ไม่ขอใช้คำว่า "รีวิว" ในกระทู้นี้นะครับ แต่ จขกท. อยากจดบันทึกไว้ถึงหนังเรื่องหนึ่ง ที่เป็นดั่งอนุสรณ์สถานแห่งความทรงจำ ที่มีต่อ
"เพื่อนมนุษย์" ด้วยกัน และเป็นเครื่องเตือนใจว่า
"สัตว์ประเสริฐ" ที่มีชื่อว่า
"มนุษย์" สามารถทำสิ่งที่เลวร้ายต่อ Species เดียวกัน ได้มากถึงขนาดไหน
Hind Rajab Hamada เป็นชื่อของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเป็นชาวปาเลสไตน์ และกำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล เธออาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตฉนวนกาซา วันหนึ่งในเดือนมกราคม ปี ค.ศ.2024 ในขณะกองกำลังอิสราเอลเข้าทำลายและยึดครองเขต ๆ หนึ่งในฉนวนกาซา เธอและครอบครัวของลุงกับป้าติดอยู่ในรถกลางถนนที่มีการปะทะกัน กองกำลังอิสราเอลใช้รถถังยิงปืนใหญ่ และระเบิดบ้านเรือนจนพังเศษเป็นซาก และรถของครอบครัว Hind Rajab ก็โดนยิง จนเป็นผลให้ทุกคนในครอบครัวของเธอที่นั่งมาในรถเสียชีวิตทั้งหมด ยกเว้นเธอ..
เธอโทรเข้ามาในสายด่วนขององค์กรเสี้ยววงเดือนแดงในเขต West Bank เพื่อให้ส่งความช่วยเหลือไปพาเธอออกมา เวลาหลายชั่วโมงผ่านไปท่ามกลางความกดดัน เธอจะได้ออกมามั้ย ขั้นตอนการช่วยเหลือที่ซับซ้อน รถถังที่ยังระดมยิงไม่หยุด.. เหตุการณ์ทั้งหมดถูกถ่ายทอดผ่านหนังเรื่องนี้ โดยใช้การถ่ายทำที่ผนวกร่วมกับ Clip เสียง และ Clip ภาพ ที่มาจากเหตุการณ์จริง ใช่แล้วครับ.. เสียงจากสายโทรศัพท์ในหนังนั้น คือ เสียงการโทรเข้ามาขอความช่วยเหลือจากเหตุการณ์จริง เสียงสภาพแวดล้อมจริง รวมทั้งเสียงปืนที่เล็ดลอดเข้ามา ก็คือ เสียงปืนจริง..
ความรู้สึกหลังดูหนังจบ คือ คนดูในโรงส่วนใหญ่ยังคงนั่งอยู่กับที่ จขกท. ก็เช่นกัน เป็นการนั่งที่เพราะไม่รู้ว่าจะจัดการกับความรู้สึกตัวเองอย่างไร มันอึน น้ำตาคลอ ยอมรับว่าเป็นการดูหนังที่กดดันและหดหู่มาก บอกเลยว่าหนังเรื่องนี้ไม่มีภาพความรุนแรงปรากฎขึ้นเลยครับ (ยกเว้นช่วงท้ายที่เป็นภาพประกอบจากเหตุการณ์จริง) แต่แค่นั่นก็เพียงพอแล้วครับ พอที่จะทำให้เรารู้ว่าอะไรเป็นอะไร
จขกท. ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเขียนรีวิวหรือสรุปอะไร ยิ่งได้มาดูหนังในช่วงที่โลกกำลังปะทะกันแบบบ้าคลั่งตอนนี้ มันทำให้เราได้คิดว่า คนเราจะเอาอะไรมากไปกว่านี้ คนโบราณเขาพูดถูก พื้นฐานคนเราก็แค่ กิน ขรี้ ปรี้ นอน อย่างอื่นก็แต่งเติมเสริมสร้างความจำเป็นกันเข้าไป ใช่สิ! เรามีพีระมิดของมาสโลว์ ไว้เป็นเครื่องแสดงสันดานของมนุษย์ที่บอกว่าตัวเองเหนือกว่าสัตว์อื่น ๆ ความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุด ฆ่าได้ฆ่า ทำลายได้ทำลาย เพื่อให้ได้อยู่บนยอดพีระมิดนั้นแบบเก๋ ๆ ต่อไปในทุก ๆ สงครามใครจะเลือกเข้าข้างใคร อะไรยังไง จขกท. ไม่ว่าเลย เป็นสิทธิ์ของทุกคนที่จะเลือก แต่ขออย่างเดียวว่า ให้ทุกคนรักษาสิ่งที่เรียกว่า
"ความเป็นมนุษย์" ไว้ในใจ แค่นั่นพอ..
ส่วนหนังเรื่องนี้ หากใครพอจะมีเวลา พอมีกำลัง อยากให้เข้าไปดูครับ หนังดีมาก ๆ (จขกท. แฟร์พอที่จะบอกว่า แต่มันก็เป็นแค่มุมมองที่สะท้อนออกมาของคนเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้นนะ) อย่างน้อยก็เข้าไปเรียนรู้ความโหดร้ายของสงคราม และความโหดร้ายของสิ่งที่เรียกตัวเองว่า
"สัตว์ประเสริฐ" ที่ทำกับสิ่งมีชีวิต Species เดียวกันได้ลงคอ..
ไป
"หลั่งน้ำตา" ให้กับ
"เพื่อนมนุษย์" ร่วมโลกเหมือน จขกท. กันครับ ส่วนที่ใครที่ไปดูมาแล้วบ้าง คิดเห็นอย่างไรมาแชร์กันได้ครับ
The Voice of Hind Rajab.. เสียงร่ำไห้จากกาซา "น้ำตา" แห่งความอาลัยต่อ "เพื่อนมนุษย์"
ไม่ขอใช้คำว่า "รีวิว" ในกระทู้นี้นะครับ แต่ จขกท. อยากจดบันทึกไว้ถึงหนังเรื่องหนึ่ง ที่เป็นดั่งอนุสรณ์สถานแห่งความทรงจำ ที่มีต่อ "เพื่อนมนุษย์" ด้วยกัน และเป็นเครื่องเตือนใจว่า "สัตว์ประเสริฐ" ที่มีชื่อว่า "มนุษย์" สามารถทำสิ่งที่เลวร้ายต่อ Species เดียวกัน ได้มากถึงขนาดไหน
Hind Rajab Hamada เป็นชื่อของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเป็นชาวปาเลสไตน์ และกำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล เธออาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตฉนวนกาซา วันหนึ่งในเดือนมกราคม ปี ค.ศ.2024 ในขณะกองกำลังอิสราเอลเข้าทำลายและยึดครองเขต ๆ หนึ่งในฉนวนกาซา เธอและครอบครัวของลุงกับป้าติดอยู่ในรถกลางถนนที่มีการปะทะกัน กองกำลังอิสราเอลใช้รถถังยิงปืนใหญ่ และระเบิดบ้านเรือนจนพังเศษเป็นซาก และรถของครอบครัว Hind Rajab ก็โดนยิง จนเป็นผลให้ทุกคนในครอบครัวของเธอที่นั่งมาในรถเสียชีวิตทั้งหมด ยกเว้นเธอ..
เธอโทรเข้ามาในสายด่วนขององค์กรเสี้ยววงเดือนแดงในเขต West Bank เพื่อให้ส่งความช่วยเหลือไปพาเธอออกมา เวลาหลายชั่วโมงผ่านไปท่ามกลางความกดดัน เธอจะได้ออกมามั้ย ขั้นตอนการช่วยเหลือที่ซับซ้อน รถถังที่ยังระดมยิงไม่หยุด.. เหตุการณ์ทั้งหมดถูกถ่ายทอดผ่านหนังเรื่องนี้ โดยใช้การถ่ายทำที่ผนวกร่วมกับ Clip เสียง และ Clip ภาพ ที่มาจากเหตุการณ์จริง ใช่แล้วครับ.. เสียงจากสายโทรศัพท์ในหนังนั้น คือ เสียงการโทรเข้ามาขอความช่วยเหลือจากเหตุการณ์จริง เสียงสภาพแวดล้อมจริง รวมทั้งเสียงปืนที่เล็ดลอดเข้ามา ก็คือ เสียงปืนจริง..
ความรู้สึกหลังดูหนังจบ คือ คนดูในโรงส่วนใหญ่ยังคงนั่งอยู่กับที่ จขกท. ก็เช่นกัน เป็นการนั่งที่เพราะไม่รู้ว่าจะจัดการกับความรู้สึกตัวเองอย่างไร มันอึน น้ำตาคลอ ยอมรับว่าเป็นการดูหนังที่กดดันและหดหู่มาก บอกเลยว่าหนังเรื่องนี้ไม่มีภาพความรุนแรงปรากฎขึ้นเลยครับ (ยกเว้นช่วงท้ายที่เป็นภาพประกอบจากเหตุการณ์จริง) แต่แค่นั่นก็เพียงพอแล้วครับ พอที่จะทำให้เรารู้ว่าอะไรเป็นอะไร
จขกท. ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเขียนรีวิวหรือสรุปอะไร ยิ่งได้มาดูหนังในช่วงที่โลกกำลังปะทะกันแบบบ้าคลั่งตอนนี้ มันทำให้เราได้คิดว่า คนเราจะเอาอะไรมากไปกว่านี้ คนโบราณเขาพูดถูก พื้นฐานคนเราก็แค่ กิน ขรี้ ปรี้ นอน อย่างอื่นก็แต่งเติมเสริมสร้างความจำเป็นกันเข้าไป ใช่สิ! เรามีพีระมิดของมาสโลว์ ไว้เป็นเครื่องแสดงสันดานของมนุษย์ที่บอกว่าตัวเองเหนือกว่าสัตว์อื่น ๆ ความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุด ฆ่าได้ฆ่า ทำลายได้ทำลาย เพื่อให้ได้อยู่บนยอดพีระมิดนั้นแบบเก๋ ๆ ต่อไปในทุก ๆ สงครามใครจะเลือกเข้าข้างใคร อะไรยังไง จขกท. ไม่ว่าเลย เป็นสิทธิ์ของทุกคนที่จะเลือก แต่ขออย่างเดียวว่า ให้ทุกคนรักษาสิ่งที่เรียกว่า "ความเป็นมนุษย์" ไว้ในใจ แค่นั่นพอ..
ส่วนหนังเรื่องนี้ หากใครพอจะมีเวลา พอมีกำลัง อยากให้เข้าไปดูครับ หนังดีมาก ๆ (จขกท. แฟร์พอที่จะบอกว่า แต่มันก็เป็นแค่มุมมองที่สะท้อนออกมาของคนเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้นนะ) อย่างน้อยก็เข้าไปเรียนรู้ความโหดร้ายของสงคราม และความโหดร้ายของสิ่งที่เรียกตัวเองว่า "สัตว์ประเสริฐ" ที่ทำกับสิ่งมีชีวิต Species เดียวกันได้ลงคอ..
ไป "หลั่งน้ำตา" ให้กับ "เพื่อนมนุษย์" ร่วมโลกเหมือน จขกท. กันครับ ส่วนที่ใครที่ไปดูมาแล้วบ้าง คิดเห็นอย่างไรมาแชร์กันได้ครับ