ชนชั้นกลางกำลังซื้อลด โรงแรมหรูเริ่มอิ่มตัว Marriott-Hilton หันจับกลุ่มลูกค้างบน้อย
.
เมื่อเร็วๆ นี้ Anthony Capuano ซีอีโอของเครือ Marriott ได้เผยวิสัยทัศน์ผ่านบทสัมภาษณ์เจาะลึกเกี่ยวกับอนาคตของเครือโรงแรมระดับโลก ซึ่งมีดเปลี่ยนสำคัญที่คนในวงการต้องจับตา เพราะเขาไม่ได้ให้น้ำหนักกับโรงแรมหรูเหมือนที่เคย แต่กลับประกาศรุกในตลาดโรงแรมระดับกลางอย่างแน่วแน่ พร้อมเสริมว่าการที่ Marriott เลือกเส้นทางนี้นั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
.
ภาพจำที่ว่า “การพักโรงแรม 5 ดาวคือมาตรฐานความภูมิฐานของชนชั้นกลางทั้งในจีนและอเมริกา” กำลังพังทลายลง เนื่องจากชนชั้นกลางทั่วโลก ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่เคยสร้างความรุ่งโรจน์ให้ Marriott หรือ Hilton มาตลอดหลายทศวรรษ กำลังเผชิญกับปัญหาทางการเงินจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ กำแพงภาษี และราคาทองคำที่เพิ่มสูง
.
ทั้งหมดนี้ต่างทำให้ให้เงินเฟ้อและค่าครองชีพสูง ส่งผลให้กำลังซื้อลดลง ทุกการใช้จ่ายจึงต้องผ่านการคำนวณอย่างละเอียดรอบคอบยิ่งกว่าเดิม นี่คือเหตุผลที่บรรดาแบรนด์โรงแรมระดับโลกต่างพร้อมใจกันลดตัวลงมาเก็บเศษเหรียญเพื่อความอยู่รอด
.
ขณะเดียวกัน ตลาดโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวก็เริ่มถึงจุดอิ่มตัว เพราะการจะสร้างโรงแรมหรูสักแห่งต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล แต่กว่าจะคืนทุนกลับต้องรอนานนับสิบปี ซึ่งในยุคที่ใครก็อยากถือเงินสดไว้กับตัวแบบนี้ โมเดลการลงทุนที่ใช้เงินเยอะและคืนทุนช้าจึงไม่ตอบโจทย์นักลงทุนอีกต่อไป ในทางกลับกัน โรงแรมระดับกลางที่บริหารจัดการง่ายและคืนทุนไวกว่าจึงกลายเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์
.
ย้อนกลับไปในปี 2023 Marriott เริ่มรุกคืบด้วยการเข้าซื้อกิจการแบรนด์ City Express ในแถบลาตินอเมริกา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้พวกเขาเข้าสู่ตลาดโรงแรมระดับกลางและขยายฐานธุรกิจเข้าสู่ภูมิภาคแคริบเบียนและลาตินอเมริกาอย่างเต็มตัว
.
หลังจากนั้นไม่นานแบรนด์ในเครืออย่าง StudioRes ก็ถูกเปิดตัวขึ้น และถูกออกแบบมาเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการอาศัยระยะยาวในราคาที่จับต้องได้ โดยกลยุทธ์คือตัดความหรูหราที่ไม่จำเป็นออกและคงไว้เฉพาะฟังก์ชันหลักของการพักอาศัย เพื่อแลกกับราคาที่ถูกลงและอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้น
.
เมื่อปี 2025 ทาง Marriott ได้เปิดตัวแบรนด์ในเครือลำดับที่ 37 อย่าง Series by Marriott โดย Capuano ได้กำหนดจุดยืนแบรนด์นี้ไว้อย่างชัดเจน ว่ามุ่งเป็นโรงแรมที่ราคาสมเหตุสมผลกับทำเลที่ตั้ง
.
ด้าน Hilton เผยว่าผลประกอบการปี 2025 มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยการเปิดตัวโรงแรมใหม่เพิ่มขึ้นเกือบ 800 แห่งทั่วโลกตลอดปี กุญแจสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ คือแบรนด์ในเครืออย่าง Spark ที่มีราคาเข้าถึงง่าย ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมอิสระที่ต้องการรีแบรนด์เข้ามาอยู่ภายใต้เครือ
.
ปี 2025 H World Group Limited (华住集团) จากจีนได้พิสูจน์ศักยภาพด้วยการพาแบรนด์ในเครืออย่าง Hanting Hotel (汉庭酒店) ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนมีจำนวนห้องพักแซงหน้าทั้ง Hilton และ Marriott
.
ความสำเร็จนี้จึงเป็นบทเรียนที่บีบให้แบรนด์ระดับโลกต้องปรับตัว เพราะหากยังเพิกเฉยต่อกลุ่มลูกค้าที่อ่อนไหวด้านราคา พวกเขาอาจสูญเสียพื้นที่ยืนทั้งในตลาดจีนและระดับโลกก็เป็นได้
.
เราจึงเห็นความเคลื่อนไหวอย่างการรีแบรนด์ Fairfield ของ Marriott และการโหมโปรโมตแบรนด์ Spark ของ Hilton เพราะหลาย 10 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการโรงแรมทั้งในจีนและสหรัฐฯ ต่างทุ่มทุนสร้างล็อบบี้และสระว่ายน้ำสุดหรูเพียงเพื่อภาพลักษณ์และชื่อเสียง แต่ในวันนี้เมื่อตัวเลขผลตอบแทนการลงทุนเริ่มถดถอยลง สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสิ่งแรกที่ถูกตัดออกไป
.
ศึกนี้แค่เพิ่งเริ่มเท่านั้น เพราะทุกวันนี้ไม่ว่าจะ Marriott Hilton หรือแบรนด์จากจีนทั้งหมดต่างกำลังต่อสู้ในสมการเดียวกันเพื่อรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาทั่วโลก มองผิวเผินอาจดูเหมือนเป็นแค่การจำใจปรับตัวเพื่อความอยู่รอด แต่หากมองลึกกว่านั้นนี่คือวินาทีที่โลกธุรกิจกำลังหมุนกลับสู่จุดสมดุลเดิม นั่นคือการกลับมาโฟกัสที่แก่นแท้ของโรงแรมซึ่งวัดกันด้วยคุณภาพและราคาที่สมเหตุสมผลอย่างที่ควรจะเป็น
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#โรงแรม #เศรษฐกิจโลก #Marriott #Hilton #ชนชั้นกลาง
https://www.facebook.com/share/p/18MN1eVSGP/
💰 ชนชั้นกลางกำลังซื้อลด โรงแรมหรูเริ่มอิ่มตัว Marriott-Hilton หันจับกลุ่มลูกค้างบน้อย
.
เมื่อเร็วๆ นี้ Anthony Capuano ซีอีโอของเครือ Marriott ได้เผยวิสัยทัศน์ผ่านบทสัมภาษณ์เจาะลึกเกี่ยวกับอนาคตของเครือโรงแรมระดับโลก ซึ่งมีดเปลี่ยนสำคัญที่คนในวงการต้องจับตา เพราะเขาไม่ได้ให้น้ำหนักกับโรงแรมหรูเหมือนที่เคย แต่กลับประกาศรุกในตลาดโรงแรมระดับกลางอย่างแน่วแน่ พร้อมเสริมว่าการที่ Marriott เลือกเส้นทางนี้นั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
.
ภาพจำที่ว่า “การพักโรงแรม 5 ดาวคือมาตรฐานความภูมิฐานของชนชั้นกลางทั้งในจีนและอเมริกา” กำลังพังทลายลง เนื่องจากชนชั้นกลางทั่วโลก ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่เคยสร้างความรุ่งโรจน์ให้ Marriott หรือ Hilton มาตลอดหลายทศวรรษ กำลังเผชิญกับปัญหาทางการเงินจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ กำแพงภาษี และราคาทองคำที่เพิ่มสูง
.
ทั้งหมดนี้ต่างทำให้ให้เงินเฟ้อและค่าครองชีพสูง ส่งผลให้กำลังซื้อลดลง ทุกการใช้จ่ายจึงต้องผ่านการคำนวณอย่างละเอียดรอบคอบยิ่งกว่าเดิม นี่คือเหตุผลที่บรรดาแบรนด์โรงแรมระดับโลกต่างพร้อมใจกันลดตัวลงมาเก็บเศษเหรียญเพื่อความอยู่รอด
.
ขณะเดียวกัน ตลาดโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวก็เริ่มถึงจุดอิ่มตัว เพราะการจะสร้างโรงแรมหรูสักแห่งต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล แต่กว่าจะคืนทุนกลับต้องรอนานนับสิบปี ซึ่งในยุคที่ใครก็อยากถือเงินสดไว้กับตัวแบบนี้ โมเดลการลงทุนที่ใช้เงินเยอะและคืนทุนช้าจึงไม่ตอบโจทย์นักลงทุนอีกต่อไป ในทางกลับกัน โรงแรมระดับกลางที่บริหารจัดการง่ายและคืนทุนไวกว่าจึงกลายเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์
.
ย้อนกลับไปในปี 2023 Marriott เริ่มรุกคืบด้วยการเข้าซื้อกิจการแบรนด์ City Express ในแถบลาตินอเมริกา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้พวกเขาเข้าสู่ตลาดโรงแรมระดับกลางและขยายฐานธุรกิจเข้าสู่ภูมิภาคแคริบเบียนและลาตินอเมริกาอย่างเต็มตัว
.
หลังจากนั้นไม่นานแบรนด์ในเครืออย่าง StudioRes ก็ถูกเปิดตัวขึ้น และถูกออกแบบมาเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการอาศัยระยะยาวในราคาที่จับต้องได้ โดยกลยุทธ์คือตัดความหรูหราที่ไม่จำเป็นออกและคงไว้เฉพาะฟังก์ชันหลักของการพักอาศัย เพื่อแลกกับราคาที่ถูกลงและอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้น
.
เมื่อปี 2025 ทาง Marriott ได้เปิดตัวแบรนด์ในเครือลำดับที่ 37 อย่าง Series by Marriott โดย Capuano ได้กำหนดจุดยืนแบรนด์นี้ไว้อย่างชัดเจน ว่ามุ่งเป็นโรงแรมที่ราคาสมเหตุสมผลกับทำเลที่ตั้ง
.
ด้าน Hilton เผยว่าผลประกอบการปี 2025 มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยการเปิดตัวโรงแรมใหม่เพิ่มขึ้นเกือบ 800 แห่งทั่วโลกตลอดปี กุญแจสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ คือแบรนด์ในเครืออย่าง Spark ที่มีราคาเข้าถึงง่าย ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมอิสระที่ต้องการรีแบรนด์เข้ามาอยู่ภายใต้เครือ
.
ปี 2025 H World Group Limited (华住集团) จากจีนได้พิสูจน์ศักยภาพด้วยการพาแบรนด์ในเครืออย่าง Hanting Hotel (汉庭酒店) ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนมีจำนวนห้องพักแซงหน้าทั้ง Hilton และ Marriott
.
ความสำเร็จนี้จึงเป็นบทเรียนที่บีบให้แบรนด์ระดับโลกต้องปรับตัว เพราะหากยังเพิกเฉยต่อกลุ่มลูกค้าที่อ่อนไหวด้านราคา พวกเขาอาจสูญเสียพื้นที่ยืนทั้งในตลาดจีนและระดับโลกก็เป็นได้
.
เราจึงเห็นความเคลื่อนไหวอย่างการรีแบรนด์ Fairfield ของ Marriott และการโหมโปรโมตแบรนด์ Spark ของ Hilton เพราะหลาย 10 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการโรงแรมทั้งในจีนและสหรัฐฯ ต่างทุ่มทุนสร้างล็อบบี้และสระว่ายน้ำสุดหรูเพียงเพื่อภาพลักษณ์และชื่อเสียง แต่ในวันนี้เมื่อตัวเลขผลตอบแทนการลงทุนเริ่มถดถอยลง สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสิ่งแรกที่ถูกตัดออกไป
.
ศึกนี้แค่เพิ่งเริ่มเท่านั้น เพราะทุกวันนี้ไม่ว่าจะ Marriott Hilton หรือแบรนด์จากจีนทั้งหมดต่างกำลังต่อสู้ในสมการเดียวกันเพื่อรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาทั่วโลก มองผิวเผินอาจดูเหมือนเป็นแค่การจำใจปรับตัวเพื่อความอยู่รอด แต่หากมองลึกกว่านั้นนี่คือวินาทีที่โลกธุรกิจกำลังหมุนกลับสู่จุดสมดุลเดิม นั่นคือการกลับมาโฟกัสที่แก่นแท้ของโรงแรมซึ่งวัดกันด้วยคุณภาพและราคาที่สมเหตุสมผลอย่างที่ควรจะเป็น
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#โรงแรม #เศรษฐกิจโลก #Marriott #Hilton #ชนชั้นกลาง
https://www.facebook.com/share/p/18MN1eVSGP/