ปี 2568 ถือเป็นช่วงที่ตลาด “ชะลอชัดเจน” หลายบริษัทมีรายได้ทรงตัวหรือปรับลดลง ขณะที่กำไรสุทธิของหลายรายหดตัวแรง สะท้อนทั้ง การแข่งขันที่สูงขึ้น ต้นทุนทางการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง และกำลังซื้อที่อ่อนตัวลง
.
Developer ที่มีรายได้รวมสูงสุด ได้แก่ AP Thailand 37,626 ล้านบาท (+0.4% YoY)
บริษัทที่มีกำไรสูงสุด คือ Sansiri 4,513 ล้านบาท (-14% YoY)
บริษัทที่มี Net Profit Margin ในอัตราที่สูง ได้แก่ Q House 21.9%, Land & Houses 17% และ Supalai 16.4% สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรและควบคุมต้นทุนที่ดี
มีเพียงไม่กี่บริษัทที่สวนกระแสตลาด ได้แก่ Noble ที่แม้รายได้จะลดลง 34% (YoY) แต่กำไรเพิ่มขึ้นถึง 37% (YoY) ขณะที่ Ornsirin ผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่เน้นพัฒนาโครงการในจังหวัดหลักอย่างเชียงใหม่และภูเก็ต สามารถสร้างการเติบโตของรายได้ 55% และกำไรสุทธิ 60%
.
ภาพรวมปี 2568 สะท้อนว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วง “คัดกรองผู้เล่น” เมื่อรายได้และกำไรของหลายบริษัทปรับตัวลดลง แม้ผู้พัฒนารายใหญ่ยังคงครองกำไรหลักของอุตสาหกรรม แต่ท้ายที่สุดแล้ว บริษัทที่บริหารสต็อกได้ดี มีแลนด์แบงก์ต้นทุนต่ำ และพัฒนาสินค้าที่ตรงกับดีมานด์จริงของตลาด จะเป็นกลุ่มที่สามารถผ่านรอบตลาดขาลงนี้ไปได้อย่างแข็งแกร่งที่สุด
.
ข้อมูลผลประกอบการจาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
ผลประกอบการ 15 อันดับ เรียงลำดับจากกำไรสุทธิ
เปิดผลประกอบการปี 2568 ของ 15 บริษัทอสังหาริมทรัพย์