ข่าวสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
๕ มีนาคม ๒๕๖๙
📌 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แถลง “ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน ให้ที่ดินพุทธมณฑล ๒,๕๐๐ ไร่ เป็นศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา”
วันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๙
นางอุดมพร เอกเอี่ยม #ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แถลงข่าวสำคัญยิ่งสำหรับพุทธศาสนิกชน มีสาระสังเขปว่า
#ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาในคดีพิพาทระหว่าง
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กับ
กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง กรณีการขึ้นทะเบียนที่ดินพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ประมาณ ๒,๕๐๐ ไร่ เป็นที่ราชพัสดุ โดยศาลมีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น ว่า
ที่ดินพุทธมณฑลดังกล่าวมีสถานะเป็น #ศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา มิใช่ทรัพย์สินของรัฐที่ต้องขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ยื่นฟ้อง
กรมธนารักษ์ ต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้เพิกถอนการดำเนินการขึ้นทะเบียนที่ดินพุทธมณฑลเป็นที่ราชพัสดุ เนื่องจากกรมธนารักษ์ได้อาศัยการตีความตามความเห็นของ คณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าที่ดินดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของรัฐและควรขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน
อย่างไรก็ตาม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการจัดตั้งพุทธมณฑล รวมทั้งไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และหลักกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางพระพุทธศาสนา จึงได้ใช้สิทธิตามกฎหมายยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อให้มีการพิจารณาวินิจฉัยข้อพิพาทดังกล่าว
ต่อมา ศาลปกครองชั้นต้นได้พิจารณาพยานหลักฐาน เอกสารทางประวัติศาสตร์ ตลอดจนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดตั้งพุทธมณฑล ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาและเป็นพุทธบูชาเนื่องในโอกาส ๒๕ พุทธศตวรรษ โดยมีการจัดหาที่ดินจากการบริจาค การจัดซื้อ และการสนับสนุนจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา
ศาลปกครองชั้นต้นจึงมีคำพิพากษาว่า
ที่ดินพุทธมณฑลดังกล่าวมีลักษณะเป็น “ศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา” ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มิใช่ทรัพย์สินของรัฐที่ต้องขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ และการดำเนินการของกรมธนารักษ์ในการขึ้นทะเบียนดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ภายหลังคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น กรมธนารักษ์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอให้พิจารณากลับคำพิพากษาดังกล่าว การดำเนินคดีและการต่อสู้คดีเป็นไปอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายปี
📌 กระทั่งในวันนี้ ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้น โดยวินิจฉัยว่าที่ดินพุทธมณฑล เนื้อที่ประมาณ ๒,๕๐๐ ไร่ มีสถานะเป็น “ศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา” ตามกฎหมายคณะสงฆ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงไม่อยู่ในข่ายที่จะขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุของรัฐ ไม่สามารถถูกจำหน่ายจ่ายโอนไปเพื่อกิจการอื่นนอกพระพุทธศาสนา คณะสงฆ์ และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติตลอดไป
🙏 “พุทธมณฑล” เป็นพุทธานุสรณียสถานสำคัญสูงสุดของชาติไทย ตามนโยบายการฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ ซึ่ง
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานสถาปนาขึ้น โดยรัฐบาลร่วมกับพุทธศาสนิกชน พรั่งพร้อมกันโดยเสด็จพระราชกุศล เพื่อเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา ทั้งด้านการศึกษา และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ
💛
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชศรัทธาพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ส่วนหนึ่ง และพระราชทานพระบรมราโชบายในการก่อสร้างทุกขั้นตอน และยังทรงพระมหากรุณาทรงรับงานพุทธมณฑลไว้ใน
#พระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อการสร้างพุทธมณฑลแล้วเสร็จสมบูรณ์ในสมัยที่
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราช
💛
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ได้ทรงสืบสานพระราชปณิธานนี้อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด
🤍 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
“สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ” ในฐานะหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลกิจการพระพุทธศาสนา ได้ทุ่มเทสรรพกำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาสถานะทางกฎหมายและเจตนารมณ์ของการสถาปนาพุทธมณฑลในฐานะศูนย์กลางพระพุทธศาสนา ในฐานะ
“ศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา” ให้คงอยู่ตามวัตถุประสงค์ดั้งเดิมของการจัดตั้ง
❤️ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระบุว่า ได้ดำเนินการต่อสู้คดีดังกล่าวตามกระบวนการทางกฎหมาย อย่างเต็มกำลัง เพื่อคุ้มครองและรักษาทรัพย์สินของพระพุทธศาสนาให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้งพุทธมณฑล รวมทั้งเพื่อให้เกิดความชัดเจนทางกฎหมายเกี่ยวกับสถานะของที่ดินดังกล่าว
🙏 เมื่อศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาถึงที่สุดในวันนี้ คดีดังกล่าวจึงถือเป็นอันยุติ นำความปีติยินดีมาสู่พุทธบริษัททั่วหน้า
📌 ทั้งนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะดำเนินการเสนอเรื่องต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคม เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินการในขั้นต่อไป อันเกี่ยวเนื่องกับการบริหารจัดการและการดูแลพุทธมณฑลให้เป็นไปตามหลักพระธรรมวินัย กฎหมาย และเจตนารมณ์ของการจัดตั้งพุทธมณฑลในฐานะศูนย์กลางพระพุทธศาสนา
💛 อนึ่ง เมื่อพุทธศักราช ๒๕๖๘
#พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดรับ
“โครงการพัฒนาพุทธมณฑล ศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา สืบสานพระบรมราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบรมราชูปถัมภกแห่งงานพุทธมณฑล เนื่องในอภิลักขิตสมัย ๑๐๐ ปีวันพระบรมราชสมภพ พุทธศักราช ๒๕๗๐” ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามที่ ส
มเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก นำความถวายพระพรขอพระมหากรุณา
🙏 คณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคม และรัฐบาลโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะได้ร่วมกันสนองพระบรมราโชบาย และพระสังฆราโชบาย อนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนา “พุทธมณฑล ในพระบรมราชูปถัมภ์” เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา นับแต่ปัญหาทางข้อกฎหมายได้ยุติลงอย่างเรียบร้อยโดยสมบูรณ์แล้วในวันนี้ ให้สมดั่งพระบรมราชปณิธานในรัชกาลที่ ๙ และในรัชกาลปัจจุบันและสมกุศลเจตนารมณ์ของชาวพุทธ เป็นศุภนิมิตแห่งความเจริญมั่นคงของกิจการพระพุทธศาสนาของชาติไทยและของโลก ด้วยเดชะพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมแห่งองค์อัครศาสนูปถัมภกสืบไป
🔴 ติดตามข่าวสารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ที่
🔸 YouTube :
https://youtube.com/c/สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
🔸 Facebook :
https://www.facebook.com/www.onab.go.th
🔸 Website :
www.onab.go.th
🔸 TikTok :
https://www.tiktok.com/@onab_official?_t=8iANfFAlcxT&_r=1
🙏 “ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน ให้ที่ดิน “พุทธมณฑล” ๒,๕๐๐ ไร่ เป็นศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา”
ข่าวสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
๕ มีนาคม ๒๕๖๙
📌 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แถลง “ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน ให้ที่ดินพุทธมณฑล ๒,๕๐๐ ไร่ เป็นศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา”
วันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๙ นางอุดมพร เอกเอี่ยม #ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แถลงข่าวสำคัญยิ่งสำหรับพุทธศาสนิกชน มีสาระสังเขปว่า
#ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาในคดีพิพาทระหว่าง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กับกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง กรณีการขึ้นทะเบียนที่ดินพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ประมาณ ๒,๕๐๐ ไร่ เป็นที่ราชพัสดุ โดยศาลมีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น ว่า ที่ดินพุทธมณฑลดังกล่าวมีสถานะเป็น #ศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา มิใช่ทรัพย์สินของรัฐที่ต้องขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ยื่นฟ้อง กรมธนารักษ์ ต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้เพิกถอนการดำเนินการขึ้นทะเบียนที่ดินพุทธมณฑลเป็นที่ราชพัสดุ เนื่องจากกรมธนารักษ์ได้อาศัยการตีความตามความเห็นของ คณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าที่ดินดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของรัฐและควรขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน
อย่างไรก็ตาม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการจัดตั้งพุทธมณฑล รวมทั้งไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และหลักกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางพระพุทธศาสนา จึงได้ใช้สิทธิตามกฎหมายยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อให้มีการพิจารณาวินิจฉัยข้อพิพาทดังกล่าว
ต่อมา ศาลปกครองชั้นต้นได้พิจารณาพยานหลักฐาน เอกสารทางประวัติศาสตร์ ตลอดจนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดตั้งพุทธมณฑล ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาและเป็นพุทธบูชาเนื่องในโอกาส ๒๕ พุทธศตวรรษ โดยมีการจัดหาที่ดินจากการบริจาค การจัดซื้อ และการสนับสนุนจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา
ศาลปกครองชั้นต้นจึงมีคำพิพากษาว่า ที่ดินพุทธมณฑลดังกล่าวมีลักษณะเป็น “ศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา” ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มิใช่ทรัพย์สินของรัฐที่ต้องขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ และการดำเนินการของกรมธนารักษ์ในการขึ้นทะเบียนดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ภายหลังคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น กรมธนารักษ์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอให้พิจารณากลับคำพิพากษาดังกล่าว การดำเนินคดีและการต่อสู้คดีเป็นไปอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายปี
📌 กระทั่งในวันนี้ ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้น โดยวินิจฉัยว่าที่ดินพุทธมณฑล เนื้อที่ประมาณ ๒,๕๐๐ ไร่ มีสถานะเป็น “ศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา” ตามกฎหมายคณะสงฆ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงไม่อยู่ในข่ายที่จะขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุของรัฐ ไม่สามารถถูกจำหน่ายจ่ายโอนไปเพื่อกิจการอื่นนอกพระพุทธศาสนา คณะสงฆ์ และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติตลอดไป
🙏 “พุทธมณฑล” เป็นพุทธานุสรณียสถานสำคัญสูงสุดของชาติไทย ตามนโยบายการฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานสถาปนาขึ้น โดยรัฐบาลร่วมกับพุทธศาสนิกชน พรั่งพร้อมกันโดยเสด็จพระราชกุศล เพื่อเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา ทั้งด้านการศึกษา และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ
💛 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชศรัทธาพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ส่วนหนึ่ง และพระราชทานพระบรมราโชบายในการก่อสร้างทุกขั้นตอน และยังทรงพระมหากรุณาทรงรับงานพุทธมณฑลไว้ใน #พระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อการสร้างพุทธมณฑลแล้วเสร็จสมบูรณ์ในสมัยที่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราช
💛 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ได้ทรงสืบสานพระราชปณิธานนี้อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด
🤍 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา “สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ” ในฐานะหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลกิจการพระพุทธศาสนา ได้ทุ่มเทสรรพกำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาสถานะทางกฎหมายและเจตนารมณ์ของการสถาปนาพุทธมณฑลในฐานะศูนย์กลางพระพุทธศาสนา ในฐานะ “ศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา” ให้คงอยู่ตามวัตถุประสงค์ดั้งเดิมของการจัดตั้ง
❤️ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระบุว่า ได้ดำเนินการต่อสู้คดีดังกล่าวตามกระบวนการทางกฎหมาย อย่างเต็มกำลัง เพื่อคุ้มครองและรักษาทรัพย์สินของพระพุทธศาสนาให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้งพุทธมณฑล รวมทั้งเพื่อให้เกิดความชัดเจนทางกฎหมายเกี่ยวกับสถานะของที่ดินดังกล่าว
🙏 เมื่อศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาถึงที่สุดในวันนี้ คดีดังกล่าวจึงถือเป็นอันยุติ นำความปีติยินดีมาสู่พุทธบริษัททั่วหน้า
📌 ทั้งนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะดำเนินการเสนอเรื่องต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคม เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินการในขั้นต่อไป อันเกี่ยวเนื่องกับการบริหารจัดการและการดูแลพุทธมณฑลให้เป็นไปตามหลักพระธรรมวินัย กฎหมาย และเจตนารมณ์ของการจัดตั้งพุทธมณฑลในฐานะศูนย์กลางพระพุทธศาสนา
💛 อนึ่ง เมื่อพุทธศักราช ๒๕๖๘ #พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดรับ “โครงการพัฒนาพุทธมณฑล ศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา สืบสานพระบรมราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบรมราชูปถัมภกแห่งงานพุทธมณฑล เนื่องในอภิลักขิตสมัย ๑๐๐ ปีวันพระบรมราชสมภพ พุทธศักราช ๒๕๗๐” ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามที่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก นำความถวายพระพรขอพระมหากรุณา
🙏 คณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคม และรัฐบาลโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะได้ร่วมกันสนองพระบรมราโชบาย และพระสังฆราโชบาย อนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนา “พุทธมณฑล ในพระบรมราชูปถัมภ์” เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา นับแต่ปัญหาทางข้อกฎหมายได้ยุติลงอย่างเรียบร้อยโดยสมบูรณ์แล้วในวันนี้ ให้สมดั่งพระบรมราชปณิธานในรัชกาลที่ ๙ และในรัชกาลปัจจุบันและสมกุศลเจตนารมณ์ของชาวพุทธ เป็นศุภนิมิตแห่งความเจริญมั่นคงของกิจการพระพุทธศาสนาของชาติไทยและของโลก ด้วยเดชะพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมแห่งองค์อัครศาสนูปถัมภกสืบไป
🔴 ติดตามข่าวสารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ที่
🔸 YouTube : https://youtube.com/c/สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
🔸 Facebook : https://www.facebook.com/www.onab.go.th
🔸 Website : www.onab.go.th
🔸 TikTok : https://www.tiktok.com/@onab_official?_t=8iANfFAlcxT&_r=1