พิมพ์แล้วข้อความหาย
ช่วงประมาณ 1 อ◌าทิตย์ที่แล้ว ี เพิ่งเริ่มรู้สึกปวดหัวจี๊ดๆปวดตุ๊บๆตั้งแต่ขมับยันข้างหลังท้ายทอย ตัอแบบบีบๆต้องุหยุดนิ่ง ยังคิดอยู่ว่าจะเป็นเส้นเลือดสมองตีบหรือเปล่า คนข้างบ้านก็เป็นมาเป็น 10 ปีแล้ว
อีกวันก็ตกหมอนข้างซ้าย อีกวันก็ตกหมอนข้างขวา
ทำงานเหนื่อย หลายหน้า + กิจกรรม เหนื่อยกับคนทั้งญาติ ทั่งที่ทำงาน
ช่วงกลางเดือน หลังเลิกงาน ต้องไปฟังพระสวดอภิธรรม 3 รอบ พระสงฆ์เจ้าคณะภาค มรณะภาพ อยู่เขตตำบลที่ทำงาน
ตอนนี้ยังรู้สึกสลดหดหู่
และรู้สึกว่ายังวนเวียนไม่ไปไหน หนักไป อยากพัก ห่างพลังลบที่ทำงาน และรอบข้าง อยากออกจากพลังงานลบ
อยากสมาธิสวดมนต์อยู่กับต้นไม้สัตว์เลี้ยงมาหลายปี แต่ไม่พ้นคนรอบข้าง นินทาว่า ไม่คุย ไม่เอาใคร ไร้ษย์สัมพันธ์ แปลก
สงสัย จะเวทนา จนมโน จิตปรุงแต่งไปต่างๆนาๆ ว่าเขายังไม่ไป
เมื่อช่วงใกล้สิ้นเดือนที่แล้วมา
27/2/69 ตรงกับวันศุกร์
1. เวลาประมาณ 06.00น.
ผู้หญิงขับรถมอเตอร์ไซด์ ถูกรถชน ตรงยูเทิร์น
รถที่มาอีกฝั่งย◌ูเทิร์นบัง ไปเจอรถทางตรงมาด้วยความเร็วสูง ชนอย่างจัง หน้าร้านข้าวมันไก่ กระเด็นขึ้นไปบนรถเก๋ง หัวกระแทกกับกระจกรถเก๋งยุบร้าวกันชนหลุด คน กระเด็นไปตกหน้าร้านแก๊ส
ประมาณ 12.00น. เสียชีวิต อายุ63ปี ศีรษะได้รับความบอบช้ำจากการกระทบกระเทือน
2. ผู้หญืงป่วยมานาน เสียชีวิต วันเดียวกัน อายุ79ปี
3. วันเดียวกัน เวลาประมาณ 21.00น. ผู้ชายขับรถมอเตอร์ไซด์ ตกถนน ที่ตำบลใกล้เคียง เขตที่ทำงาน
28/2/69 ประมาณ 12.00 น. เสียชีวิต อายุ 15 ปี เลือดออกในสมอง
ทั้ง 3 ราย อยู่หมู่บ้านเดียวกันทั้งหมด
และ เป็นญาติเราทั้งหมดด้วย
1. ยายของ 1. เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ ย่า
2. แม่สามีของ 2. เป็นน้องสาวของ ยาย ( ยายกับปู่ เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน )
3. ปู่ของ 3. เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ แม่
เมื่อวัยเด็กอาจเคยใกล้ชิด แต่พอโตมา ไม่ค่อยเจอกัน เราแยกย้ายไปเรียนทำงาน 20 กว่าปีแล้ว แทบจะลืมหน้า
ช่วงนี้ ต้องมาเห็นญาติร่ำไห้ติดกันอีก 3 งาน.
วันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 69 นี่ เช้าไปใส่บาตรงานราย 3 เพลมาใส่บาตรราย 2 แล้วไปเผา กลางคืนว่าจะไปฟังพระราย 1 แต่ร้องไห้เหนื่อยไม่ไหว
ก่อนหน้าที่ 3 รายนี้จะตาย เมียของคนที่เคยทำงานด้วยกัน ก็ป่วยตาย อยู่หมู่ 1 ไม่ไกลกัน นิมนต์พระวัดเดียวกัน กับรายที่ 1 ที่ 2 พระก็ไปงานราย หมู่ 1 ก่อน แล้วมารายที่ 1 แล้วก็รายที่ 2 พระมาตอน 20:30 น. ห่างไปประมาณ 1 กิโลเมตรก็มีอีก 1 วัด
ตอนแรกจะเผากันวันจันทร์ คือต้องตั้งกองฟอนนอก วัดมีเมรุเดียว
ราย 2 เผาวันอาทิตย์ ั รายหมู่ 1 เผาวันจันทร์ ราย 1 เผาวันอังคาร ตรงวันมาฆบูชา ราย 3 เผาวันพุธ
ยิ่งวันเผานี่นเข้าเตามที่วเขา่ร่ำไห้ อี-ม◌ึงตายจริงๆแล้วไง ๆ บ่อน้◌ำตาแตกร้องไห้หนักกลับมานอนร้องไห้ต่ออีก1คืน
ยิ่งรายที่ 2 เป็นเด็กนี่ ปู่กับตา นี่กรีดร้องตะโกนเต็มที่ ร้องระงม เป็นลม เตือนตัวเองอย่าร้องไห้เกิน พกเข็มกลัดติดอกซ้าย พกเกลือเม็ดใส่ถุง พกใบทับทิม ช่วยได้ น้ำตาไม่แตก ต่อหน้าคนเยอะ แต่กลับมาร้องไห้ที่บ้านต่อ
ตัดเวทนายังไง
ช่วงประมาณ 1 อ◌าทิตย์ที่แล้ว ี เพิ่งเริ่มรู้สึกปวดหัวจี๊ดๆปวดตุ๊บๆตั้งแต่ขมับยันข้างหลังท้ายทอย ตัอแบบบีบๆต้องุหยุดนิ่ง ยังคิดอยู่ว่าจะเป็นเส้นเลือดสมองตีบหรือเปล่า คนข้างบ้านก็เป็นมาเป็น 10 ปีแล้ว
อีกวันก็ตกหมอนข้างซ้าย อีกวันก็ตกหมอนข้างขวา
ทำงานเหนื่อย หลายหน้า + กิจกรรม เหนื่อยกับคนทั้งญาติ ทั่งที่ทำงาน
ช่วงกลางเดือน หลังเลิกงาน ต้องไปฟังพระสวดอภิธรรม 3 รอบ พระสงฆ์เจ้าคณะภาค มรณะภาพ อยู่เขตตำบลที่ทำงาน
ตอนนี้ยังรู้สึกสลดหดหู่
และรู้สึกว่ายังวนเวียนไม่ไปไหน หนักไป อยากพัก ห่างพลังลบที่ทำงาน และรอบข้าง อยากออกจากพลังงานลบ
อยากสมาธิสวดมนต์อยู่กับต้นไม้สัตว์เลี้ยงมาหลายปี แต่ไม่พ้นคนรอบข้าง นินทาว่า ไม่คุย ไม่เอาใคร ไร้ษย์สัมพันธ์ แปลก
สงสัย จะเวทนา จนมโน จิตปรุงแต่งไปต่างๆนาๆ ว่าเขายังไม่ไป
เมื่อช่วงใกล้สิ้นเดือนที่แล้วมา
27/2/69 ตรงกับวันศุกร์
1. เวลาประมาณ 06.00น.
ผู้หญิงขับรถมอเตอร์ไซด์ ถูกรถชน ตรงยูเทิร์น
รถที่มาอีกฝั่งย◌ูเทิร์นบัง ไปเจอรถทางตรงมาด้วยความเร็วสูง ชนอย่างจัง หน้าร้านข้าวมันไก่ กระเด็นขึ้นไปบนรถเก๋ง หัวกระแทกกับกระจกรถเก๋งยุบร้าวกันชนหลุด คน กระเด็นไปตกหน้าร้านแก๊ส
ประมาณ 12.00น. เสียชีวิต อายุ63ปี ศีรษะได้รับความบอบช้ำจากการกระทบกระเทือน
2. ผู้หญืงป่วยมานาน เสียชีวิต วันเดียวกัน อายุ79ปี
3. วันเดียวกัน เวลาประมาณ 21.00น. ผู้ชายขับรถมอเตอร์ไซด์ ตกถนน ที่ตำบลใกล้เคียง เขตที่ทำงาน
28/2/69 ประมาณ 12.00 น. เสียชีวิต อายุ 15 ปี เลือดออกในสมอง
ทั้ง 3 ราย อยู่หมู่บ้านเดียวกันทั้งหมด
และ เป็นญาติเราทั้งหมดด้วย
1. ยายของ 1. เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ ย่า
2. แม่สามีของ 2. เป็นน้องสาวของ ยาย ( ยายกับปู่ เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน )
3. ปู่ของ 3. เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ แม่
เมื่อวัยเด็กอาจเคยใกล้ชิด แต่พอโตมา ไม่ค่อยเจอกัน เราแยกย้ายไปเรียนทำงาน 20 กว่าปีแล้ว แทบจะลืมหน้า
ช่วงนี้ ต้องมาเห็นญาติร่ำไห้ติดกันอีก 3 งาน.
วันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 69 นี่ เช้าไปใส่บาตรงานราย 3 เพลมาใส่บาตรราย 2 แล้วไปเผา กลางคืนว่าจะไปฟังพระราย 1 แต่ร้องไห้เหนื่อยไม่ไหว
ก่อนหน้าที่ 3 รายนี้จะตาย เมียของคนที่เคยทำงานด้วยกัน ก็ป่วยตาย อยู่หมู่ 1 ไม่ไกลกัน นิมนต์พระวัดเดียวกัน กับรายที่ 1 ที่ 2 พระก็ไปงานราย หมู่ 1 ก่อน แล้วมารายที่ 1 แล้วก็รายที่ 2 พระมาตอน 20:30 น. ห่างไปประมาณ 1 กิโลเมตรก็มีอีก 1 วัด
ตอนแรกจะเผากันวันจันทร์ คือต้องตั้งกองฟอนนอก วัดมีเมรุเดียว
ราย 2 เผาวันอาทิตย์ ั รายหมู่ 1 เผาวันจันทร์ ราย 1 เผาวันอังคาร ตรงวันมาฆบูชา ราย 3 เผาวันพุธ
ยิ่งวันเผานี่นเข้าเตามที่วเขา่ร่ำไห้ อี-ม◌ึงตายจริงๆแล้วไง ๆ บ่อน้◌ำตาแตกร้องไห้หนักกลับมานอนร้องไห้ต่ออีก1คืน
ยิ่งรายที่ 2 เป็นเด็กนี่ ปู่กับตา นี่กรีดร้องตะโกนเต็มที่ ร้องระงม เป็นลม เตือนตัวเองอย่าร้องไห้เกิน พกเข็มกลัดติดอกซ้าย พกเกลือเม็ดใส่ถุง พกใบทับทิม ช่วยได้ น้ำตาไม่แตก ต่อหน้าคนเยอะ แต่กลับมาร้องไห้ที่บ้านต่อ