และความรู้ท่วมหัวก็ช่วยอะไรไม่ได้ในวันที่ผมตกงานในวัย กลางคน ผมกลับมาพักใจที่บ้านเกิดในอำเภอโซ่พิสัย. บ้านไม้หลังเก่า ที่กำแพงบ้าน.ติดกับครู แคท.ทุกเช้าผมจะตื่นขึ้นมาได้ยินเสียงเครื่องยนต์ ฟอจูนเน่อ ร์ สีดำ ของเธอ มันคือเสียง เตือนสติว่าโลกจองเราต่างกันเพียงใด เธอคือครู สาว ในวัน 43 ผู้สง่างามที่ต้องขับรถไปสอน ที่ต้องไปสอน เด็กๆ ในเขต อ.เฝ้าไร่ส่วนผมคือ อดีต มหา ที่นั่งมองเงินในบัญชี ที่เหลือเพียง 8บาท คืนสุดท้าย ก่อนที่ผมจะตัดสินใจแบกเป้ใบเดียวมุ่งหน้า สู่ชลบุรี เพื่อสมัครงาน เป็น รปภ.ifs ผมนั่ง อยู่บนแคร่ไม้ ในเงามืด ฟังเสียงหัวเราะครื้นเครงจากบ้านของเธอ เสียงเธอกับแม่คุยกัน อย่างพร้อมหน้า
ผมไม่มีสิทธิ์เดินไปอำลา เพราะความอาภัพในโชควาสนา.พรุ่งนี้เดินทางสู่ชลบุรี
บทที่2 กลิ่นคาวปลาและคลื่นยักษ์ บทเรียนนอกตำราที่ดอนสัก สุราษธานี.
ปีนั้น ผมอายุ 17 ปี ฝุ่นปูนจากไซต์งานก่อสร้างที่นิคมกบินทร์บุรี ยังไม่ทันล้างออกจากซอกเล็บ เมื่องานก่อสร้างโรงงานฮิตาชิสิ้นสุดลง เพื่อนร่วมงานแยกย้ายแต่ชีวิตผมหยุดไม่ได้ ผมตัดสินใจแบกเป้ใบเก่าลงใต้มุ่งหน้า สบู่สุราษธานี อ.ดอนสัก จุดหมายเดียว คือท่าเรือ เสียงตะโกนโวกเหวกและกลิ่นนำ้เค็ม จากเด็กกรรมกร สู่ตังเก อวนลากเดี่ยว ชีวิตตังเกบนอวนลากเดี่ยวไม่ได้สวยงามเหมือนในรูปวาด
มันคือโลกที่ไม่มีพื้นดินให้เหยียบ ไม่มีกลางวันและกลางคืนที่แน่นอนผมต้องเียนรู้ที่จะต้องยืนให้มั่นบนดาดฟ้าที่โคลงเคลง ตามแรงคลื่น มือที่แบกปูนถืออิฐ ดึงอวนลากที่หนักอึ้ง เต็มไปด้วยปลานานาชนิดและเศษปะการังความเหนื่อยล้าถูกชะล้างด้วยนำ้ทะเล ที่สาดซัดเข้ามาทุกนาที
6 เดือน เต็ม ที่ผมกินนอนอยู่กลางทะเล มองไปทางใหนก็เห็นแต่ขอบฟ้าสีครามที่ดูเหมือนกักขังเราไว้ ในคืนที่พายูเข้า คลื่นสูงท่วมหัดพัดเข้าลำเรือ
ผมเรียนรู้คำว่าความตายอยู่แค่เอื้อม
เป็นครั้งแรกที่เด็กชายในวัย 17 อย่างผมเข้าใจว่า ถ้าอยากรอดต้องอึดกว่าคลื่นและแกร่งกว่าพายุ.
ใครจะรู้ว่า เด็กชาย ในวัย 17 ในวันนี้น
อีกหลายปีต่อมา จะเป็น มหาเปรียญธรรม 4 ประโยคที่เชี่ยวชาญภาษาบาลีแต่สุดท้ายต้องมาสวมชุด รปภ.ifs
เพื่อต่อสู้กับมรสุมในวัน 45 อีกครั้ง
ในวันที่ผมนั่งมองรถฟอจูนเน่อร์ ของครูแคท แล่นผ่านไป ผมอยากบอกเธอเหลือเกินว่า มือคู่นี้ที่ไม่มีอะไรเลยในวันนี้ คือมือคู่เดียวกับที่ผมเคยดึงอวนลากเดี่ยวกลางทะเล มาแล้ว
ผมผ่านคลื่นยักษ์มาได้ผมก็ต้องผ่านความจนครั้งนี้ไปให้ได้.เพื่อเธอ
โปรดรอตอนต่อไป ผู้เขียนหิวข้าว.รอก่อน..