สงกรานต์ 2569 นี้... ปักหมุด "ฟุกุชิมะ" จังหวัดที่มีซากุระให้ดูตลอดทั้งเดือน

กระทู้สนทนา

ฟุกุชิมะเป็นจังหวัดที่ใหญ่อันดับ 3 ของญี่ปุ่น และด้วยลักษณะทางภูมิประเทศอันหลากหลาย การบานของดอกซากุระจึงทยอยเบ่งบานไล่ระดับตามอุณหภูมิและระดับความสูงไปตามแต่ละพื้นที่ สร้างปรากฏการณ์ความงามที่ต่อเนื่องและยาวนาน จากข้อมูลสถานการณ์จริงในช่วงสงกรานต์ปี 2568 นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปช่วงนี้ได้พบกับ "Golden Period" หรือช่วงเวลาทองที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ซากุระสะพรั่งเต็มต้น 
1. สวนฮานามิยามะ (Hanamiyama Park): สวนดอกไม้สุดบนภูเขา ใกล้เซนไดที่สุด!

สวนฮานามิยามะเป็นเหมือน "สวรรค์บนดิน" ที่รวมดอกไม้หลากสีสันไว้ในจุดเดียว โดยเฉพาะความงามของดอกซากุระนานาพันธุ์ อาทิ พันธุ์ฮิกังซากุระ และโทไกซากุระเป็นต้น และนอกจากเราจะได้รูปวิวสีชมพูอันบานสะพรั่งแล้ว เบื้องหลังยังได้ทิวทัศน์ของเทือกเขาอาสุมะด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ในพื้นที่ใกล้เคียงกับสวนฮานามิยามะ เรายังสามารถแวะเที่ยวย่านออนเซ็นอีซากะ เก็บผลไม้ในโซน Fruit Line ของฟุกุชิมะ และแวะสวนดอกท้อฮานะโมโมะ โนะ ซาโตะได้ด้วย
ฤดูกาลชมดอกซากุระ : กลางเดือน มี.ค. – ต้นเดือน พ.ค.
เกี่ยวกับที่ตั้งและการเดินทาง: ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งโดยรถยนต์จากสถานีเซนได
2. ซากุระ โทเก (Sakura Toge): เนินซากุระสุด UNSEEN ประหนึ่งอยู่ในซี่รี่ส์
ณ เทือกเขาอุระบันไดในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ ต้นซากุระป่ากว่า 3,000 ต้นจะผลิบานไปทั่วเนินเขา 


ซากุระ โทเก เริ่มต้นจากการปลูกต้นซากุระโอยามะจำนวน 2,001 ต้น เพื่อเฉลิมฉลองการประสูติของเจ้าหญิงไอโกะ ในปี ค.ศ. 2001 ก่อนที่หลังจากนั้นจะมีการปลูกต้นซากุระเพิ่มเติมจนมีซากุระ 3,000 ต้นในปัจจุบัน
ซากุระสายพันธุ์โอยามะแตกต่างจากซากุระพันธุ์โซเมโยชิโนะที่บานในเมืองตรงที่มีสีชมพูเข้มกว่า นับว่าเป็นความสวยงามที่หาชมได้ยาก ซึ่งจะถ่ายรูปออกมาเป็นโทนสีชมพูหวานฉ่ำแน่นอน
ฤดูกาลชมดอกซากุระ : ปลายเดือน เม.ย. – ต้นเดือน พ.ค.
เกี่ยวกับที่ตั้งและการเดินทาง:
- ประมาณ 20 นาทีจาก Urabandai Lake Resort
- ประมาณ 50 นาทีจากทะเลสาบอินะวะชิโระ
- สามารถจอดรถบัสใหญ่ได้ ณ Labis Parking Lot Urabandai (ラビスパ裏磐梯の駐車場)
https://share.google/IWC4hY0fZDpDgoV4n 
3.   สวนดอกท้อฮานะโมโมะ โนะซาโตะ: ยืนหนึ่งในญี่ปุ่นเรื่องสวนดอกท้อ ใกล้เซนไดที่สุดด้วย!

สถานที่เดียวในญี่ปุ่นที่รวบรวมสายพันธุ์ดอกท้อจากทั่วโลกเอาไว้กว่า 40 สายพันธุ์ ประมาณ 300 ต้น มีทั้งสีแดง ชมพู ขาว เพียงแค่มาที่นี่เราก็จะได้ดื่มด่ำกับความสวยงามในแบบต่าง ๆ ของดอกท้อกันแล้ว นอกจากนี้ยังมีดอกนาโนะฮานะสีเหลืองสดใสอยู่คู่ไปกับความชมพูของดอกท้อด้วย
ฤดูกาลชมดอกท้อ : กลาง – ปลายเดือน เม.ย.
เกี่ยวกับที่ตั้งและการเดินทาง: ประมาณ 1 ชั่วโมงโดยรถยนต์จากสถานีเซนได
4. เส้นทางนิจจูไลน์: ทางรถไฟสายเก่าซากุระย้อยระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร พร้อมแลนด์มาร์กรถไฟหัวจักรไอน้ำสุดคลาสสิก


ต้นซากุระชิดาเระราว 1,000 ต้นตั้งเรียงขนาบไปตลอดสองข้างทางตั้งแต่สถานีคิตะคะตะไปจนถึงสถานีอัตสึชิโอะ โดยจุดถ่ายรูปที่ได้รับความนิยมที่สุดคืออุโมงค์ซากุระ และจุดที่จัดแสดงรถจักรไอน้ำในอดีต นอกจากนี้ในตอนกลางคืนยังมีการจัดไลท์อัพด้วย
Travel Tips: เนื่องจากเส้นทางนิจจูไลน์ตั้งอยู่ในเมืองคิตะคะตะ ขอเชิญชวนให้ทุกคนชิมอาหารขึ้นชื่ออาหารขึ้นชื่ออย่าง “คิตะคะตะ ราเม็ง” ด้วยค่ะ
ฤดูกาลชมดอกซากุระ : กลาง – ปลายเดือน เม.ย.
เกี่ยวกับที่ตั้งและการเดินทาง:
- ประมาณ 40 นาทีจากปราสาทสึรุกะ
- ประมาณ 40 นาทีจาก Urabandai Lake Resort

5. สถานีรถไฟยุโนะคามิออนเซ็น: สถานีเล็ก ๆ แต่คนญี่ปุ่นมุงเยอะสุด ๆ

แม้จะเป็นเพียงสถานีเล็ก ๆ แต่ที่นี่กลับเป็นสถานที่ที่ซากุระบานสะพรั่งเลียบทางรถไฟได้งดงามอย่างเหลือเชื่อ แม้กระทั่งอินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นเองก็ยังพากันไปถ่ายที่สถานีในช่วงฤดูซากุระ มั่นใจได้เลยว่าเราจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของความเป็นญี่ปุ่นแท้ ๆ เหมือนกับชาวญี่ปุ่นแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น บริเวณสถานียังมีออนเซ็นสำหรับแช่เท้าอีกด้วย เหมาะสำหรับการพักเท้าสัก 15 นาที พร้อมกับชมทิวทัศน์ไปพลาง ๆ ก่อนที่จะเดินทางไปยังที่ต่อไป
ฤดูกาลชมดอกซากุระ : กลาง – ปลายเดือน เม.ย.
เกี่ยวกับที่ตั้งและการเดินทาง:
- ประมาณ 15 นาทีจากหมู่บ้านโบราณโออุจิจูคุ
- ประมาณ 40 นาทีจากปราสาทสึรุกะ

หวังว่าพิกัดซากุระสวย ๆ ที่นำมาฝากในเดือนนี้ จะเป็นอะไรใหม่ๆ สำหรับทุกคนนะคะ ไว้พบกันใหม่ในจดหมายข่าวครั้งหน้าที่มาพร้อมกับธีมใหม่ค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่