KEY POINTS
จีนทุ่มงบประมาณมหาศาลด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) โดยตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สำคัญของโลก
นโยบายอุตสาหกรรมยุคใหม่ เชื่อมโยงกับความมั่นคงของชาติ มุ่งเน้นการพึ่งพาตนเองในเทคโนโลยีสำคัญ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคตที่หลากหลาย ตั้งแต่เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ การบินอวกาศเชิงพาณิชย์ ไปจนถึงชีวการแพทย์และนวัตกรรมสุขภาพ
มาส่องกันต่อเลยว่า โครงสร้างและคุณลักษณะของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ของจีน จะปรับเปลี่ยนอย่างไรอีกบ้างในระยะยาว ...
ตัวเลขอย่างเป็นทางการของจีนระบุว่า ในปี 2025 มูลค่าการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาของจีนมีสัดส่วนคิดเป็น 2.8% ของจีดีพี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม OECD เป็นครั้งแรกในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เรียกว่า การลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนาของจีนแซงหน้าของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว
โดยที่จีนตั้งเป้าสูงที่จะเพิ่มสัดส่วนการวิจัยและพัฒนาดังกล่าวเอาไว้ ผมจึงเชื่อมั่นว่า จีนจะทุ่มเม็ดเงินและทรัพยากรอื่นเพื่อการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมมากขึ้นในอนาคต ซึ่งจะทำให้จีนมีแนวโน้มสูง ที่จะกลายเป็น “ศูนย์กลางด้านการวิจัยและพัฒนาที่สำคัญสุดแห่งหนึ่งของโลก และจะกลายเป็น “ฐานการพัฒนานวัตกรรม” ที่สำคัญยิ่งในระยะยาว
3. นโยบายอุตสาหกรรมเชื่อมโยงกับความมั่นคงและอิทธิพลระดับโลกมากขึ้นโดยลำดับ การยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตเชื่อมโยงอย่างแนบแน่น กับเสถียรภาพความมั่นคงของชาติ และความทะเยอทะยานของจีนในการกำกับดูแลเศรษฐกิจโลก
เราจึงสังเกตเห็นการให้ความสำคัญกับการพึ่งพาตนเองของจีนในหลายเทคโนโลยีสำคัญ เพื่อวัตถุประสงค์หลักในด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และระบบการประมวลผลขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจระดับการบินต่ำ การบินและอวกาศเชิงพาณิชย์
เราลองไปส่องดูรายละเอียดกันดู เริ่มจากเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งถือว่าเป็น “รากฐาน” ที่สนับสนุนอุตสาหกรรมอื่นๆ ในยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ของจีน จึงไม่น่าแปลกใจที่รัฐบาลจีนถือว่า ความเชี่ยวชาญด้านเซมิคอนดักเตอร์ มีความสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี
โดยคาดว่า การผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ในปี 2026 จะอยู่บนพื้นฐานของ “ความยืดหยุ่น” โดยในด้านหนึ่ง จะมุ่งเน้นไปที่การเร่งพัฒนาชิปขั้นสูงที่มีขนาดไม่เกิน 7 นาโนมิลลิเมตร (nm) ซึ่งถูกสหรัฐฯ ควบคุมการส่งออก ควบคู่ไปกับการใช้อุปกรณ์ที่สะสมไว้ก่อนการคว่ำบาตร
ในอีกด้านหนึ่ง จีนจะเพิ่มความพยายามในการพัฒนาและผลิตชิปที่มีขนาดใหญ่กว่า (14-28 nm) ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในรถยนต์ อุปกรณ์ IoTs และ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม เพื่อลดการนำเข้า ตอบสนองความต้องการภายในประเทศและสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการผลิตด้านดิจิตัลในวงกว้าง
ขณะเดียวกัน โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล ศูนย์ข้อมูล และระบบคลาวด์ ก็เป็นอุตสาหกรรมที่จีนต้องการพัฒนาเพื่อให้ระบบนิเวศ มีความพร้อมสรรพ นอกจากการผลิตชิปแล้ว จีนยังให้ความสำคัญกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลที่ทำงานบนชิปเหล่านั้น
อาทิ โครงการ Eastern Data, Western Computing ที่ย้ายปริมาณงานของศูนย์ข้อมูลไปยังพื้นที่ด้านตะวันตก และกำหนดให้ศูนย์ข้อมูลที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐต้องใช้ชิปที่ผลิตขึ้นในประเทศเป็นหลัก
สิ่งนี้กระตุ้นให้เกิดการขยายตัวของอุปสงค์ในเซิร์ฟเวอร์การประมวลผลและอุปกรณ์เครือข่ายขึ้นภายในประเทศ จีนกำลังสร้างระบบการประมวลผลแบบขนานที่ “สมอง” หรือระบบการประมวลผลกลาง (CPU) ระบบปฏิบัติการ และบริการคลาวด์ ล้วนอยู่ภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
ปัญญาประดิษฐ์เป็นอีกอุตสาหกรรมเป้าหมายของจีน นอกเหนือจากการเปิดให้ผู้บริโภคใช้ประโยชน์ ปัญญาประดิษฐ์ได้ถูกเชื่อมต่อและบูรณาการกับหลายอุตสาหกรรมเป้าหมายภายใต้นโยบาย AI Plus ของจีน อาทิ หุ่นยนต์ โดรนและยานยนต์ไร้คนขับ และสายการผลิตอัจฉริยะ ตลอดจนอุปกรณ์การแพทย์สมัยใหม่ และมีแนวโน้มว่าการบูรณาการกับเศรษฐกิจที่แท้จริงจะเพิ่มระดับความลึกซึ้งยิ่งขึ้นในปี 2026
สิ่งนี้สะท้อนถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ จากการจำหน่ายสินค้าและระบบที่เกี่ยวข้องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นของตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ
ประการสำคัญ ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์นับเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติด้านความมั่นคง ดังนั้น นอกจากการเชื่อมต่อและบูรณาการกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว การกำหนดให้ปัญญาประดิษฐ์มีอัลกอริธึมที่เหมาะสม และอยู่ภายใต้การกำกับดูแล ถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับพรรคคอมมิวนิสต์และรัฐบาลจีน
เศรษฐกิจระดับการบินต่ำ การบินและอวกาศเชิงพาณิชย์ นับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของจีนที่พยายามไล่ตามความรุดหน้าของสหรัฐฯ และชาติมหาอำนาจอื่น เราน่าจะเห็นการบูรณาการนวัตกรรมหลายด้านเพื่อพัฒนา โดรน รถบินได้ เครื่องบิน จรวด และ ดาวเทียมเชิงพาณิชย์ ตลอดจนเครื่องยนต์ไอพ่น และ ฐานปล่อยจรวด รวมไปถึงกิจกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ที่ขยายตัวมากขึ้น อาทิ การผลิตดาวเทียมขนาดเล็ก บริการปล่อยดาวเทียม อินเตอร์เน็ตดาวเทียม และ บริการท่องอวกาศ
ในเชิงธุรกิจ ตลาดสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง นับว่ามีขนาดใหญ่และเต็มไปด้วยศักยภาพ ยกตัวอย่างเช่น ข้อมูลจากสำนักงานการบินพลเรือนของจีนคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจระดับการบินต่ำจะมีมูลค่ามากกว่า 3.5 ล้านล้านหยวน ภายในปี 2035 โดยโดรนจะเป็นกระแสหลักในด้านการเกษตร การตรวจสอบพลังงาน โลจิสติกส์ ความปลอดภัยสาธารณะ และ บริการในเมือง รวมทั้งมิติด้านความมั่นคงควบคู่กันไป
อีกนวัตกรรมที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันก็คือ ยาชีวภาพและนวัตกรรมการดูแลรักษาสุขภาพ ประการแรก รัฐบาลจีนกำหนดนโยบายสำคัญด้านสุขภาพ “Healthy China 2030” ในอีกประการหนึ่ง แม้ว่าจะผ่านบทเรียนสำคัญในเรื่องวิกฤติโควิด-19 แต่จีนก็มีโจทย์ใหญ่เกี่ยวกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุรออยู่ เหล่านี้ต้องการนวัตกรรมการดูแลรักษาสุขภาพที่ล้ำสมัย
นอกจากนี้ จีนยังมุ่งหวังที่จะพึ่งพาตนเองในด้านวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต ดังนั้น ชีวการแพทย์ยังคาดว่าจะเป็นประเด็นสำคัญในปี 2026 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องนวัตกรรมการผลิตยาใหม่ ที่ใช้เวลาในการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งการทดลองและการอนุมัติขั้นสุดท้ายที่ใช้ระยะเวลาที่สั้นลง ซึ่งช่วยลดเวลาการพัฒนา และความเสี่ยงในการนำยาใหม่ที่มีคุณภาพดีกว่าออกสู่ท้องตลาดแก่นวัตกรของจีนและต่างชาติ
ทำนองเดียวกันเกิดขึ้นกับนวัตกรรมอุปกรณ์การแพทย์ ที่นำร่องใช้ใน GBA และไฮ่หนาน รวมทั้งในโรงพยาบาลของรัฐหลายแห่งในจีน อาทิ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ให้ความสำคัญกับการวินิจฉัยด้วยปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ผ่าตัดทางไกล การถ่ายภาพระดับไฮเอนด์ และรากฟันเทียมเจนใหม่
นอกจากนี้ จีนยังกำลังเสริมสร้างความรุดหน้าใน “ระบบดิจิตัลด้านการดูแลรักษาสุขภาพ” โดยปัจจุบัน จีนมีโรงพยาบาลอินเตอร์เน็ตเปิดให้บริการมากกว่า 3,000 แห่งทั่วจีน บริการเหล่านี้ครอบคลุมการให้คำปรึกษาออนไลน์ การออกใบสั่งจ่ายยาออนไลน์ และการจ่ายเงินที่เชื่อมโยงกับระบบประกันสุขภาพ
อุตสาหกรรมจีนจะเปลี่ยนแปลงในแง่มุมไหนอีกบ้าง และกิจการต่างชาติต้องเตรียมรับมืออย่างไรบ้าง? ติดตามอ่านตอนต่อไป ...
เกี่ยวกับผู้เขียน : ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน, อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน ผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับตลาดจีน มุ่งหวังนำข้อมูลและมุมมอง ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ การตลาดและอื่น ๆ ที่อยู่ในกระแสของจีนมาแลกเปลี่ยนกับผู้อ่าน เพื่อเราจะไม่ตกขบวน “รถไฟความเร็วสูง” ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน
ถอดรหัสอุตสาหกรรมยุคใหม่ของจีน ต่างชาติต้องเตรียมรับมืออย่างไรในปี 2026