"สมถกรรมฐาน
(อุปมาด้วยใบไม้บนต้นไม้)
ถ้าไปตะครุบมันอยู่อย่างนี้
ความสงบตอนนั้น...ไม่รู้เรื่องเสียแล้ว
เป็นความสงบ ที่ไม่แน่นอนเช่นว่า
หู ของเรามีอยู่ เครื่องรับมีอยู่
เมื่อยังไม่มีใครมาพูด มาด่าให้เราได้ยิน
เราก็ยังสบาย ยังสงบอยู่ อีกวันหนึ่งพอ
มีเรื่องเข้าไปทางหู เท่านั้น...
มันก็เกิดความไม่สงบขึ้นมาแล้ว ฉะนั้น!
ความสงบนั้น...จึงเป็นความสงบ
เพราะมันปราศจากอารมณ์ต่างๆ
มันก็สงบเฉยๆ อยู่ในอารมณ์อันเดียว
แต่เมื่อมีอารมณ์ต่างๆ ผ่านมาเป็นเหตุ
เป็นปัจจัย ก็มีความเกิดขึ้นมา เกิดดีใจ
เกิดเสียใจขึ้นมา เกิดชอบใจ ไม่ชอบใจ
ขึ้นมา เลยวุ่น...
อันนี้เพราะความสงบนั้น...
เป็นเรื่องของ..."สมถกรรมฐาน"
ไม่ใช่เรื่องของ"ปัญญา"
มันสงบเหมือนกัน แต่ว่ามันไม่เด็ดขาด
คือ มันไม่ได้สงบเพราะรู้ตามความเป็นจริง
เหมือนใบไม้บนต้นไม้ เมื่อไม่มีลมมาพัด
มัน ก็สงบนิ่ง...
แต่ถ้ามีลมมาพัด ก็กวัดแกว่ง
ความสงบอันนี้...มันจึงมีอายุสั้น ที่มันสงบ
อยู่...ก็เพราะอาศัยอารมณ์ ที่มันไม่เปลี่ยน
แปลง
ท่านเรียกว่า...สงบจิต ไม่ใช่ว่า...สงบกิเลส."
#หลวงพ่อชา สุภัทโท
หลวงพ่อชาสอนสมถะสมาธิยกตัวอย่างใบไม้บนต้นไม้
(อุปมาด้วยใบไม้บนต้นไม้)
ถ้าไปตะครุบมันอยู่อย่างนี้
ความสงบตอนนั้น...ไม่รู้เรื่องเสียแล้ว
เป็นความสงบ ที่ไม่แน่นอนเช่นว่า
หู ของเรามีอยู่ เครื่องรับมีอยู่
เมื่อยังไม่มีใครมาพูด มาด่าให้เราได้ยิน
เราก็ยังสบาย ยังสงบอยู่ อีกวันหนึ่งพอ
มีเรื่องเข้าไปทางหู เท่านั้น...
มันก็เกิดความไม่สงบขึ้นมาแล้ว ฉะนั้น!
ความสงบนั้น...จึงเป็นความสงบ
เพราะมันปราศจากอารมณ์ต่างๆ
มันก็สงบเฉยๆ อยู่ในอารมณ์อันเดียว
แต่เมื่อมีอารมณ์ต่างๆ ผ่านมาเป็นเหตุ
เป็นปัจจัย ก็มีความเกิดขึ้นมา เกิดดีใจ
เกิดเสียใจขึ้นมา เกิดชอบใจ ไม่ชอบใจ
ขึ้นมา เลยวุ่น...
อันนี้เพราะความสงบนั้น...
เป็นเรื่องของ..."สมถกรรมฐาน"
ไม่ใช่เรื่องของ"ปัญญา"
มันสงบเหมือนกัน แต่ว่ามันไม่เด็ดขาด
คือ มันไม่ได้สงบเพราะรู้ตามความเป็นจริง
เหมือนใบไม้บนต้นไม้ เมื่อไม่มีลมมาพัด
มัน ก็สงบนิ่ง...
แต่ถ้ามีลมมาพัด ก็กวัดแกว่ง
ความสงบอันนี้...มันจึงมีอายุสั้น ที่มันสงบ
อยู่...ก็เพราะอาศัยอารมณ์ ที่มันไม่เปลี่ยน
แปลง
ท่านเรียกว่า...สงบจิต ไม่ใช่ว่า...สงบกิเลส."
#หลวงพ่อชา สุภัทโท